หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
แนวทางการแก้ไขข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทางทะเลจีนใต้

17 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 9858)

โดย  พนารัช  ปรีดากรณ์
 
 
แนวทางการแก้ไขข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทางทะเลจีนใต้โดยใช้เวทีการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
 
ในอนุสัญญาสหประชาชาติปี 2525 ว่าด้วยกฎหมายทางทะเลของสหประชาชาติ (United Nations Convention on the Law of the Sea) นอกจากจะกำหนดแนวทางต่าง ๆ เกี่ยวกับสถานภาพของหมู่เกาะต่าง ๆ เขตไหล่ทวีป เขตทะเลปิด และขอบเขตน่านน้ำแล้ว ยังกำหนดให้ประเทศที่มีการอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนกัน แก้ปัญหาดังกล่าวโดยเจรจาตกลงร่วมกันบนพื้นฐานความจริงใจ ใช้หลักการ "พื้นที่พัฒนาร่วม (Joint Development Area)” กรณีตัวอย่างของประเทศคู่ขัดแย้งที่สามารถร่วมกันแก้ปัญหาการอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ได้อย่างประสบผลสำเร็จ คือ กรณีของพื้นที่อ่าวไทย ระหว่างไทย-มาเลเซีย และมาเลเซีย-เวียดนาม
 
แต่กรณีปัญหาของทะเลจีนใต้ที่บรรดาประเทศต่าง ๆ ทั้งจีนและชาติสมาชิกอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน ต่างอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของบางส่วนของน่านน้ำนั้น ข้อขัดแย้งยังมีที่เกิดขึ้นในระดับพหุภาคี ซึ่งแน่นอนว่าการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาย่อมเกิดความยุ่งยากขึ้น เช่น ในพื้นที่หมู่เกาะสแปรตลีย์ ที่ผู้อ้างสิทธิ์ต่างเข้าถือครองเกาะต่าง ๆ ในหมู่เกาะนี้ และ/หรือจัดตั้งกองกำลังทหารและสร้างป้อมปราการตามแนวปะการังต่าง ๆ แม้บรูไนที่แม้ว่าจะมิได้อ้างสิทธิ์เหนือบริเวณใดของหมู่เกาะสแปรตลีย์ และไม่ได้เข้าครอบครองเกาะใด ๆ ก็ยังประกาศเขตเศรษฐกิจเฉพาะซึ่งครอบคลุมถึงแนวปะการังลูอิซา (Louisa Reef) ไว้ด้วย ที่ผ่านมาได้มีการปะทะกันบ้างระหว่างกองทหารกลุ่มเล็ก ๆ ของแต่ละประเทศ ครั้งรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในปี 1974 เมื่อจีนบุกเข้ายึดครองหมู่เกาะพาราเซลจากเวียดนาม และในปี 1988 เมื่อกองทัพเรือของจีนและเวียดนามปะทะกันบริเวณแนวปะการังจอห์นสัน (Johnson Reef) ในหมู่เกาะสแปรตลีย์จนทำให้เรือของเวียดนามจมไปหลายลำและลูกเรือเสียชีวิต ไปถึง 70 กว่าคน
 
อาเซียนจะทำอย่างไรภายใต้สถานการณ์ของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แน่นอนที่การยึดตามอนุสัญญาสหประชาชาติปี 2525 ว่าด้วยกฎหมายทางทะเลฯ น่าจะเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงมีความพยายามใช้วิธีการทางการทูตและข้อตกลงความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาในทะเลจีนใต้ และหาทางให้ปัญหาข้อพิพาทนี้ได้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยโดยสันติวิธี โดยอินโดนีเซียได้เริ่มต้นเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานในเรื่องนี้ในปี 1990 (พ.ศ.2533) และหยิบยกเรื่องดังกล่าวสู่การหารือในการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ASEAN Regional Forum : ARF) ซึ่งมีประเทศเข้าร่วมประชุม 22 ประเทศ (รวมสมาชิกอาเซียน) ทั้งนี้ อาเซียนต้องการหารือกับจีนเพื่อนำไปสู่มาตรการและกลไกเพื่อปฏิบัติตามปฏิญญาทะเลจีนใต้ และต้องการให้มีการเจรจาเพื่อนำไปสู่การจัดทำระเบียบปฏิบัติในทะเลจีนใต้ หรือ Code of Conduct in the South China Sea (COC) ที่จะใช้เป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในทะเลจีนใต้ อาทิ การศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ การปราบปรามโจรสลัดและขบวนการค้ายาเสพติด โดยไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตย
 
ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือนพฤศจิกายน 1999 (พ.ศ.2542) ภาคีอาเซียนได้ผลักดันให้มีการกำหนดระเบียบปฏิบัติโดยทั่วไปสำหรับการแก้ปัญหาข้อพิพาท โดยจำเป็นต้องให้ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอาเซียน เช่น จีนและไต้หวันเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้เกิดความรอบด้านและครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย จีนในฐานะสมาชิกของ ARF เห็นว่าการแก้ปัญหาข้อพิพาทนี้ควรเป็นประเด็นหารือระดับทวิภาคี ในขณะที่เหตุผลแย้งจากสมาชิก ARF อื่นรวมทั้งสหรัฐอเมริกาเห็นว่าปัญหานี้เป็นประเด็นสนใจร่วมจากการที่มีผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค จึงเหมาะสมที่จะนำมาหารือในเวที ARF จีนได้เริ่มเปิดการเจรจากับกลุ่มอาเซียนเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องระเบียบปฏิบัติฯ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร เนื่องจากภาคีอาเซียนต้องการผลักดันให้เกิดพันธะผูกพันที่ชัดเจนเพื่อยับยั้งการเข้ายึดครองแนวปะการังหรือการก่อสร้างใหม่เพิ่มเติมจากเดิม ในขณะที่ฝ่ายจีนต้องการพันธะผูกพันแบบกว้าง ๆ เพื่อยับยั้งการกระทำที่อาจจะทำให้สถานการณ์ยุ่งยากมากขึ้นเท่านั้น
 
เวียดนามได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจากับจีนแบบทวิภาคีเพื่อแก้ปัญหาแนวเขตแดนที่เป็นกรณีพิพาทกันอยู่ในบริเวณอ่าวตังเกี๋ย (ซึ่งจีนเรียกว่า Beibu Wan และเวียดนามเรียกว่า Vinh Bac Bo) และบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์ ตลอดจนแนวเขตแดนบนบก และเวียดนามยังต้องการให้รวมปัญหาข้อพิพาทในบริเวณหมู่เกาะพาราเซลไว้ในระเบียบปฏิบัติฉบับใดฉบับหนึ่ง แต่ความคิดนี้ไม่เป็นที่ยอมรับของภาคีอาเซียนอื่น ๆ เนื่องจากกรณีพิพาทบริเวณหมู่เกาะพาราเซลเป็นปัญหาระหว่างเวียดนามกับจีนเท่านั้น
 
กรณีพิพาทนี้ยังคงดำรงอยู่และมีความตึงเครียดปะทุขึ้นเป็นระยะ ๆ ครั้งล่าสุดมาจากการที่เรือตรวจการณ์ของจีนตัดสายเคเบิลสำรวจของเรือบีงมีง 02 ของบริษัทปิโตรเวียดนาม เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2011 (พ.ศ.2554) และเรือตรวจการณ์ของจีนยิงเรือประมงของเวียดนาม 3 ลำ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2011 (พ.ศ.2554) การแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ด้วยเวที ARF จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เป็นสิ่งที่มั่วโลกกำลังจับตามอง
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์