หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ความตกลงการค้าเสรีอาเซียนและสหภาพยุโรป

30 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 3766)

โดย  เติมธรรม  สิทธิเลิศ
 
 
การค้าการลงทุนระหว่างอาเซียนและสหภาพยุโรปนั้นมีอยู่อย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าในปี 2013 มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 คิดเป็น 246.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกของอาเซียนไปยังสหภาพยุโรปคิดเป็น 124.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยปรับตัวลดลงร้อยละ 0.4 จากปีก่อนหน้า และสหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอาเซียน ด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) จากสหภาพยุโรปมายังอาเซียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 53.2 คิดเป็น 26.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งยังคงเป็นแหล่งเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด ด้วยส่วนแบ่งร้อยละ 22.3
 
ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและสหภาพยุโรปมีพัฒนาการขึ้นอย่างเป็นลำดับ จนเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2007 ณ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและกรรมาธิการการค้ายุโรปได้มีการประกาศเจตนารมณ์จัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนและสหภาพยุโรป โดยในกระบวนการเจรจาได้มีการตกลงให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมจัดทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียนและสหภาพยุโรป (Joint Committee on ASEAN-EU FTA) เพื่อมีหน้าที่กำหนดรายละเอียดรูปแบบการเจรจา (modality) กรอบการเจรจา (work program) และระยะเวลาการเจรจา (time schedule) ซึ่งต่อมาคณะกรรมการร่วมฯ ได้ตั้งเป้าหมายการเจรจาให้สำเร็จภายใน 2-3 ปี โดยกำหนดให้มีการเจรจาปีละ 4 ครั้ง มีคณะกรรมการร่วมฯ เป็นกลุ่มเจรจาหลัก อีกทั้งมีคณะทำงานและกลุ่มเจรจาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
 
ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้เสนอที่จะให้ความช่วยเหลือโดยการจัดสัมมนาหรือประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ความรู้แก่คณะเจรจาอาเซียนเกี่ยวกับการเจรจาในด้านต่าง ๆ เป็นเวลา 2-3 วัน ก่อนการประชุมแต่ละรอบ ในการเจรจาการจัดทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียนและสหภาพยุโรป สามารถสรุปปัญหาอุปสรรคและโอกาสในการเจรจาบางประการ คือ
 
อุปสรรคในการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนและสหภาพยุโรป
1. กลไกการตัดสินใจของอาเซียนใช้ระบบฉันทามติคือทุกประเทศต้องเห็นพ้องทั้งหมด ดังนั้น ในการเจรจาจัดทำ FTA โดยใช้กลไกการตัดสินใจเช่นนี้อาจทำให้การหาข้อสรุปในแต่ละประเด็นใช้เวลานาน
 
2. การพัฒนาไปสู่การเป็นตลาดเดียวของอาเซียนมีการดำเนินการค่อนข้างช้า เนื่องจากมีประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่ต้องพิจารณา ได้แก่ การผ่านพิธีการศุลกากรแบบหน้าต่างเดียว (single window) กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งล้วนมีความแตกต่างกันในหลายประเทศ
 
3. ทัศนคติของประเทศสมาชิกอาเซียนที่ยังคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศมากกว่าประโยชน์ของอาเซียนทั้งภูมิภาค
 
4. ปัจจุบันประเทศสมาชิกอาเซียน 3 ประเทศ ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้โครงการ Everything but Arms ได้แก่ ลาว กัมพูชา และเมียนมา จึงอาจทำให้ประเทศเหล่านี้รู้สึกว่าการทำ FTA ในครั้งนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเองมากนัก และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ได้รับการลดภาษีลงด้วย
 
5. เนื่องจากสินค้าของอาเซียนที่ส่งไปจำหน่ายในสหภาพยุโรปนั้นมีหลายประเทศผลิตสินค้าเหมือนกัน ดังนั้น เมื่อมีการทำ FTA กับสหภาพยุโรปแล้ว อาจจะทำให้เกิดการแข่งขันภายในอาเซียน ดังนั้น เพื่อป้องกันการแข่งขันเพื่อแบ่งตลาดระหว่างสมาชิกอาเซียน จึงควรมีการจัดสรรแบ่งงานกันทำให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
 
โอกาสในการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนและสหภาพยุโรป
1. การทำ FTA ฉบับนี้ได้ทำควบคู่ไปกับการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ดังนั้น ภายหลังการจัดทำ FTA จะส่งผลให้อาเซียนและสหภาพยุโรปเป็นตลาดซึ่งมีประชากรรวม 1,000 ล้านคน เทียบเท่ากับตลาดจีน ดังนั้น การเตรียมตัวรับการเข้าสู่การเป็นตลาดเดียวจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
 
2. เกิดการลดผลกระทบของการเบี่ยงเบนการค้า เนื่องจากเดิมที่สหภาพยุโรปได้จัดทำ FTA กับประเทศคู่แข่งของอาเซียน ทำให้ศักยภาพการแข่งขันของอาเซียนในตลาดสหภาพยุโรปลดลง และเกิดการเบี่ยงเบนการค้าจากอาเซียนไปยังประเทศเหล่านั้น ทั้งนี้ การจัดทำ FTA ระหว่างอาเซียนและสหภาพยุโรปจะเป็นการช่วยลดความเบี่ยงเบนทางการค้าเหล่านั้น และทำให้อาเซียนสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งเหล่านั้นได้บนพื้นฐานเดียวกัน
 
3. ปัจจุบันสหภาพยุโรปได้ขยายการลงทุนไปในจีนและอินเดียเป็นจำนวนมาก เนื่องจากตลาดของทั้งสองประเทศนั้นมีขนาดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก การทำ FTA กับสหภาพยุโรปและการพัฒนาไปสู่การเป็นตลาดเดียวของอาเซียนจะเป็นแรงดึงดูดให้สหภาพยุโรปกลับมาขยายการลงทุนในอาเซียนมากขึ้น นอกจากนี้ เนื่องจากการลงทุนในจีนยังคงมีปัญหาในเรื่องความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา หากอาเซียนสามารถพัฒนาการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้มีมาตรฐานและทำให้สหภาพยุโรปเกิดความเชื่อถือ จะเป็นโอกาสให้สหภาพยุโรปพิจารณาการลงทุนให้อาเซียนเป็นฐานการผลิตสินค้าเทคโนโลยีสูงเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นได้
 
การประชุมคณะกรรมการร่วมจัดทำความตกลงการค้าอาเซียนและสหภาพยุโรป มีการประชุมทั้งสิ้น 7 ครั้ง ครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2007 จนถึงครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ทางฝ่ายอาเซียนมีนาย Tran Quoc Khanh, Director General, Department for Multilateral Trade Policy, Ministry of Industry and Trade จากเวียดนามเป็นประธาน และฝ่ายสหภาพยุโรปมี นาย Phillip Meyer, Head of Unit, Directorate-General for Trade, European Commission เป็นประธานร่วม โดยในที่ประชุมหัวหน้าคณะเจรจาของสหภาพยุโรปแจ้งว่าปัญหาสำคัญในการเจรจาความตกลงนี้คือ ความแตกต่างในด้านระดับการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมกันของประเทศสมาชิกอาเซียน และส่งผลให้เกิดปัญหาในประเด็นความต้องการและการเปิดตลาดที่แตกต่างกัน อีกทั้งมีปัญหาการเมืองระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับเมียนมา แต่เนื่องจากอาณัติ (mandate) ของการเจรจาของอาเซียนและสหภาพยุโรปที่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นการเจรจาระดับภูมภาคต่อภูมิภาค ประธานอาเซียนในขณะนั้นจึงแจ้งต่อสหภาพยุโรปว่าควรยึดมั่นในหลักการดังกล่าว
 
หากจะทำการเปลี่ยนแปลงแนวทางการเจรจาจะต้องเป็นการตัดสินใจในระดับรัฐมนตรี ซึ่งต่อมาจึงได้มีการเชิญรัฐมนตรีการค้าของสหภาพยุโรปมาร่วมประชุมกับรัฐมนตรีอาเซียนในการประชุม AEM Retreat ระหว่างวันที่ 4 - 6 พฤษภาคม 2009 ณ เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีมติร่วมกันให้หยุดพักการเจรจาเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการหารือในระดับนโยบายต่อไป
 
สถานะล่าสุด หลังจากมีการระงับการเจรจาไปเมื่อปี 2009 ทางสหภาพยุโรปได้มีการขอเจรจาในระดับทวิภาคีรายประเทศแทนระดับภูมิภาค โดยเริ่มในปี 2010 สหภาพยุโรปได้มีการขอเจรจาแบบทวิภาคีกับประเทศสิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย และไทย ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดีเพื่อนำไปสู่การจัดทำ FTA ในระดับภูมิภาคกับอาเซียนต่อไป ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้แสดงความสนใจในการริเริ่มการเจรจาเขตการค้าเสรีอาเซียนและสหภาพยุโรป ในปี 2015 (ภายหลังอาเซียนบรรลุการสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว)
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์