หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

24 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 2463)
 
โดย  สันติพจน์  กลับดี
 
            
 
ในแวดวงการศึกษามักจะมีคำศัพท์ต่าง ๆ ให้ประชาชนทั่วไปสงสัยกันอยู่เสมอว่าคำที่กล่าวกันนั้น หมายถึงอะไร บางคำอาจจะพอคาดเดาได้บ้าง แต่บางคำก็ไม่สามารถคาดเดาได้เอง เช่น การศึกษาปฐมวัย การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาทางไกล การศึกษาทางเลือก การศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และอื่น ๆ ซึ่งคำต่าง ๆ มักจะกล่าวกันเป็นกระแสในลักษณะของคำที่พูดกันติดปากและได้ยินไประยะหนึ่ง หลังจากนั้นจะมีคำใหม่เข้ามาแทนที่และพูดกันติดปากและได้ยินกันไปอีกระยะหนึ่งแล้วก็ลืมกันไปและมีคำใหม่มาแทน ในขณะที่เมื่อมีการวัดคุณภาพการศึกษาโดยองค์กรต่าง ๆ เราจะไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ต่างไปจากเดิมเท่าใดนัก
 
ในแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ส่วนที่เกี่ยวกับคุณลักษณะการพัฒนามนุษย์ในประเด็นความร่วมมือ A.1 ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยมีมาตรการหนึ่งกำหนดถึงการ "ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ซึ่งอาจจะมีคนเข้าใจอยู่บ้าง แต่บางคนอาจยังสงสัยอยู่ว่า "การเรียนรู้ตลอดชีวิต” คืออะไร เหมือนกับ "การศึกษาตลอดชีวิต” ซึ่งเป็นคำที่คล้ายคลึงกันหรือไม่ อย่างไร
 
ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้นิยามคำว่า การศึกษาตลอดชีวิต ไว้ดังนี้ "การศึกษาตลอดชีวิต” หมายความว่า การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต [ไม่ปรากฏนิยาม การเรียนรู้ตลอดชีวิตในพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับนี้]
 
นอกจากนี้ ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาตลอดชีวิตได้นิยามคำทั้งสองไว้ว่า "การศึกษาตลอดชีวิต” หมายความว่า การศึกษาที่จัดให้กับประชาชน ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย หรือการศึกษาที่ผสมผสานการศึกษาทั้งสามรูปแบบที่เหมาะสมกับบุคคล อายุ พื้นฐานการศึกษา อาชีพ ความสนใจ และสภาพแวดล้อมของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
 
"การเรียนรู้ตลอดชีวิต” หมายความว่า กระบวนการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาที่เกิดขึ้นในตัวบุคคล อันเป็นผลมาจากการได้รับความรู้ ทักษะ หรือประสบการณ์จากการศึกษา หรือจากกิจกรรมในวิถีชีวิตที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาตั้งแต่เกิดจนตาย
 
ในยุโรปมีการนำเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) ผนวกเข้ากับมุมมองทางการศึกษาขององค์การยูเนสโก โดยให้การเรียนรู้ตลอดชีวิตประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ การเรียนเพื่อรู้ (learning to know) การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติ (learning to do) การเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกัน (learning to live together) และการเรียนรู้เพื่อชีวิต (learning to be) [รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่ http://www.llcq.org.au/01_cms/details.asp?ID=12] โดยแต่ละเสามีความหมายดังนี้ [คัดลอกจากราชบัณฑิตยสถานโดยจินดารัตน์ โพธิ์นอก. สี่เสาหลักทางการศึกษา.[ออนไลน์]. http://www.royin.go.th/upload/246/FileUpload/2139_6564.pdf ]
 
1. การเรียนรู้เพื่อรู้ คือการเรียนที่ผสมผสานความรู้ทั่วไปกับความรู้ใหม่ในเรื่องต่าง ๆ อย่างละเอียดลึกซึ้ง การเรียนเพื่อรู้ หมายรวมถึงการฝึกฝนวิธีเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต
 
2. การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติ คือการเรียนรู้ที่ช่วยให้บุคคลสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ และปฏิบัติงานได้ เป็นการเรียนรู้โดยอาศัยประสบการณ์ต่าง ๆ ทางสังคมและในการประกอบอาชีพ ซึ่งอาจเป็นการเรียนรู้นอกระบบโรงเรียน ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสภาพในท้องถิ่นหรือประเทศนั้น ๆ หรืออาจเป็นการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน โดยใช้หลักสูตรซึ่งประกอบด้วยการเรียนในภาคทฤษฎีสลับกับการฝึกปฏิบัติงาน
 
3. การเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกัน คือการเรียนรู้ที่ช่วยให้บุคคลเข้าใจผู้อื่นและตระหนักดีว่ามนุษย์เราจะต้องพึ่งพาอาศัยกัน ดำเนินโครงการร่วมกัน และเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาข้อขัดแย้งต่าง ๆ โดยตระหนักในความแตกต่างหลากหลาย ความเข้าใจอันดีต่อกัน และสันติภาพ ว่าเป็นสิ่งล้ำค่าคู่ควรแก่การหวงแหน
 
4. การเรียนรู้เพื่อชีวิต คือการเรียนรู้ที่ช่วยให้บุคคลสามารถปรับปรุงบุคลิกภาพของตนได้ดีขึ้น ดำเนินงานต่าง ๆ โดยอิสระยิ่งขึ้น มีดุลยพินิจและความรับผิดชอบต่อตนเองมากขึ้น การจัดการศึกษาต้องไม่ละเลยศักยภาพในด้านใดด้านหนึ่งของบุคคล เช่น ความจำ การใช้เหตุผล ความซาบซึ้งในสุนทรียภาพ สมรรถนะทางร่างกาย ทักษะในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น
 
ตามลักษณะการเรียนรู้ตลอดชีวิตข้างต้นเห็นได้ว่า ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology : ICT) เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชาชนในประชาคมได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นช่องทางที่สามารถให้ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ตอบสนองการเรียนรู้ได้ทั้ง 4 เสาหลัก และเป็นช่องทางที่เข้าถึงได้ไม่ยาก ปราศจากข้อจำกัดด้านระยะเวลาและระยะทาง นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางที่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ ทุกระดับรายได้ รวมถึงคนพิการ และผู้ด้อยโอกาสต่างๆ มีโอกาสเข้าถึงได้ทัดเทียมกัน 
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์