หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
โลกาภิวัตน์ต่างระดับความท้าทายเสรีอาเซียน

15 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 9373)

เหลือเวลาอีกเพียง 7 เดือนหรือครึ่งปีเศษ ไทยและอีก 9 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็จะเดินทางข้ามผ่านกระแสโลกาภิวัตน์   ไปอีก 1 ขั้น สู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัว แม้ภายใต้แผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียนเสาต่าง ๆ ทั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน(เอพีเอสซี) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน(เอเอสซีซี)  จะมีแผนงานที่มุ่งไปสู่ความเสรีของภูมิภาคด้านต่าง ๆ เช่น การเคลื่อนย้ายสินค้า แรงงาน เงินทุนอย่างเสรี แต่จากการวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับความเสรีนั้นพบว่าระดับความเสรีของ 10 ชาติอาเซียนยังแตกต่างกันมาก
 
สถาบันเศรษฐกิจสวิส KOF ได้จัดทำดัชนีโลกาภิวัตน์ประจำปี 2558 โดยเก็บข้อมูลดิบในปี 2555 มาวิเคราะห์ประเทศต่าง ๆ 207 ประเทศทั่วโลก ผ่าน 3 มิติหลักด้านโลกาภิวัตน์ ได้แก่ ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม มีประเด็นย่อย ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจ ข้อห้ามด้านเศรษฐกิจ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม สำหรับคะแนนภาพรวมของอาเซียนนั้น สิงคโปร์มีดัชนีโลกาภิวัตน์สูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ด้วยคะแนน 87.49 คะแนน ตามด้วยมาเลเซียในอันดับที่ 26 ได้ 79.05 คะแนน ขณะที่ไทยเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาค และอันดับที่ 41 ของโลก    ด้วยคะแนน 71.02 คะแนน
 
อย่างไรก็ตาม แม้อาเซียนจะมีประเทศที่เสรีมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่หลายประเทศในอาเซียนก็ยังได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มท้าย ๆ ของโลก โดยเฉพาะเมียนมาและลาว ซึ่งได้อันดับที่ 177 และ 188 ของโลกในการจัดอันดับปีนี้ หากเจาะไปในด้านที่อาเซียนพยายามผลักดันมากที่สุดอย่างด้านเศรษฐกิจ ดัชนีดังกล่าวพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ขอบเขตการค้าชายแดน การลงทุนและรายได้ไหลเข้า-ออกคิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพี สิงคโปร์ยังคงเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาค พร้อมกับเป็นอันดับ 1 ของโลกด้วย 95.69 คะแนน ส่วนไทยเป็น อันดับ 4 ของภูมิภาค รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน รวมถึงเป็นอันดับ 46 ของโลกด้วย 71.55 คะแนน
 
ขณะที่ประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวีนั้น กัมพูชาและเวียดนามขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 69 และ 71 ของโลก ด้วยคะแนน 62-63 คะแนน เช่นเดียวกับเมียนมาที่ขึ้นมาอันดับ 120 ของโลก แต่สำหรับลาวรั้งท้ายภูมิภาคด้วยอันดับ 180 ของโลก สำหรับมิติโลกาภิวัตน์ด้านสังคมนั้นดัชนีดังกล่าววิเคราะห์จากการติดต่อทางโทรศัพท์และจดหมายข้ามพรมแดน จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออก จำนวนประชากรชาวต่างชาติในประเทศนั้น ๆ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต รายการโทรทัศน์ และสื่อโฆษณาของสินค้าต่างชาติ ผลปรากฏว่า อันดับ 1 ของภูมิภาคยังคงเป็นสิงคโปร์ ด้วยตำแหน่งอันดับ 2 ของโลก 90.83 คะแนน ตามด้วยมาเลเซีย อันดับ 34 ของโลก 74.65 คะแนน ส่วนไทยเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาค และอันดับ 63 ของโลก 62.93 คะแนน ถือเป็นด้านที่ไทยได้คะแนนต่ำสุด เมื่อเทียบกันใน 3 ด้าน เช่นเดียวกับอีก 6 ประเทศที่เหลือที่ยังไม่ค่อยเสรีในด้านสังคม สังเกตได้ว่าตั้งแต่อันดับ 5 ของภูมิภาคอย่างฟิลิปปินส์ก็ตำแหน่งถอยลงมาอยู่อันดับที่ 129 ส่วนประเทศอื่น ๆ นั้นอยู่อันดับตั้งแต่ 141-200
 
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วิเคราะห์ว่า ผลการจัดอันดับที่ออกมาไม่น่าแปลกใจมากนักเพราะเป็นไปโดยสอดคล้องกับระดับการพัฒนาของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน คือ นำโดยสิงคโปร์ตามด้วยมาเลเซีย ไทย และมีประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวีรั้งท้าย ทั้งนี้ หากนำข้อมูลปัจจุบันมาพิจารณาประกอบจะพบว่าหลายประเทศในอาเซียนก็เริ่มมีการพัฒนาด้านต่าง ๆ มากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทักษะแรงงานของคนเวียดนามมีอัตราเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค แม้กระทั่งทักษะด้านกีฬาของคนเวียดนามก็ยังสูงขึ้นด้วย ดังจะเห็นได้จากผลงานของเวียดนามในซีเกมส์ครั้งนี้
 
อย่างไรก็ดี อาเซียนยังคงต้องคุยกันเรื่องเดิม ๆ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขและการเชื่อมโยงเข้าหากัน 100% เช่น กฎหมายภายในประเทศหลายฉบับที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการรวมตัวกัน ภายในช่วงก่อนเปิดประชาคมอาเซียนอาจยังทำไม่ได้ แต่วันที่ 1 มกราคม 2559 นี่ก็คงถือเป็นจุดเริ่มต้น เชื่อว่าอาเซียนจะยังรวมตัวกันได้เพียงแต่ต้องให้เวลาในการปรับตัว
 
ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า 4 ประเทศสมาชิกใหม่ หรือซีแอลเอ็มวี จะค่อย ๆ แก้ไขเรื่องต่าง ๆ รวมถึงค่อย ๆ เขยิบขึ้นมา เรื่องสำคัญคือ 6 ประเทศสมาชิกเดิม จะทิ้ง 4 ประเทศนี้ไปไม่ได้ เพราะยิ่ง 4 ประเทศนี้พัฒนาและเชื่อมโยงกับทั้งอาเซียนได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลดีกลับมาสู่อีก 6 ประเทศมากเท่านั้น
 
ขณะที่ The Leasted Development Report 2014 ของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ซึ่งเก็บข้อมูลประเทศพัฒนาน้อยทั่วโลกรวมถึงกัมพูชา ลาว และเมียนมา ระบุว่า ลาวและเมียนมาเป็นประเทศกลุ่มผู้ส่งออกทั้งภาคการผลิตและภาคบริการที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มเดียวกัน ในขณะที่ภาพรวมประเทศกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง นอกจากนี้ ในบรรดาประเทศพัฒนาน้อยที่สุดทั้งหมด ลาวถือเป็นประเทศเดียวที่ก้าวขึ้นมาสู่เส้นทางที่จะไปถึงเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) ครบทั้ง 7 เป้าหมาย สะท้อนถึงการเติบโตที่เด่นชัดขึ้นของลาว อาเซียนยังคงต้องคุยกันเรื่องเดิม ๆ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขและการเชื่อมโยงเข้าหากัน 100% เช่น กฎหมายภายในประเทศหลายฉบับที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการรวมตัวกัน
 
 
 
ที่มา :  กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์