หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ดึงเศรษฐีเรือยอชต์ลงทุน เนรมิตไทย "มารีน่าอาเซียน"

15 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 1443)

หลังจากรัฐบาลประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่หนึ่งไปแล้ว ในระยะต่อไปจะพัฒนา "เขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการท่องเที่ยว" เต็มรูปแบบตั้งเป้าจะพัฒนา จ.ภูเก็ต เป็นเมืองปลอดภาษีอย่างเป็นระบบ เพราะมีความพร้อมทั้งด้านท่าเรือ และสนามบิน โดยรัฐบาลจะให้สิทธิพิเศษสูงสุดในการส่งเสริมการลงทุน และได้สิทธิในการลดภาษีนิติบุคคล 10% นอกจากนี้ จะพัฒนาเมืองท่องเที่ยวที่มีท่าเรือให้เป็นจุดจอดเรือยอชต์และซูเปอร์ยอชต์ เป็น "เขตเศรษฐกิจมารีน่า" ด้วย
 
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า (จท.) เร่งทำข้อมูลแผนปฏิบัติการ หรือ Action Plan โครงการจัดงานแสดงเรือยอชต์ (YACHT) ที่ จ.ภูเก็ต ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน เพื่อจัดแสดงตามแผนในเดือนธันวาคม 2558 โดยจะมีการติดต่อกลุ่มเรือยอชต์จากกลุ่มประเทศต่าง ๆ เช่น กลุ่มสแกนดิเนเวีย รัสเซีย เอเชีย และพื้นที่จะสามารถจอดเรือได้กี่ลำ จากนั้นประมาณกลางเดือนกรกฎาคมจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในหลักการเพื่อจัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ

"การจัดงานแสดงเรือยอชต์จะเพิ่มโอกาสอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลของไทย เพราะเป็นการดึงคนจากทั่วโลกมาท่องเที่ยว รวมถึงเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมดูแลการรักษาเรือยอชต์ในไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวจะโดดเด่นขึ้น และต่อไปจะจัดทุกปี ขณะเดียวกันจะเริ่มฝึกอบรมบุคลากรในการดูแลเทคโนโลยี การบำรุงรักษาทางเรือ เพราะต่อไปเมื่อดึงเรือมาจอดในเมืองไทยแล้ว จะจอดอยู่ยาวเพื่อให้บริการและให้คนเช่า หรือใช้บริการในการท่องเที่ยวทางทะเล" รมว.คมนาคมกล่าว

นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยว่า แผนการจัดงานแสดงเรือยอชต์ในเบื้องต้นกำหนดจะจัดงานระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2558 - 31 มกราคม 2559 ที่ จ.ภูเก็ต ส่วนสถานที่จัดงานอยู่ระหว่างจัดหาพื้นที่จากผู้ประกอบการมารีน่าในพื้นที่ทั้ง 4 บริษัท มาช่วยดำเนินการร่วมด้วย โดยกรมเจ้าท่าจะทำรายละเอียดเรื่องด้านเทคนิค และกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจะช่วยเรื่องการประชาสัมพันธ์ดึงนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว และเจ้าของเรือยอชต์ มาร่วมงานคล้ายกับงานเอ็กซ์โป คาดว่าจะใช้งบฯ จัดงานกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งการจัดงานครั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวทางน้ำ รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมการต่อเรือ ซ่อมเรือ ชิ้นส่วนและอะไหล่เรือ ธุรกิจการประกันภัย เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในงานจะจัดนิทรรศการแสดงความพร้อมของรัฐบาลในการศึกษาจุดเหมาะสมในการ พัฒนามารีน่าในประเทศไทย ตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการจะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางมารีน่าของอาเซียน หากมีการส่งเสริมและพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการลงทุนและท่องเที่ยวของประเทศได้จากการจัดเก็บค่าจอดเรือและรายได้อื่น ๆ นายจุฬากล่าวอีกว่า เป้าหมายคือจะดึงนักลงทุนต่างประเทศทำธุรกิจเรือยอชต์จากทั่วโลกมาลงทุน เช่น ยุโรป ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อยู่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยอาจจะมาร่วมกับผู้ประกอบการไทยก็ได้ เนื่องจากรัฐบาลมองว่าเป็นธุรกิจที่เติบโตและมีกำลังซื้อสูงในขณะนี้ และยังมีความต้องการอีกมาก เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีท่าเรือมารีน่า จำนวน 11 แห่ง ฝั่งทะเลอันดามัน 6 แห่ง อ่าวไทย 5 แห่ง กระจายในพื้นที่ จ.ภูเก็ต กระบี่ ตราด ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งยังไม่เพียงพอ
 
นายจุฬากล่าวว่าประมาณตุลาคม 2558 จะมีความชัดเจนว่าเมืองไทยจะเลือกพัฒนามารีน่าที่จุดใดบ้าง โดยรูปแบบการลงทุนจะให้เอกชนมาลงทุนพัฒนาทั้งหมด ทั้งจัดหาพื้นที่และก่อสร้างคาดว่าจะใช้เงินก่อสร้างแห่งละประมาณ 200 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดท่าเรือ เช่น เรือยอชต์ หรือซูเปอร์ยอชต์ โดยจะไม่รวมค่าที่ดินที่เอกชนต้องจัดหาเอง อาจจะเป็นการเช่าระยะยาวหรือซื้อ ซึ่งกรมเจ้าท่าจะช่วยดูเรื่องพื้นที่ชายฝั่งทะเลว่าบริเวณไหนที่เหมาะสม รวมทั้งจะช่วยลงทุนระบบสาธารณูปโภค โดยการพัฒนาจะเป็นรูปแบบเขตเศรษฐกิจมารีน่าจะมีการส่งเสริมการลงทุนเหมือนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เช่น ยกเว้นภาษีนำเข้า เพราะในโครงการจะมีอู่ซ่อมเรือด้วย ระบบวีซ่าเข้า-ออก เป็นต้น เนื่องจากมารีน่าจะไม่ใช่แค่พัฒนาท่าเรือ จะมีการพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้วย เช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ โรงแรม จุดท่องเที่ยว พื้นที่ค้าขาย
 
นายจุฬา กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่เป้าหมายจะเป็นชายทะเลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเบื้องต้นกำหนด ไว้ประมาณ 10 แห่ง เช่น สมุย กระบี่ พังงา เกาะพีพี เกาะกูด เกาะช้าง หัวหิน เป็นต้น โดยพื้นที่นำร่องที่น่าจะมีความเป็นไปได้สูงที่สุด คือที่เกาะสมุย หากได้ข้อสรุปในสิ้นปีนี้ว่าจะมีเอกชนรายใดมาลงทุนคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2559 เป็นต้นไป
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์