หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> เมียนมา (Myanmar)
ระบบสาธารณสุขเมียนมา

29 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 8598)

เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ได้จัดอันดับระบบสาธารณสุขซึ่งเมียนมาเป็นประเทศสุดท้ายจาก 190 ประเทศที่องค์การอนามัยโลกเรียกว่า "ประสิทธิภาพของระบบสุขภาพโดยรวม”
 
เมียนมาใช้งบประมาณในการดูแลสุขภาพและความยากจนเพียงร้อยละ 2 ของ GDP ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากของรัฐบาลในการใช้จ่ายดูแลด้านการสาธารณสุข และมาถึงปัจจุบันการดูแลสุขภาพในเมียนมาก็ยังมีปัญหาในการให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งตามหลักการของการปกครองประเทศสังคมนิยมตามแบบอุดมการณ์ของเมียนมา ประชาชนในประเทศทุกคนจะได้รับการรักษาพยาบาลแบบให้เปล่า แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับงบประมาณที่กระทรวงสาธารณสุขได้รับกับสิ่งอำนวยความสะดวกในการรักษาพยาบาลและอนามัยที่รัฐบาลต้องจัดหาให้ตามโครงการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ เช่น อหิวาตกโรค มาลาเลีย วัณโรค โรคทางเดินอาหาร โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง โรคเอดส์ เป็นต้น เนื่องจากรัฐบาลมีงบประมาณที่จำกัด จึงจำเป็นที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศและองค์การอนามัยโลก แต่รัฐบาลเมียนมาก็ยังไม่ค่อยจะยอมรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ
 
การบริการสาธารณูปโภคนับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองออกมาสู่ระบบสังคมนิยม    รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้ยึดกิจการของชาวต่างชาติมาเป็นของรัฐ และเข้าดำเนินการเองตามความต้องการของประชาชน จำนวนประชาชนที่ว่างงานในเมืองต่างออกไปทำงานตามชนบทมากขึ้น รัฐบาลได้จัดสรรเงินเพื่อพัฒนาด้านสาธารณูปโภคและสุขาภิบาลในชนบทให้ทัดเทียมกับในเมือง เพื่อลดช่องว่างความแตกต่างกันระหว่างคนในเมืองกับคนในชนบท และยังต้องการให้ประชาชนที่อยู่ในชนบทไม่เข้ามาหางานทำในตัวเมือง
 
ในปี พ.ศ.2556 การดูแลสุขภาพชาวเมียนมายังไม่ต่างกับเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณจำนวนสูงถึง 450,000,000 ดอลลาร์สหรัฐในการใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่จะจัดสรรให้กับยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จะจัดให้มียาแห่งชาติขยายไปยังโรงพยาบาลของรัฐตามแผนที่ได้ประกาศจะเพิ่มการใช้จ่ายเกี่ยวกับยาจาก 0.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปีเป็น 2 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี และอีกสองปีข้างหน้าสำหรับบัญชียาจะมีงบประมาณถึง 125 ล้านดอลลาร์   ซึ่งหมายถึงร้อยละ 27.4 ของงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลในปี         พ.ศ.2555-2556 (ค.ศ.2012-2013) นอกจากแบ่งส่วนหนึ่งของงบประมาณที่จะใช้ในการเพิ่มจำนวนแพทย์จากโรงเรียนในท้องถิ่น รวมถึงโครงการริเริ่มอื่นๆ ที่นำไปสู่การปรับปรุงระบบการแพทย์ของประเทศ
 
แม้ว่ารัฐบาลเมียนมามีการเพิ่มการใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพในปี พ.ศ.2556 ด้านการรักษาพยาบาลที่ร้อยละ 3.9 ของงบประมาณทั้งหมดของประเทศ แนวโน้มของเงินรวมทั้งหมดที่จัดสรรให้กับการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเมียนมาก็ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำสุดของโลกในแง่ของการดูแลระบบสุขภาพ ซึ่งจากการเปรียบเทียบการใช้จ่ายของประเทศแล้ว งบประมาณทางทหารยังคงสูง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20.1 ของงบประมาณทั้งหมดของประเทศ
 
จากการรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ตั้งข้อสังเกตว่า เมียนมาเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้จ่ายในการพัฒนาทางทหารที่สูงกว่าการใช้จ่ายรวมในการดูแลสุขภาพและการศึกษา แม้ว่าประชากรส่วนใหญ่ของเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทจะได้รับบริการสุขภาพแต่ระบบการดูแลสุขภาพส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองใหญ่และในเมือง จากรายงานประจำปี พ.ศ.2555 ที่เผยแพร่โดยกระทรวงสาธารณสุขของเมียนมา ศูนย์สุขภาพในชนบทได้เพิ่มขึ้นเพียง 1,337-1,565 แห่ง ตั้งแต่ พ.ศ.2531-2555 (ค.ศ.1988-2012) และศูนย์เหล่านี้ขาดอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น ยา และอุปกรณ์ ผู้ป่วยที่มีเงื่อนไขทางการแพทย์ที่ซับซ้อนต้องเดินทางบ่อยและไกล มีโรงพยาบาลไม่กี่แห่งที่จะสามารถให้การรักษากรณีเกิดการเจ็บป่วยที่ซับซ้อน
 
แม้จะมีการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในภาคการดูแลสุขภาพของเมียนมา แต่มีข้อสังเกตว่า การได้รับงบประมาณแล้วมีความท้าทายหลายประการตั้งแต่ต้องมีกระบวนการตรวจสอบเงินที่เกิดจากการทุจริต ทั้งการสร้างระบบการดูแลสุขภาพของเมียนมาก็ขาดตัวชี้วัดสุขภาพที่น่าเชื่อถือมีข้อจำกัดในการจัดกิจกรรมด้านสุขภาพในเมียนมา และมีความยากในการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างถูกต้องเพื่อนำเสนอ จึงกลายเป็นปัญหาที่ท้าทายมากที่สุดของการดูแลสุขภาพในประเทศ เพราะขาดข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการส่งมอบการดูแลสุขภาพและการลงทุน
 
ในการสร้างระบบการดูแลสุขภาพของประชาชนเป็นวิธีการเชิงกลยุทธ์ ทั้งการเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลจะต้องดำเนินการเพื่อตอบสนองความต้องการของคลินิกสุขภาพที่ขาดแคลนในชนบทและโรงพยาบาลการป้องกันการทุจริตก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการดูแลสุขภาพนั้นถึงเป้าหมายที่อยู่ไว้ โดยไม่ต้องอาศัยการตรวจสอบที่ดีขึ้น หรือการกำกับดูแลในระดับท้องถิ่นที่มีคนอยู่ไม่กี่คนค้ำประกันว่าเงินที่จัดสรรให้กับการดูแลสุขภาพจะนำมาใช้ได้ตามเป้าหมายโดยวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สุดท้ายเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้น คือ การรวบรวมข้อมูลที่ดีกว่าและการรายงานก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อผลของข้อมูลที่ถูกต้องของอัตราการเกิดโรค ผลลัพธ์ของการดูแลสุขภาพในปัจจุบันและข้อจำกัดของคลินิกและโรงพยาบาลในท้องถิ่น ซึ่งจำเป็นต้องนำผลไปกำหนดทิศทางและนโยบายที่ถูกต้อง
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์