หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> รอบรู้อาเซียนทั่วไป
พื้นที่ป่าในไทยอยู่ตรงไหน?

15 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 2718)

 
เป็นที่ทราบกันดีว่าป่าไม้เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ป่าไม้เป็นแหล่งวัตถุดิบของปัจจัยทั้งสี่ตั้งแต่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การชลประทาน บรรเทาอุทกภัย และอื่นๆอีกมาก นอกจากนี้ ป่ายังเป็นแหล่งดำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะป่าฝนเขตร้อนที่พบได้มากในประเทศไทย ประมาณกันว่าเราสามารถพบสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในโลกประมาณ 40-70% ได้ในป่าฝนเขตร้อน นอกจากนี้ป่าฝนเขตร้อนคือแหล่งค้นพบเภสัชกรรมใหม่ๆที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแหล่งหมุนเวียนออกซิเจนถึง 28% ของออกซิเจนทั้งหมดในโลก
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อสังคมมนุษย์ขยายตัวมากขึ้นก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไปเพื่อการเกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย เพื่อทรัพยากรป่าไม้ ฯลฯ ซึ่งหากไม่มีการควบคุมการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ พื้นที่ป่าในสังคมนั้นๆก็จะเสื่อมโทรมหรือหมดไปในที่สุด ทั้งนี้ ตัวเลขสัดส่วนพื้นที่ป่าเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดในประเทศน่าจะสามารถแสดงให้เห็นระดับการให้ความสำคัญต่อทรัพยากรธรรมชาติในสังคมนั้นๆได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งหากเราพิจารณาพื้นที่ป่าเป็นสัดส่วนต่อพื้นที่ประเทศแล้ว [1] จะพบว่าแต่ละประเทศมีพื้นที่ป่าคิดเป็นสัดส่วนดังนี้
 
จีน                                              18.21%
ญี่ปุ่น                                           67.00%
เกาหลีใต้                                     64.00%
เยอรมนี                                       31.70%
สหรัฐอเมริกา                              30.84%
ลาว                                             71.60%
เมียนมา                                      63.64%
มาเลเซีย                                     59.50%
กัมพูชา                                       51.56%
อินโดนีเซีย                                 46.46%
เวียดนาม                                    37.14%
ไทย                                            29.00%
ฟิลิปปินส์                                    23.87%
สิงคโปร์                                        3.00%

อนึ่ง ด้วยภูมิประเทศที่แตกต่างกัน อาจทำให้แต่ละประเทศมีปริมาณพื้นที่ป่าแตกต่างกันไปโดยธรรมชาติ เช่น จีน อาจจะมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายหรือเทือกเขาสูง
 
จากตัวเลขข้างต้นจะเห็นว่าประเทศไทยมีสัดส่วนพื้นที่ป่าน้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเรามักพบว่าประเทศที่มีการเปลี่ยนวิถีชีวิตของประชากรเข้ามาสู่วิถีชีวิตในเมืองมากขึ้น มักจะมีพื้นที่ส่วนป่าที่ลดลง เช่นเมื่อเทียบระหว่างประเทศไทยกับเพื่อนบ้านอย่างลาว อย่างไรก็ตาม เราอาจพบได้เช่นกันว่าประเทศอุตสาหกรรมที่มีวิถีชีวิตทันสมัยแบบแบบเมืองใหญ่ และมีเมืองหลวงที่ติดอันดับเมืองที่แออัดที่สุดในโลกเมืองหนึ่งอย่างญี่ปุ่นกลับสามารถรักษาปริมาณพื้นที่ป่าไว้ได้สูงมากอย่างน่าทึ่ง
 
ในปัจจุบันนี้คงไม่จำเป็นต้องถกเถียงกันถึงประโยชน์ของการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ ซึ่งจากตัวเลขของประเทศพัฒนาแล้วหลายๆประเทศ ก็น่าจะแสดงให้เห็นได้ว่าการพัฒนาประเทศกับการอนุรักษ์ป่าไม้นั้น เป็นสิ่งที่สามารถทำให้เกิดควบคู่กันไปได้ หากสังคมนั้นตั้งใจและร่วมมือกันอย่างจริงจัง
 
 
 
โดย http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_forest_area
  

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์