หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
สหรัฐถอน “เรือพิฆาตติดขีปนาวุธออกจากการค้นหาโบอิ้งมาเลย์ที่หายไป

18 มีนาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1329)

ภายหลังที่เที่ยวบิน MH370 ของสายการบิน “มาเลเซียแอร์ไลน์ส” ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อมุ่งหน้าไปยังกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา อากาศยานลำนี้ก็หายสาบสูญไปพร้อมกับลูกเรือและผู้โดยสารรวม 239 ชีวิต จุดประกายให้นานาชาติเปิดฉากภารกิจค้นหาครั้งใหญ่ ทั้งในน่านน้ำแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในมหาสมุทรอินเดีย

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงาน โดยอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่อเมริกันซึ่งระบุวานนี้ (17) ว่า ครั้งแรกที่เครื่องบินลำนี้เลี้ยวออกนอกเส้นทางบินที่กำหนดไว้ ไปทางทิศตะวันตกนั้นน่าจะเกิดขึ้นจากการที่มีใครบางคนในห้องนักบินตั้งค่าระบบคอมพิวเตอร์ไว้

หนังสือพิมพ์นี้ชี้ว่า คำกล่าวนี้ตอกย้ำสิ่งที่เหล่าพนักงานสืบสวนเชื่อว่า อากาศยานลำนี้ถูกเปลี่ยนเส้นทางโดยมีการไตร่ตรองไว้ก่อน

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เหตุผลที่สหรัฐฯ ตัดสินใจถอนเรือพิฆาต ยูเอสเอส คิดด์ ออกจากภารกิจ เพราะขอบเขตในการค้นหาเครื่องบินโดยสารลำนี้กว้างขวางเกินไป จนควรใช้เครื่องบินตรวจการณ์มากกว่า

ทั้งนี้ เครื่องบินพิฆาตติดขีปนาวุธลำนี้ถูกส่งเข้าร่วมปฏิบัติการควานหาเที่ยวบิน MH370 ในมหาสมุทรตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และได้เปลี่ยนจุดค้นหาไปทางทิศตะวันตกในทะเลอันดามัน ตามคำขอของรัฐบาลมาเลเซีย

หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ รายงานว่า แม้ว่าเรือพิฆาตคิดด์ ซึ่งบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ MH-60 มาด้วย จะดำเนินภารกิจค้นหาทั่วพื้นที่ 15,000 ตารางไมล์ แต่ก็ยัง “ไม่พบเศษซากที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินแม้แต่ชิ้นเดียว”

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ครั้งหนึ่ง คิดด์ และเรือพิฆาตของสหรัฐฯ อีกลำได้เข้าร่วมภารกิจค้นหา MH370 ทว่าตอนนี้กองทัพเรือสหรัฐฯ มีแผนที่จะหันมาใช้เครื่องบินตรวจการณ์ พี-8 โพไซดอน และพี-3 โอเรียนแทน

กองเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ ระบุในคำแถลงว่า “เนื่องจากมีการขยายขอบเขตการค้นหาออกไปทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย จึงควรส่งเครื่องบินตรวจการณ์พิสัยไกล เช่น พี-8 โพไซดอน และพี-3 โอเรียน เข้าร่วมดำเนินภารกิจค้นหาและช่วยชีวิตมากกว่า”

ทั้งนี้ เครื่องบินพิฆาตติดขีปนาวุธลำนี้ถูกส่งเข้าร่วมปฏิบัติการควานหาเที่ยวบิน MH370 ในมหาสมุทรตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และได้เปลี่ยนจุดค้นหาไปทางทิศตะวันตกในทะเลอันดามัน ตามคำขอของรัฐบาลมาเลเซีย

หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ รายงานว่า แม้ว่าเรือพิฆาตคิดด์ ซึ่งบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ MH-60 มาด้วย จะดำเนินภารกิจค้นหาทั่วพื้นที่ 15,000 ตารางไมล์ แต่ก็ยัง “ไม่พบเศษซากที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินแม้แต่ชิ้นเดียว”

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ครั้งหนึ่ง คิดด์ และเรือพิฆาตของสหรัฐฯ อีกลำได้เข้าร่วมภารกิจค้นหา MH370 ทว่าตอนนี้กองทัพเรือสหรัฐฯ มีแผนที่จะหันมาใช้เครื่องบินตรวจการณ์ พี-8 โพไซดอน และพี-3 โอเรียนแทน

กองเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ ระบุในคำแถลงว่า “เนื่องจากมีการขยายขอบเขตการค้นหาออกไปทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย จึงควรส่งเครื่องบินตรวจการณ์พิสัยไกล เช่น พี-8 โพไซดอน และพี-3 โอเรียน เข้าร่วมดำเนินภารกิจค้นหาและช่วยชีวิตมากกว่า”

ทางด้าน ชัค เฮเกล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ร่วมหารือกับ ฮิชามุดดิน ฮุสเซน ผู้เป็นรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย และรักษาการรัฐมนตรีคมนาคมวานนี้ (17) โดยเฮเกลกล่าวกับฮุสเซนว่า สหรัฐฯ “ยังเข้าร่วมในภารกิจ” ค้นหาเที่ยวบิน MH370 ที่หายไปกว่าหนึ่งสัปดาห์ “อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” อย่างเต็มที่

ที่มา : manager.co.th


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์