หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
อุตสาหกรรมรองเท้า เวียดนามนำชาติอาเซียน

23 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 4487)

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
 
ก่อนหน้านี้อุตสาหกรรมรองเท้าไทยมีขีดความสามารถการแข่งขันไม่น้อยกว่าใครในอาเซียน เนื่องจากช่างรองเท้ามีทักษะดี มีแรงงานจำนวนมาก และมีค่าแรงในระดับที่แข่งขันได้ แต่ตอนนี้ขีดความสามารถการแข่งขันด้อยลงไปมาก โดยบางประเทศในภูมิภาคนี้ได้พัฒนาอุตสาหกรรมรองเท้าจนแซงหน้าไทยไปหลายก้าว
 
ชนินทร์ จิตต์โกมุท นายกสมาคมรองเท้าไทย ชี้ว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมรองเท้า"เวียดนาม”เติบโตสูงสุดในอาเซียน ถือเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคทั้งด้านการผลิตและส่งออก เนื่องจากมีปัจจัยการผลิตที่ดี ค่าแรงไม่สูง มีแรงงานจำนวนมาก และมีวัตถุดิบครบ โดยตอนนี้ได้แซงหน้าไทยไปแล้ว สามารถแย่งลูกค้าจากไทยทั้งกลุ่มของรองเท้ากีฬาและรองเท้าสตรี มีโรงงานผลิตรองเท้าแบรนด์ดังจากจีนและยุโรปย้ายมาผลิตในเวียดนาม การเติบโตสูงดังกล่าวได้แรงหนุนจากรัฐบาลที่กำหนดให้รองเท้าอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ที่ส่งเสริมการลงทุนทั้งส่วนของทุนท้องถิ่นและทุนต่างชาติ
 
 "ปัจจุบันมูลค่าส่งออกรองเท้าเวียดนามสูงกว่าไทย 8 เท่า ซึ่งไทยส่งออกรองเท้ารวมชิ้นส่วนประกอบมูลค่าเฉลี่ยประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท/ปี เวียดนามมีข้อได้เปรียบหลายอย่าง แม้ค่าแรงไม่ถูกที่สุด แต่การขึ้นค่าแรงช้า รัฐบาลสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้จริงจังและชัดเจน” ทั้งนี้ แม้เวียดนามจะมีวัตถุดิบผลิตรองเท้าครบทุกอย่าง แต่ยังต้องนำเข้าวัตถุดิบบางชนิดจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่จากจีนและไทย
 
ดังนั้นไทยสามารถชิงส่วนแบ่งในตลาดดังกล่าว และเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมรองเท้าของเวียดนาม "อินโดนีเซีย” เป็นอีกประเทศที่มีฝีมือการผลิตใกล้เคียงกับไทย ทั้งยังมีแรงงาน และวัตถุดิบครบครันตั้งแต่โรงฟอกหนัง จนถึงการผลิตรองเท้าสำเร็จรูป จุดเด่นของอินโดนีเซีย คือการอนุรักษ์วิธีผลิตรองเท้าแบบดั้งเดิม เพราะเห็นคุณค่าของงานฝีมือ
 
ขณะที่ในเมืองไทยได้สูญหายไปหมดแล้ว เนื่องจากไม่มีคนสืบทอด "อุตสาหกรรมรองเท้าในอินโดนีเซียอยู่ในระดับเดียวกับไทย เป็นคู่แข่งที่หายใจรดต้นคอ” ขณะที่ "มาเลเซีย” ได้ก้าวไปสู่ระดับการสร้างแบรนด์สินค้า โดยมีการตลาดที่แข็งแกร่งสนับสนุน แต่ปัจจัยพื้นฐานในการผลิตไม่เอื้ออำนวย เพราะมาเลเซียมีค่าแรงสูง แรงงานไม่เพียงพอ และไม่มีอุตสาหกรรมต้นน้ำหรือโรงฟอกหนัง โรงงานรองเท้าที่มีอยู่จึงเป็นโรงงานระดับครัวเรือน แต่สิ่งที่มาเลเซียเหนือกว่าไทยคือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ไทยจึงต้องปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับมาเลเซีย
 
ด้านจีนแม้จะไม่ได้อยู่ในอาเซียน แต่เป็นพี่ใหญ่ของวงการผลิตรองเท้าที่มีอิทธิพลในอาเซียน โดยจีนกำลังก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้ขายเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในอุตสาหกรรมรองเท้า เพราะมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมดังกล่าวมาก จึงได้ผลิตเทคโนโลยีเครื่องจักรเพื่อตอบโจทย์การผลิตจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว  สำหรับ"ไทย” ปัจจุบันมีขีดความสามารถแข่งขันระดับกลาง ไม่โดดเด่น มีผู้ผลิตหน้าใหม่หมุนเวียนเข้ามาในวงการ ซึ่งพูดได้ว่าอุตสาหกรรมผลิตรองเท้าของไทยได้ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว
 
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของอาเซียน ไทยยังมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค จึงจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองด้วยการแสวงหาความร่วมมือกับประเทศที่มีปัจจัยสนับสนุน "เราอาจออกไปลงทุนผลิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างในพม่าหรือกัมพูชา ต้องพัฒนาตัวเองให้ไปอยู่ระดับเดียวกับมาเลเซียที่มีแบรนด์ระดับเด่นๆ และจะต้องส่งเสริมการทำตลาดมากขึ้น เพราะปัจจุบันผู้ผลิตรองเท้าไทยล้วนมีฝีมือ และการออกแบบที่ดีไม่แพ้ใคร”
 
ทั้งนี้ หากพูดถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมรองเท้าอาเซียน พบว่ายังมีความร่วมมือในภูมิภาคแบบหลวมๆ เพราะแต่ละประเทศยังมองประเทศอื่นเป็นคู่แข่ง เช่น ฟิลิปปินส์ไม่ต้องการให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ หรือไทยเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 20-30% หรือหลายประเทศมีมาตรการกีดกันอื่นๆ ด้วย นี่คือภาพปัจจุบันของอุตสาหกรรมรองเท้าในภูมิภาค ซึ่งในยุคเปิดเสรีอาเซียนอาจต้องทบทวนกันว่าทุกประเทศจะร่วมมือกันอย่างไรเพื่อผลักดันให้เติบโตไปพร้อมๆ กัน
 
 
 
credit : posttoday

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์