หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก : ประเด็นที่สำคัญบางด้านจากการประชุม ครั้งที่ 9

30 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 5905)

โดย  เติมธรรม  สิทธิเลิศ

 
การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit : EAS) เป็นการประชุมระดับผู้นำประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นจากแนวคิดของอดีตนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ บิน โมฮัมหมัด ของประเทศมาเลเซีย ที่ได้เสนอแนวคิดจัดตั้งความร่วมมือทางเขตเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก (East Asia Economic Caucus : EAEC) ในปี 1991 ซึ่งจะเป็นการรวมกลุ่มเฉพาะประเทศเอเชียตะวันออกโดยไม่มีสหรัฐอเมริการวมอยู่ด้วย เพื่อถ่วงดุลอำนาจสหรัฐอเมริกานั่นเอง แต่แนวคิดนี้ไม่ได้รับการตอบสนองจากหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศญี่ปุ่น
 
ต่อมาในปี 2002 ได้มีกลุ่มศึกษาเอเชียตะวันออกซึ่งจัดตั้งโดยกลุ่มประเทศอาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) ทำรายงานให้มีการจัดประชุมสุดยอดเป็นประจำของประเทศสมาชิกเอเชียตะวันออก โดยมีอาเซียนเป็นแกนนำ และในการจัดประชุมนั้นจะต้องเชื่อมโยงกับการประชุมสุดยอดอาเซียนด้วย
 
EAS ถือกำเนิดขึ้นในปี 2004 จากการประชุมสุดยอดอาเซียน+3 และในปี 2005 มีสมาชิกมาร่วมอีก 3 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย จึงมีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 16 ประเทศ หรือ อาเซียน+6 โดยมีการลงนาม Kuala Lumpur Declaration on East Asia Summit ที่ได้กำหนดให้ EAS เป็นเวทีหารือทางยุทธศาสตร์ที่เปิดกว้าง โปร่งใส และครอบคลุม โดยกำหนดให้มีการจัดประชุมเป็นประจำทุกปีในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน และให้ประเทศที่เป็นประธานอาเซียนทำหน้าที่เป็นประเทศผู้ประสานงานและเป็นประธานการประชุม EAS ในปีนั้นด้วย
 
ต่อมาในการประชุม EAS ครั้งที่ 2 ปี 2007 ที่ประชุมได้เห็นชอบให้กำหนดสาขาความร่วมมือหลัก 5 สาขา ได้แก่ พลังงาน การศึกษา การเงิน และการจัดการภัยพิบัติไข้หวัดนก (ต่อมาปรับเป็นประเด็นสาธารณสุขระดับโลกและโรคระบาดในปี 2011) อีกทั้งเห็นชอบข้อเสนอของญี่ปุ่นให้จัดตั้ง Economic Research Institute for ASEAN and East Asia : ERIA และจัดทำ Comprehensive Economic Partnership in East Asia : CEPEA การประชุม EAS ครั้งที่ 5 ในปี 2010 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ที่ประชุมได้มีมติรับสหรัฐอเมริกาและรัสเซียเข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ โดยประเทศทั้งสองเข้าประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกอย่างเป็นทางการในการประชุม ครั้งที่ 6 ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2011 ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 18 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกอาเซียน คือ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย
 
บทบาทที่สำคัญของ EAS คือ การประสานนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันที่จะให้เกิดการจัดตั้งความตกลงเขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออก (East Asia Free Trade Area : EAFTA) และการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก (East Asia Economic Community : EAEC) ต่อไป
 
การประชุม EAS ครั้งที่ 9 จัดขึ้น ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา ปี 2014 โดยประธานในที่ประชุม คือ ฯพณฯ U Thein Sein ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มีผลการประชุมที่สำคัญบางประเด็น สรุปได้ดังนี้
1. ที่ประชุมได้รับรองเอกสารจำนวน 4 ฉบับ ได้แก่
(1) ปฏิญญาการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ว่าด้วยการปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า
(2) แถลงการณ์การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ว่าด้วยแนวทางในการตอบสนองอย่างเร่งด่วนต่อภัยพิบัติ
(3) แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาของภูมิภาค และ
(4) แถลงการณ์การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกว่าด้วยความรุนแรงและความโหดร้ายที่เพิ่มขึ้นจากการกระทำขององค์กรก่อการร้าย/หัวรุนแรง ในอิรักและซีเรีย
 
2. ให้การประชุม EAS คงความเป็นเวทีหารือเชิงยุทธศาสตร์ระดับผู้นำที่เปิดกว้าง โปร่งใส และครอบคลุม โดยมีอาเซียนเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อน รวมทั้งส่งเสริมค่านิยมร่วมและแนวปฏิบัติ ที่เป็นสากล ตลอดจนหลักนิติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ
 
3. มีการกระชับความร่วมมือใน 6 สาขาที่ EAS ให้ความสำคัญในลำดับต้น ได้แก่ การเงิน พลังงาน การจัดการภัยพิบัติ การศึกษา สาธารณสุข และความเชื่อมโยง
 
4. สนับสนุนให้มีการจัดประชุมรัฐมนตรีคลัง EAS เป็นประจำทุกปี
 
5. การให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติ
 
6. สนับสนุนข้อเสนอร่วมของออสเตรเลียและเวียดนาม ที่ตั้งเป้าหมายร่วมกันที่จะขจัดมาลาเรียให้หมดไปจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกภายในปี 2030
 
7. มีการแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาและสนับสนุนความร่วมมือในเรื่องนี้ โดยหลายประเทศได้ให้ความช่วยเหลือทั้งในด้านงบประมาณและบุคลากรทางการแพทย์
 
8. ประเด็นความมั่นคงทางทะเล โดยเฉพาะในบริบทของสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ซึ่งที่ประชุมฯ ย้ำถึงการแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาอย่างสันติ โดยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ การใช้ความยับยั้งชั่งใจไม่ดำเนินการใด ๆ ที่ทำให้สถานการณ์ทวีความตึงเครียดมากขึ้น และการเจรจาจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct in the South China Sea : COC)
 
9. ประเด็นปัญหาคาบสมุทรเกาหลี สนับสนุนให้มีการปฏิบัติตามข้อมติที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nation Security Council : UNSC) รวมทั้งสนับสนุนความพยายามต่าง ๆ ที่จะทำให้กลับคืนสู่การเจรจา 6 ฝ่าย (Six-Party Talks) ที่ประกอบด้วยเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา
 
10. ประเด็นปัญหาความรุนแรงจากกลุ่มก่อการร้ายในอิรักและซีเรีย (Islamic State of Iraq and the Levant : ISIL) มีการเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามข้อมติของ UNSC และการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ โดยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันให้มากยิ่งขึ้น และการส่งเสริมความมั่นคงชายแดน
 
โดยการประชุม EAS ครั้งต่อไป ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 10 จะจัดขึ้น ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในปี 2015
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์