หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
พม่ารับอานิสงส์ท่องเที่ยว>เสียบแทนไทยหลังการเมืองยื้อ

12 มีนาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1506)

นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองของไทยในขณะนี้ มีผลต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึง นักท่องเที่ยวพม่าที่เดินทางมาเที่ยวไทยหลังจากมีการชุมนุมต่อเนื่องมาแล้ว 3 เดือน แม้ว่าการชุมนุมในไทยจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและนักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะคุ้นเคยกับเหตุการณ์เหล่านี้ แต่ก็มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นายพิษณุ กล่าวว่า ไทยและพม่า เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเดินทางไปมาหาสู่กันตลอดเพราะการเดินทางสะดวก สถานการณ์การการชุมนุมที่ผ่านมา ยังไม่ถึงกับทำให้ทางการพม่าประกาศเตือนนักท่องเที่ยว พม่าที่จะเดินทางมาไทย แต่ทางการพม่า ก็เป็นห่วงว่าถ้าหากสถานการณ์การเมือง ในไทยไม่คลี่คลายในเร็ววัน จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและอาจมีผลต่อการเดินทางมาเที่ยวไทยในอนาคต รัฐมนตรีของพม่าหลายคนมองว่าสถานการณ์การเมืองไทย ยังตึงเครียดและอาจมีความรุนแรงขึ้น ซึ่งในฐานะที่พม่า เป็นประธานอาเซียนได้มองเรื่องการรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ที่สมาชิกต้องพึ่งพากันมากขึ้น จึงกังวลกับสถานการณ์ในเมืองไทย

ช่วงที่ผ่านมา การท่องเที่ยวระหว่างไทยและพม่าขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนในเดือน ธ.ค.2556 ที่พม่าเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 27 และเดือน ม.ค.2557 เป็นเจ้าภาพกีฬาพาราเกมส์ครั้งที่ 7 รวมทั้งการที่พม่าเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ทำให้ พม่าเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียนหลายเวที เป็นอีกปัจจัยที่ท าให้ทั้ง 2 ประเทศ มีการเดินทางมากขึ้นแบบก้าวกระโดด คาดว่านักท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเทศ จากการประเมินอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวระหว่างไทย-พม่าที่ไปมา ระหว่าง กันจะเพิ่มสูงขึ้นอีกไม่ต่ ากว่า 30% ในปีนี้

กรมการท่องเที่ยวรายงานว่าปี 2556 มีนักท่องเที่ยวพม่าเดินทางมาไทย 172,374 คน ขยายตัวเพิ่ม 33.2% คิดเป็น 0.6% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางมาไทย ปัจจัยที่ทำให้จำนวนเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการเดินทางสะดวกและรายได้ของชาวพม่าสูงขึ้น จึงมีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่เดินทางเข้ามาเพื่อรักษาพยาบาลในไทย สถานการณ์การเมืองที่ปัจจัยลบต่อการท่องเที่ยวไทย อาจทำให้ไทยสูญเสียโอกาสดึงดูดการท่องเที่ยวจากต่างชาติ เนื่องจากนักท่องเที่ยวเลือกเดินทางไปพม่าและประเทศใกล้เคียงในอาเซียนแทน โดยถ้าดูสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไปพม่า จะเห็นชัดเจนว่าเติบโตต่อเนื่อง

ในปี 2551 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปพม่า 193,000 คน และปี 2554 เพิ่มขึ้นเป็น 391,000 หรือเพิ่มขึ้น 26.5 % ต่อปี และปี 2555 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าพม่าแบบก้าวกระโดดเกินกว่า 1 ล้านคนเป็นครั้งแรก ท าให้ปีนั้นพม่ามีรายได้จาก การท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 534 ล้านดอลลาร์ หรือ 16,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 67% สำหรับตลาดท่องเที่ยวของพม่า ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวเอเชีย ได้แก่ จีน ไทย มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่ง ส่วนใหญ่ 66.4% เดินทางผ่านด่านเมือง ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และพุกาม รวมทั้งมีระยะเวลาเฉลี่ยของการเข้าพักของนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 11 วัน และค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และตลาดนักท่องเที่ยวที่สูงขึ้น ช่วยกระจายรายได้ให้กับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร รวมถึงร้านค้าของที่ระลึกในพม่าด้วย ซึ่งทำให้ยอดขายสินค้าที่ระลึกเพิ่มขึ้น เช่น แป้งทานาคา หยก อัญมณี โดยยอดขาย จะเพิ่มขึ้นมากในช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ สงกรานต์

นอกจากพม่าเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังได้เร่งเปิดประเทศต้อนรับนักลงทุนเป็นอย่างมาก แหล่งข่าวจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ภาคเอกชนไทยมีความสนใจไปลงทุนในประเทศต่างในอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศพม่าที่เพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน ทำให้มีโอกาสสำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรมจำนวนมาก พม่ามีหลายปัจจัยสนับสนุนการเข้าลงทุน ได้แก่ การมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ การมีค่าจ้างแรงงานต่ำและ เป็นแรงงานที่มีทักษะโดยเฉพาะทักษะ ในเรื่องภาษาอังกฤษ ขณะที่กำลังซื้อของประชากรในประเทศพม่ามีมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลพม่าเองชัดเจนในเรื่องของนโยบายการส่งเสริมการลงทุนที่ให้แก่นักลงทุนต่างชาติมากขึ้น

พม่ายังออกกฎหมายส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ ซึ่งใช้เป็นการทั่วไปสำหรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในพม่า รวมทั้งในเขตอุตสาหกรรมทั้ง 37 แห่งทั่วประเทศของพม่า ประกอบไปด้วยการแก้ไขข้อกำหนดเดิม ที่นักลงทุนต่างชาติ ต้องเข้ามาถือหุ้นในธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุนในพม่าไม่ต่ำกว่า 35% แต่ปัจจุบันไม่ได้กำหนดสัดส่วนดังกล่าวไว้ ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติ สามารถร่วมทุนกับนักธุรกิจท่องถิ่นของพม่า โดยถือหุ้นน้อยกว่า 35% ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติ เข้าไปลงทุนได้มากขึ้น นอกจากนั้นกฎหมายฉบับดังกล่าวยังเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีนิติบุคคลเพิ่มขึ้นเป็น 7 ปี จากเดิม 5 ปี ส่วนการเช่าที่ดินจะให้เช่า ได้ 70 ปีและต่ออายุได้อีก 30 ปีและพิจารณาต่ออายุให้อีกครั้งละ 10 ปี

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์