หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
กรมส่งเสริมการค้าฯ เผยแผนลุยตลาดอัญมณีฯ 4 ประเทศ

16 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 1660)

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์การส่งออกกลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากผลการหารือร่วมกับภาคเอกชนว่า มีแผนจะจัดคณะผู้แทนไป 4 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ จีน(เซี่ยงไฮ้) และบาร์เรน โดยเจาะกลุ่มผู้บริโภคมหาเศรษฐกิจในตลาดศักยภาพใหม่ เพื่อเจรจาการค้าและส่งเสริมแบรนด์อัญมณีไทยในตลาดเป้าหมาย คาดว่าจะสามารถผลักดันการส่งออกอัญมณีฯ ในปี 2558 เพิ่มขึ้น 5% จากปี 2557 โดยการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) มีมูลค่าการส่งออกสูงเป็นอันดับที่ 4 และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่ง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) ของปีนี้เพิ่มขึ้น 3.9% หรือมีมูลค่า 2,415 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
 
ทั้งนี้ สินค้าอัญมณีฯ ของไทยมีศักยภาพ มีจุดเด่น และเป็นที่ต้องการของตลาด เป็นฝีมือคนไทยล้วน ๆ นำรายได้สู่คนไทย ซึ่งมีจำนวนเกือบล้านคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ ดังนั้น กรมฯ จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถหาลู่ทางขยายธุรกิจอัญมณีฯ ส่งเสริมและสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จัก จนติดตลาดจีน โดยผู้ประกอบการไทยจะได้พบปะหารือกับนักธุรกิจ ผู้นำเข้ารายใหญ่ในอุตสาหกรรมอัญมณีฯของ 4 ประเทศ ที่ได้คัดสรรไว้แล้ว
 
นอกจากกิจกรรมเร่งรัดผลักดันการส่งออกแล้ว สค.ได้วิเคราะห์ตลาดสำคัญอื่น ๆ เช่น สหรัฐฯ โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวดีขึ้น 3.6% ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก่อให้เกิดความต้องการซื้อสะสมสินค้าที่มีมูลค่าอย่างอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้นำเข้าของสหรัฐฯ จะมองสินค้าจากไทยเป็นหลัก โดยเฉพาะเครื่องประดับเทียม พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพชรเจียระไน และพลอยเนื้อแข็งเจียระไน
 
ส่วนตลาดอาเซียนจะได้รับแรงหนุนจากการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เครื่องประดับแท้ เทียม เพชรและพลอยสี จะได้รับความสนใจจากผู้ซื้อในต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวียดนามที่เป็นตลาดใหญ่ มีกลุ่มวัยทำงานนิยมชิ้นงานที่มีดีไซน์ ประณีต เช่น เครื่องประดับทองที่ตัวเรือนแกะสลักลายดอกกุหลาบ ดอกบัว เป็นต้น

นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการควรศึกษาช่องทางการจำหน่ายใหม่ ๆ อาทิ ผ่านทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาบางบริษัทในสหรัฐฯ มียอดขายเพิ่มขึ้น 120% ในขณะที่ช่องทางดั้งเดิมจะลดลงราว 30% ซึ่งจุดแข็งของการค้าแบบนี้คือ ความรวดเร็ว และธุรกิจที่สามารถตรวจสอบการขนส่งตลอดระยะเวลาและสามารถเปลี่ยนคืนสินค้าโดยไม่มีข้อแม้ รวมถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางโทรทัศน์เพื่อการค้า (ทีวี ช้อปปิ้ง) กำลังเป็นที่นิยมในตลาดยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะใช้กลยุทธ์แผนการสร้างเรื่องราวและกิจกรรมเหตุการณ์ให้ได้รับความยอมรับและน่าเชื่อถือในภาพลักษณ์ เพื่อโน้มน้าวและเร่งรัดการตัดสินใจ ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยที่มีสินค้าน่าสนใจและสามารถบอกเล่าเรื่องราวอันทรงคุณค่าได้ การใช้กลยุทธ์ดังกล่าวมานำเสนอขายสินค้าจะได้รับความสนใจ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์