หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
โอกาสลงทุนในกัมพูชา

22 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 2276)

ประเทศไทยมีโอกาสที่ดีในการเข้าไปลงทุนในกัมพูชา ซึ่งมี 2 อุตสาหกรรมสำคัญ คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มีแนวโน้มขยายตัวตามรายได้ของชาวกัมพูชาที่เพิ่มขึ้น รวมถึงตลาดยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก รถยนต์ที่นำเข้าจากไทยเพื่อจำหน่ายในกัมพูชาทั้งหมดเป็นรถยนต์ที่ผลิตตามคำสั่งเฉพาะ เนื่องจากต้องมีพวงมาลัยด้านซ้ายตามกฎหมายของประเทศ ในอีกด้านหนึ่งประชากรที่มีกำลังซื้อไม่สูงมักนิยมซื้อรถยนต์มือสอง ทำให้กัมพูชานำเข้ารถยนต์มือสองมากกว่า 30% ของรถยนต์นำเข้าทั้งหมด จึงเป็นโอกาสของการส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ประเภท REM (Replacement Equipment Manufacturing) ซึ่งเน้นจำหน่ายเป็นอะไหล่ทดแทน รวมทั้งยางอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์
 
นอกจากนี้ ธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ก็จะได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมอีกด้วย ขณะเดียวกันยังมีโอกาสในส่วนของบริการคมนาคมและโลจิสติกส์ การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทำให้เกิดการเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมขนส่งมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทาง R1 กรุงเทพฯ-สระแก้ว- ปอยเปต (กัมพูชา)-พนมเปญ-โฮจิมินห์ (เวียดนาม)-วังตา ระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร ซึ่งมีด่านอรัญประเทศและปอยเปตเป็นจุดสำคัญที่เหมาะสำหรับการค้าชายแดน เป็นด่านที่มีมูลค่าการค้าสูงสุดในปี 2554 ถึงเกือบ 4 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นอีก ธุรกิจโลจิสติกส์ คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า จึงเหมาะสมที่จะไปตั้งในเขตเศรษฐกิจปอยเปต-โอเนียง เพราะจะก่อให้เกิดการพัฒนาสถานีขนถ่ายสินค้าเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ของทั้งสองประเทศ
 
ส่วนเส้นทาง R10 กรุงเทพฯ-ตราด-เกาะกง-กัมพูชา- สีหนุวิลล์-นามคาน (เวียดนาม) ระยะทาง 970 กิโลเมตร ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก สามารถยึดเกาะกงเป็นทำเลหลักได้ เนื่องจากเป็นเมืองหน้าด่านติดชายแดนไทยเสมือนเป็นประตูการท่องเที่ยวของกัมพูชา และมีเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกง ซึ่งเหมาะกับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม แปรรูปไม้ สินค้าเกษตร และสัตว์น้ำ ธุรกิจโลจิสติกส์จึงสามารถหาลู่ทางลงทุนและให้บริการจัดการห่วงโซ่อุปทานแก่ธุรกิจอื่น ๆ บริเวณท่าเรือสีหนุวิลล์เพื่อรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ที่มีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายฐานการลงทุนไปสู่ระดับอาเซียนพึงนามาพิจารณาต่อไป
 
 
 
สดุดี วงศ์เกียรติขจร
นักวิจัย สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)
โพสต์ทูเดย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์