หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ท่าเรือเพื่อการส่งออก ชายแดนตราดไปกัมพูชา

21 พฤษภาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 6497)

จังหวัดตราด 1 ใน 5 พื้นที่นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลทางด้านตะวันออกของไทยที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งทางบกและทางทะเล โดยเฉพาะเส้นทางสาย R 10 ที่มีภูมิศาสตร์ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกง ประเทศกัมพูชา สามารถเชื่อมต่อเข้าถึงท่าเรือสีหนุวิลล์ ในระยะทาง 233 กิโลเมตร และเชื่อมต่อไปยังประเทศเวียดนามได้ นอกจากนี้ ยังใกล้กับท่าเรือแหลมฉบังของไทยอีกด้วย ด้วยศักยภาพที่มีความพร้อมด้านการขนส่งหลายรูปแบบ ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางเรือ แนวทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ จ.ตราด จึงออกมาในรูปแบบการจัดตั้งเป็นศูนย์โลจิสติกส์ เพื่อกระจายสินค้าออกสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
 
หากพิจารณาศักยภาพของจังหวัดตราด โดยเฉพาะในเขต อ.คลองใหญ่ ในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำเพื่อการขนส่งไปประเทศเพื่อนบ้านและใกล้เคียง สถิติการนำเข้า-ส่งออก ปีงบประมาณ 2557 ของด่านศุลกากรคลองใหญ่ มีมูลค่ารวมกว่า 28,166 ล้านบาท และครึ่งแรกของปีนี้ ไทยส่งออกไปกัมพูชากว่า 14,689 ล้านบาท และนำเข้ากว่า 1,427 ล้านบาท ได้ดุลการค้ากว่า 13,262 ล้านบาท
 
ท่าเรือ ส.กฤตรวัณ 1 ใน 3 ท่าเรือเอกชนที่ขนส่งสินค้าไปยังประเทศกัมพูชา ในพื้นที่ ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ รองรับขนาดเรือบรรทุกสินค้าสูงสุด 2,000 ตัน เปิดบริการมาเป็นเวลากว่า 17 ปี สินค้าที่ขนส่งมีทุกประเภทเช่น เครื่องดื่ม น้ำอัดลม น้ำหวาน นมและอาหารเสริม น้ำตาลทราย ชุดสายไฟ เบียร์ รถยนต์นั่งใหม่ ยางรถยนต์ น้ำมันหล่อลื่น ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้าขาว ท่อและอุปกรณ์ก่อสร้าง
 
เดิมทีเป็นบริษัทที่เป็นตัวแทนในการขนส่งสินค้าไปยังประเทศกัมพูชา รับจ้างส่งต่อ ต่อมาเห็นแนวโน้มการค้าขายที่เพิ่มมากขึ้น จึงได้หันมาทำกิจการท่าเรือ และให้บริการครบวงจร ปัจจุบันมีเรือทั้งหมดกว่า 20 ลำ ขนาด 500-1,500 ตัน ออกจากท่าเฉลี่ยวันละ 2-4 ลำ บรรทุกสินค้าไปยังท่าเรือมงฤทธี ซึ่งเป็นท่าเรือเอกชน (Mong Rethy) ใน จ.พระสีหนุ (Preah Sihanouk) โดยใช้เวลาในการบรรทุกสินค้าประมาณ 12 ชั่วโมง บางเที่ยวไปไกลถึงท่าเรือใน จ.กัมปอต (Kampot) เนื่องจากถ้าไปโดยทางรถจะมีระยะทางที่ไกล ไม่คุ้มค่าต่อการขนส่ง
 
ปัจจุบันกัมพูชามีทางเลือกในการสั่งสินค้ามากขึ้น นอกเหนือจากสั่งซื้อจากจีนและเวียดนามแล้ว ยังมีนักลงทุนชาวไทยเข้าไปลงทุนประกอบธุรกิจในกัมพูชา โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมเกาะกง ส่งผลให้สินค้าส่งออกบางอย่างขาดหายไปประมาณ 40% จึงหันมาปรับวิธีการรับจ้างส่งสินค้าหนักจำพวกตู้คอนเทเนอร์ทดแทนสินค้าบางชนิดที่ขาดไป ทำให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้
 
ในส่วนของปัญหาและอุปสรรคของการทำธุรกิจ ส่วนใหญ่คือการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับไปทำงานใกล้บ้าน รวมไปถึงปัญหาความคับแคบของพื้นที่หน้าด่าน ไม่มีพื้นที่สำหรับถ่ายเทสินค้า เพื่อความสะดวกในการขนส่งทางบก ประกอบกับเส้นทางการคมนาคมในกัมพูชาไม่เอื้อต่อการ ขนส่ง ทั้งยังปัญหาเกี่ยวกับวิธีทางศุลกากรของแต่ละพื้นที่ชายแดนไม่เหมือนกัน
 
ดังนั้น การที่ประเทศไทยจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในสิ้นปีนี้ นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี ในการที่จะทำให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ มีความสะดวกในการไปมาหาสู่กันมากขึ้น แต่ควรคำนึงถึงปัญหาดังกล่าวเป็นอันดับต้น เพราะในอนาคต ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ
 
 
 
 
แหล่งที่มา : dailynews
 
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์