หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
SME ญี่ปุ่นลงทุนในไทยเพิ่มภาคบริการต่อยอดการผลิต

23 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 2194)

นายมาซายาสุ โฮซูมิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า จากการสำรวจแนวโน้มการลงทุนของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ตั้งแต่ในช่วงปี 2543 เป็นต้นมามีบริษัทเข้ามาลงทุนในธุรกิจบริการสูงกว่าในอุตสาหกรรมการผลิต ต่างจากในช่วงก่อนหน้าปี 2543 ที่การลงทุนส่วนใหญ่มาจากภาคการผลิต โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีหลังสุด มีบริษัทที่ทำธุรกิจภาคบริการเข้ามาลงทุนในสัดส่วนที่สูงกว่าภาคการผลิตอย่างชัดเจน
 
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยเฉพาะในภาคบริการที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ในเวลานี้บริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นที่ได้รับการยืนยันสถานะการประกอบธุรกิจอยู่ในประเทศไทยเป็นการประกอบธุรกิจบริการในสัดส่วน 49.5% ของจำนวนบริษัททั้งสิ้น 4,567 บริษัท ขณะที่บริษัทในอุตสาหกรรมการผลิตมีสัดส่วน 47.0%
 
นายโฮซูมิกล่าวว่า หลังจากมีการเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตของบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมาทำให้ในเวลานี้มีบริษัทด้านบริการ เช่น ค้าส่งค้าปลีก เข้ามาลงทุนตามมาเพื่อรองรับกับฐานการผลิตที่มีอยู่ อีกทั้งยังมีบริษัทเอสเอ็มอีที่เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีขั้นสูงตามเข้ามาสนับสนุนด้วย ขณะเดียวกันหลายบริษัทขยายการลงทุนมาที่ประเทศไทยเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยอาศัยไทยเป็นศูนย์กลางเพื่อขยายตลาดออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
 
นอกจากนี้ การที่มีบริษัทประเภทบริการเฉพาะกิจให้การสนับสนุนการทำธุรกิจ เช่น บริษัทที่ปรึกษา บริษัทกฎหมาย ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยให้การเข้ามาลงทุนของเอสเอ็มอีญี่ปุ่นในไทยทำได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ปัจจัยที่สนับสนุนการออกมาลงทุนของเอสเอ็มอีญี่ปุ่นสืบเนื่องจากในช่วงปี 2555 ที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมากทำให้บริษัทต่าง ๆ หันมาลงทุนในอาเซียนและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะคาดการณ์แนวโน้มต่อจากนี้ได้ยาก แต่เมื่อดูจากแผนการลงทุนแล้วพบว่าบริษัทเอสเอ็มอีของญี่ปุ่นยังคงต้องการออกมาขยายการลงทุนนอกประเทศ
 
สำหรับประเทศไทยนั้นมีความน่าสนใจในฐานะฐานการลงทุนในหลายประการ อาทิ สภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของประเทศลุ่มแม่น้ำโขง มีรายได้ต่อหัวของประชากรเพิ่มขึ้น เป็นอุตสาหกรรมการผลิตที่มีเครือข่ายสมบูรณ์ มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี และมีนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ โดยที่ผ่านมาบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตได้อาศัยสิทธิประโยชน์จากนโยบายของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน   (บีโอไอ) ในการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย
 
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไทยยังไม่มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนของบริษัทเอสเอ็มอีจากต่างชาติที่ชัดเจน แต่รัฐบาลไทยเองก็แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าต้องการให้ธุรกิจทุกขนาดเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะบริษัทเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูงให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ซึ่งเจโทรจะคอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาแนะนำกับบริษัทเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่สนใจเข้ามาลงทุนในไทย
 
 
 
ที่มา :  ฐานเศรษฐกิจ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์