หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เวียดนามผนึกเกาหลีใต้ สานฝัน "ผู้ผลิตแห่งอาเซียน"

21 พฤษภาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 2717)
 
 
เวียดนาม หนึ่งในจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจในอาเซียน ด้วยปัจจัยด้านจำนวนแรงงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่น รวมถึงนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากเกาหลีใต้ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการค้าและการลงทุนในประเทศดังกล่าวมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวียดนามและเกาหลีใต้ได้ลงนามในข้อตกลงเขตการค้าเสรี (VKFTA) อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ได้เจรจามานานถึง 8 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้สินค้าเวียดนามมีโอกาสเจาะตลาดเกาหลีใต้มากขึ้น
เตื่อยแจ๋ สื่อเวียดนาม รายงานว่า นายหวู หุ่ย ฮวงรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม กับ นายยุน ซัง-จิค รัฐมนตรีกระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงานของเกาหลีใต้ ได้ลงนามใน VKFTA โดยมีนายกรัฐมนตรีเวียดนามเป็นสักขีพยาน คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการส่งออกของเวียดนามไปยังตลาดเกาหลีใต้ รวมถึงแผนการที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีมากกว่า 2 เท่า ในช่วง 5 ปีข้างหน้า
นายเล แอน ไห ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเอเชีย-แปซิฟิก ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของประเทศเวียดนาม เผยว่า ทางการเกาหลีใต้จะลดภาษีนำเข้าสินค้าหลายประเภทที่ส่งออกจากเวียดนาม
ข้อตกลง VKFTA ยังครอบคลุมระเบียบปฏิบัติและขั้นตอนในหลายสาขา ได้แก่ การกำจัดและการลดภาษี การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา การอำนวยความสะดวกทางศุลกากร การคุ้มครองทางการค้า กำแพงการค้าเชิงเทคนิค การค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ การแข่งขัน ความร่วมมือเชิงเศรษฐกิจและเชิงสถาบัน

เกาหลีใต้จะเปิดเสรีให้กับสินค้านำเข้าจากเวียดนาม ราว 97.2% ของมูลค่าการนำเข้า และจะต้องยกเลิกภาษีนำเข้าราว 95.4% ให้แก่ประเทศดังกล่าว ในทางกลับกันเวียดนามก็เปิดเสรีการนำเข้าสินค้าจากแดนกิมจิ ราว 92.7% และยกเลิกภาษีนำเข้าที่ 89.2% เช่นกัน
 
"เวียดนามเป็นประเทศแรกที่เกาหลีใต้ได้เปิดตลาดกระเทียม ขิง น้ำผึ้ง และมันฝรั่งหวาน ถือเป็นการเพิ่มโอกาสที่สำคัญในการแข่งขันกับซัพพลายเออร์ในภูมิภาคอื่น ๆ และยังมีสินค้าเกษตรอย่าง ข้าว กาแฟ อาหารทะเล และสิ่งทอ ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลง VKFTA" นายไหกล่าว
ทั้งนี้ เวียดนาม ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตร อาหารทะเล สิ่งทอ และเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ คาดว่าจะลงนาม FTA กับรัสเซีย เบลารุส และคาซัคสถาน
ในเร็วๆ นี้ และอาจสรุปการหารือ FTA กับสหภาพยุโรปได้ในเดือนหน้า นอกจากนั้นยังใกล้ที่จะได้ข้อสรุปกรอบการค้าเสรี ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) กับ 12 ประเทศ รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และสหรัฐด้วย
และแน่นอนว่า เวียดนามมีแนวโน้มที่จะได้เปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเดียวกัน อันด้วยเหตุผลในเรื่องค่าแรงที่ถูกกว่า และภาษีที่ต่ำกว่าจากข้อตกลงการค้าเหล่านี้
 
 
 
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ บริษัท ไมโครซอฟท์ ตัดสินใจย้ายฐานดำเนินการบางส่วนจากไทยและจีน ที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง TPP มายังเวียดนาม ซึ่งตั้งอยู่ใน จ.บั๊กนิง ทางภาคเหนือของประเทศ และเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทซัมซุงของเกาหลีตัดสินใจลงทุน 9 หมื่นล้านบาทในเวียดนาม แทนความตั้งใจเดิมที่จะมาลงทุนในไทย ด้วยเหตุผลที่ว่าเวียดนามมีค่าแรงที่ถูกกว่า และการเมืองของเวียดนามเสถียรภาพกว่า
 

การลงนามครั้งนี้จะทำให้มูลค่าการค้าประจำปีระหว่างเวียดนามและเกาหลีใต้ แตะ 70,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2563 จาก 30,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2557 ซึ่งการค้าสองฝ่ายขยายตัวขึ้น 6% จากปี 2556 ที่มูลค่า 29,000 ล้านดอลลาร์ โดย 3 ใน 4 เป็นการนำเข้าของเวียดนาม
 
เกาหลีใต้เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ด้วยเม็ดเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 38,000 ล้านดอลลาร์ ในโครงการมากกว่า 4,200 โครงการ และการส่งออกสินค้าไฮเทคของเวียดนามในปี 2557 พุ่งเป็น 37,300 ล้านดอลลาร์ จาก 2,800 ล้านดอลลาร์ในปี 2552
นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังกลายเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของเวียดนาม แซงหน้าญี่ปุ่นไปเมื่อปี 2556 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ แผงวงจรรวม แผ่นวงจรพิมพ์ และชิ้นส่วนโทรศัพท์ เป็นต้น


 
ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า ในปี 2557 เวียดนามส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E) ราว 52,784 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียวเกือบ 95% ของการส่งออกสินค้า E&E ทั้งหมด ส่งผลให้เวียดนามขยับขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อันดับที่ 3 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย
ความน่าสนใจคือ ข้อตกลง VKFTA เป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงการค้าที่เวียดนามพยายามพัฒนาประเทศให้กลายเป็น "ผู้ผลิตของภูมิภาค" นโยบายชัดเจนของรัฐบาลเวียดนามเป็นเหมือนคันศรที่พร้อมพุ่งไปข้างหน้า ยากที่จะหยุดยั้ง
แน่นอนว่าหากไทยไม่พยายามดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด อนาคตที่สดใสของการเป็นประชาคมอาเซียนอาจกลายเป็นภาพดำมืดที่ย้อนมาทำร้ายไทยเสียเอง ทั้งๆ ที่เป็นหนึ่งในประเทศผู้ริเริ่มการจัดตั้งประชาคมอาเซียน
 
 
โดย ประชาชาติธุรกิจ


 
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์