หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
วัฒนธรรมอาหารไทยในโลกของเศรษฐกิจดิจิทัล

10 มิถุนายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 2320)

โดย  สันติพจน์  กลับดี
 
 
7 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 คอลัมน์ Best Food in the World ของ CNN เสนอผลการจัดอันดับ 50 อาหารอร่อยที่สุดในโลก (World's 50 most delicious foods) มีอาหารไทยติดอันดับอยู่หลายรายการ เช่น ส้มตำไทยติดอันดับที่ 46 ต้มยำกุ้งติดอันดับที่ 8 และที่น่ายินดีที่สุดจากการจัดอันดับในครั้งนั้น คือ อันดับหนึ่ง ได้แก่ แกงมัสมั่นของไทย [ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://travel.cnn.com/explorations/eat/worlds-50-most-delicious-foods-067535]
 
นอกจากนี้ ในคอลัมน์อาหารไทย (Thai Food) ของเว็บไซต์เดียวกันยังแนะนำอาหารไทยไว้ถึง 40 รายการ ที่ถึงกับบอกว่าคุณขาดมันไม่ได้ถ้าไปกรุงเทพมหานคร โดย 10 อันดับแรก ได้แก่ ต้มยำกุ้ง แกงส้มผักรวม แกงเขียวหวาน พะแนงไก่ แกงมัสมั่น ไก่ผัดผงกะหรี่ แกงจืด จิ้มจุ่ม ข้าวหน้าเป็ด ไข่เจียวหมูสับ [ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://travel.cnn.com/bangkok/eat/40-bangkok-foods-we-cant-live-without-342900]
 
อาหารไทยเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่สำคัญของประเทศไทย เกิดจากภูมิปัญญาของชาติที่คิดค้น ปรับปรุง พัฒนา ดัดแปลง นำเอาวัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่นประกอบกันเป็นอาหารไทย จนเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของบรรดานักท่องเที่ยวทุกชาติที่เข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะต้มยำกุ้งที่รู้จักกันทั่วโลกถึงขนาดที่นำไปใช้แทนการพูดถึงประเทศไทยในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ในปี ค.ศ.1997 ว่า วิกฤติต้มยำกุ้ง (Tom Yum Kung crisis)
 
จากการมีชื่อเสียงในด้านวัฒนธรรมทางอาหารดังกล่าว ในยุคที่ภาครัฐส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (digital economy) ประเทศไทยจึงน่าจะทำอะไรเกี่ยวกับอาหารไทยในโลกของเศรษฐกิจดิจิตอลได้บ้าง ถ้ายังไม่ทราบว่าเศรษฐกิจดิจิทัลคืออะไร คำตอบง่าย ๆ เศรษฐกิจดิจิทัล คือ กิจกรรมการผลิต การบริโภค การซื้อขายแลกเปลี่ยนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สินค้าที่ซื้อขายกันอาจจะเป็นสินค้าดิจิทัลโดยตรง เช่น ภาพยนตร์ เพลง เกม โปรแกรมสำเร็จรูป ภาพถ่าย หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือสินค้าที่จับต้องได้ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์กีฬา รวมการให้บริการต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งหนทางที่สะดวกและแพร่หลายที่สุดที่มีการทำการค้ากันคือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) นั่นเอง
 
ในส่วนของการนำวัฒนธรรมอาหารไทยไปสู่โลกของเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นอาจจะดำเนินการไปตามแนวทางเหล่านี้ เช่น
1. เปิดโรงเรียนสอนทำอาหารออนไลน์ให้กับชาวต่างชาติ
2. จำหน่ายคู่มือการประกอบอาหารไทยให้ชาวต่างชาติ
3. จำหน่ายวัตถุดิบ เครื่องแกง เครื่องปรุงอาหารไทยให้ชาวต่างชาติ
4. จำหน่ายอุปกรณ์การประกอบอาหารไทยให้กับชาวต่างชาติ
5. สร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับวิถีการกินอยู่ของไทยเผยแพร่ไปยังชาวต่างชาติ
6. จัดทำแหล่งรวมอาหารไทย รีวิวร้านอาหารไทย สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
7. ประชาสัมพันธ์สินค้าไทย OTOP ที่เกี่ยวกับอาหารให้กับชาวต่างชาติ
8. อื่น ๆ
 
การประกอบธุรกิจด้านอาหารในเศรษฐกิจดิจิทัลหรือเศรษฐกิจเครือข่ายดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะมีการดำเนินการอยู่แล้วบ้าง แต่ยังมีตลาดรองรับได้อีกมาก นอกจากนี้ การทำเว็บไซต์เกี่ยวกับธุรกิจด้านอาหารสำหรับชาวต่างประเทศ (ไม่เฉพาะเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ แต่รวมถึงภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ด้วย) ยังเป็นสิ่งที่ยังไม่ค่อยพบเห็นมากนัก ถือว่ายังเป็นธุรกิจที่มีคู่แข่งน้อย ต่างจากการเปิดเว็บไซต์ขายสินค้าทั่วไป เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีการแข่งขันสูงมาก
 
ในกรณีของการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารไทยบนโลกออนไลน์ นอกจากผู้ประกอบการจะได้กำไรเป็นผลตอบแทนแล้ว ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจยังเชื่อมโยงไปถึงผู้ผลิตวัตถุดิบ อุปกรณ์การประกอบอาหาร และอาจจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อีกด้วย
 


ส่วนอาเซียน  สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์