หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
นายกรัฐมนตรี พอใจผลการเข้าร่วมประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 7

6 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1299)

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจผลการเข้าร่วมประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2558 ร่วมกับผู้นำ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม)และญี่ปุ่น เนื่องจากการประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับภูมิภาค ความร่วมมือไตรภาคี ไทย-ญี่ปุ่น-เมียนมา ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ญี่ปุ่น และตอกย้ำความเชื่อมั่นแก่ภาคเอกชนญี่ปุ่น อีกครั้ง

ระดับภูมิภาค- ภายใต้กรอบการประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น ไทยสนับสนุนยุทธศาสตร์โตเกียว 2015 ฉบับใหม่ ที่เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเสนอให้ส่งเสริมการพัฒนาในอาเซียนและของโลกในกรอบสหประชาชาติ โดยที่ประชุมได้ตอบรับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี ที่สอดคล้องกับร่างยุทธศาสตร์ Tokyo Strategy 2015 ฉบับใหม่ ที่เสนอให้
1) พัฒนาความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในอย่างไร้รอยต่อ ก่อนเชื่อมโยงสู่นอกภูมิภาค ทั้งทางบก น้ำ อากาศ
2) เร่งเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาแรงงานที่มีทักษะสำหรับภาคการผลิต เพื่อให้รองรับการลงทุนในอนุภูมิภาค ยกระดับรายได้ให้กับประชากรในชุมชน
3) ส่งเสริม การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อรับมือกับผลกระทบภายนอก โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
4) เน้นการเติบโตที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยไม่ละเลยภาคการเกษตร ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ในลุ่มน้ำโขง

ทั้งนี้ ไทยสนับสนุนให้ญี่ปุ่นถ่ายทอดองค์ความรู้และวิทยาการให้แก่ภูมิภาค และขยายการลงทุนในภูมิภาคแบบ plus-one คือ การลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างอุตสาหกรรมสนับสนุน (supporting industries) ที่สามารถเชื่อมโยงกับแหล่งการผลิตในหลายประเทศ

โอกาสนี้ ผู้นำ 6 ประเทศ ร่วมกันรับรองยุทธศาสตร์โตเกียว ค.ศ. 2015  เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยมีสาขาความร่วมมือเพิ่มขึ้นมาจากแผนเดิม 3 เสาหลักเป็น 4 เสาหลัก ได้แก่
1) ความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน
2) ความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
3) การพัฒนาที่ยั่งยืน (Green Mekong การรับมือภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)
4) การประสานความร่วมมือกับนานาประเทศ
 
โดยภายใต้แผนฉบับใหม่นี้ ญี่ปุ่นได้ให้งบประมาณความช่วยเหลือแก่ลุ่มน้ำโขง 
 
ระดับไตรภาคี 
มีการลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (MOI) ในโครงการทวาย เมียนมา-ไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการเพิ่มบทบาทของญี่ปุ่นในภูมิภาคนี้อย่างมีนัยยะสำคัญต่อไป

ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ไทย-ญี่ปุ่น 
การพบหารือกับนายกรัฐมนตรีอาเบะ ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งญี่ปุ่นชื่นชมไทยที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว อาทิ ความร่วมมือระบบราง การผ่อนปรนเงื่อนไขการนำเข้าอาหารและเครื่องจักร สำหรับญี่ปุ่นขณะนี้ได้พิจารณาประเด็นต่างๆตามที่ไทยเรียกร้องและมีความคืบหน้า โดยหลังการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีอาเบะ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา คณะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารญีปุ่นเดินทางมาเยือนไทยเพื่อหาลู่ทางในการจับคู่ธุรกิจ สำหรับความร่วมมือด้านการเกษตรนั้น ไทยขอให้ญี่ปุ่นพิจารณาการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยที่มีความต้องการสูงในตลาดญี่ปุ่น การขยายโควต้าเนื้อสุกร น้ำตาลดิบ แป้งและผลไม้ 
 
การสร้างความเชื่อมั่นภาคเอกชนญี่ปุ่น
ในการพบกับภาคเอกชนญี่ปุ่น ประกอบด้วยการหารือกับประธาน JETRO ประธานบริษัท Mitsui เข้าเยี่ยมคารวะ การพบกับสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (เคดันเรน)และสภาหอการค้าญี่ปุ่น (JCCI) และการร่วมประชุมสัมมนา Mekong-five Economic Forum ซึ่งมีการเชิญภาคเอกชนกว่า 1,000 บริษัทเข้าร่วมนั้น ไทยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยภาคธุรกิจญี่ปุ่นให้ความสนใจลงทุนในประเทศไทยและลุ่มน้ำโขง ในลักษณะบวกหนึ่ง โดยเฉพาะโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย
 
นอกจากนี้ ภาคเอกชนญี่ปุ่นยังชื่นชมมาตรการส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ของไทย ที่มีการปรับปรุงให้ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนญี่ปุ่นและนักลงทุนต่างประเทศ
 
นายกรัฐมนตรีย้ำให้เห็นว่า รัฐบาลไทยได้สร้างมาตรการจูงใจทางเศรษฐกิจอื่นๆ อาทิ การส่งเสริมการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ระหว่างประเทศและบริษัทการค้าระหว่างประเทศในไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนภาคเอกชนในการขยายการลงทุนในภูมิภาคนี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาความเชื่อมโยงภายในภูมิภาค เชื่อมต่อให้โรงงานในประเทศเพื่อนบ้านสามารถเคลื่อนย้ายสินค้ามายังท่าเรือแหลมฉบังเพื่อส่งออกไปยังทั่วโลกได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลได้วางเป้าหมายการสร้างความเชื่อมโยงไปสู่ภูมิภาคอื่น และระหว่างภูมิภาคในอนาคต ทั้งทางบก เรือ อากาศ อีกด้วย

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์