หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ความเสี่ยงด้านภัยพิบัติของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

29 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 2437)
 
โดย  สันติพจน์  กลับดี
 
       
 
 
ในขณะที่เขียนต้นฉบับนี้ยังอยู่ในช่วงที่ประเทศต่าง ๆ ระดมความช่วยเหลือในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติที่รุนแรงมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง รัฐบาลและประชาชนในหลาย ๆ ประเทศรวมทั้งประเทศไทยได้ช่วยกันระดมทุนทรัพย์ สิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องชาวเนปาลที่ประสบภัยพิบัติครั้งนี้ด้วยความเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง
 
ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนเองก็มีความตระหนักเกี่ยวกับภัยพิบัติและได้กำหนดประเด็นความร่วมมือเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในประเด็น B7. การสร้างรัฐที่พร้อมรับภัยพิบัติและประชาคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นไว้ในแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะสร้างรัฐที่พร้อมรับภัยพิบัติ ประชาชนของประเทศสมาชิกอาเซียนต่าง ๆ ควรจะรู้กันเสียก่อนว่าประเทศตนเองมีความเสี่ยงกับภัยพิบัติต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด
 
เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติและความเสี่ยงของประเทศต่าง ๆ สถาบันสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงของมนุษย์ มหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (The UNU Institute for Environment and Human Security : UNU-EHS) ได้จัดทำดัชนีความเสี่ยงโลก (World Risk Index) เพื่อแสดงความเสี่ยงของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่มีต่อภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น แผ่นดินไหว พายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น โดยพิจารณาจากประเด็นที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้แก่
1. โอกาสการประสบภัยพิบัติ
2. ความเปราะบางต่อภัยพิบัติ
3. โอกาสที่จะรับผลกระทบจากภัยพิบัติ
4. ความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติ
5. ความสามารถในการปรับตัวหลังเกิดภัยพิบัติ
 
ดัชนีความเสี่ยง ได้จากการประมาณค่าตัวแปรที่เกี่ยวข้องดังกล่าวและนำไปเข้ากระบวนการสร้างดัชนีตามวิธีการที่กำหนดขึ้น (ซึ่งจะไม่กล่าวรายละเอียดในที่นี้) แล้วนำมารายงานต่อสาธารณะเป็นประจำทุกปี โดยในปี ค.ศ. 2014 สถาบันสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงของมนุษย์ มหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (United Nations University : UNU) ได้จัดทำรายงานความเสี่ยงโลก (World Risk Report) ของประเทศต่าง ๆ ทั้งหมด 171 ประเทศ เลือกมาเฉพาะประเทศสมาชิกอาเซียน แสดงดังตาราง
 
 
เมื่อพิจารณาข้อมูลจากตารางจะเห็นได้ว่าโอกาสในการเกิดภัยพิบัติของประเทศสมาชิกต่าง ๆ ในอาเซียนมีไม่มากนัก โดยเฉพาะสิงคโปร์ ลาว ไทย มาเลเซีย และเมียนมา แต่ประเด็นที่ประเทศสมาชิกอาเซียนควรให้ความสนใจคือ การเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ กัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่มีโอกาสเกิดภัยพิบัติสูงกว่าประเทศอื่น ๆ และยังมีขีดความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติต่ำด้วย ส่วนบรูไน ถึงแม้ว่ามีโอกาสเกิดภัยพิบัติมากกว่าเวียดนามและอินโดนีเซีย แต่มีความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติสูงกว่า รวมถึงการมีความสามารถในการปรับตัวที่ดีกว่าด้วย
 
สำหรับประเทศไทยเมื่อดูจากค่าดัชนีความเสี่ยง โอกาสประสบภัยพิบัติ โอกาสได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และความสามารถในการปรับตัวเมื่อเกิดภัยพิบัติ จะเห็นว่าไม่มีปัญหามากนัก แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากขึ้นคือ การเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติ ประเด็นที่แต่ละประเทศควรสำรวจในเบื้องต้นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและขีดความสามารถ ในการรับมือกับภัยพิบัติ เช่น
1. มีการสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติและการตระหนักถึงภัยพิบัติให้กับประชาชนผ่านช่องทางใด และมีการดำเนินการอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง จริงจังหรือไม่
 
2. ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ อินเทอร์เน็ตล่ม จะมีวิธีการกระจายข่าวสารไปสู่ประชาชนอย่างไร
 
3. ถ้าท่อประปาใหญ่เสียหาย ประชาชนจะได้รับน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภค บริโภคจากที่ใด
 
4. ในกรณีที่ต้องอพยพ ประชาชนจะได้รับการแจ้งเตือนทันเวลาหรือไม่ เช่น แจ้งก่อนเกิดภัยพิบัติภายในเวลากี่ชั่วโมง
 
5. มีการเตรียมเส้นทางอพยพออกจากเมืองหลวงไว้ทางใดบ้าง เช่น เส้นทางหลัก เส้นทางรอง เส้นทางลัด เขตพื้นที่ใดออกก่อน ออกหลัง ตามลำดับความสำคัญ
 
6. จะแบ่งปันพลังงานเชื้อเพลิงเพื่อการอพยพกันอย่างไร หรือจะปล่อยให้ประชาชนแก้ปัญหากันเอง เช่น ต่างคนต่างไปแย่งกันเติมน้ำมัน ต่างคนต่างเติมให้เต็มถัง หรือไม่
 
7. จะปันส่วนอาหาร น้ำดื่ม กันอย่างไร มีความสามารถในการจัดหาถุงยังชีพอย่างรวดเร็วเพียงพอสำหรับคนจำนวนมากหรือไม่ จะให้ประชาชนไปรับได้จากที่ใด
 
8. มีการจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยไว้รองรับผู้คนจำนวนมากเพียงพอหรือไม่ อยู่ที่ใดบ้าง
 
9. ในพื้นที่รองรับมีโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพำนักอาศัยเพียงพอหรือไม่ เช่น ที่พัก เครื่องนอน เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค ห้องสุขา ห้องพยาบาล
 
10. มีการตระเตรียม ซักซ้อม บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร หน่วยกู้ภัยไว้บ้างหรือไม่ แบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบกันอย่างไร
 
11. มีอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องยังชีพเพียงพอหรือไม่ มีเครื่องมือกู้ภัย มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต ฯลฯ มากน้อยเพียงใด และยังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่
 
12. จะมีแนวทางในการป้องกันข่าวลือ การสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนอย่างไร
 
13. ฯลฯ
 
สำหรับประชาชนทั่วไปลองถามตัวเองว่า พอจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยพิบัติบางหรือไม่ ถ้าเกิดภัยพิบัติขึ้นควรจะปฏิบัติตนอย่างไร มีกำลังความสามารถพอที่จะช่วยเหลือตนเองได้บ้างหรือไม่ มียาสามัญประจำบ้าน อุปกรณ์ยังชีพอะไรต่าง ๆ เตรียมไว้บ้างหรือไม่ ทราบหรือไม่ว่าภาครัฐมีการตระเตรียมรับมือภัยพิบัติไว้อย่างไร มีหน่วยงาน สถานที่ เบอร์ติดต่ออะไรบ้างที่สามารถขอความช่วยเหลือได้ ถ้าขาดน้ำ ไฟฟ้า ประปา จะทำอย่างไรต่อไป ฯลฯ
 
ทุกประเทศในประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนจึงควรตระเตรียมความพร้อมกับการเผชิญภัยพิบัติตลอดเวลา ทั้งในส่วนของประเทศตนเองและในส่วนของการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่เช่นนั้นแล้ว เมื่อเกิดภัยพิบัติใด ๆ ขึ้นจะทำให้เกิดความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอันมาก และถ้าไม่มีการวางแผนล่วงหน้า ไม่มีวิธีการจัดการที่ดีแล้ว อาจจะเกิดความโกลาหลจนถึงขั้นจลาจลขึ้น จนสุดที่ทางภาครัฐจะควบคุมดูแลและจัดการแก้ปัญหาได้
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์