หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ส่องค่าแรงขั้นต่ำ ก่อนเปิดเสรี "ประชาคมอาเซียน"

19 พฤษภาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1067)
 
 
 
ส่องค่าแรงขั้นต่ำ ก่อนเปิดเสรี "ประชาคมอาเซียน"

การไหลเวียนของประชากรอาเซียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่ว่าจะเริ่มเดินทางกันอย่างเสรีหลังจากเปิดประชาคมอาเซียน แต่การเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกันกลับมีมานานนับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์
 
จนกระทั่งการเดินทางไปมาระหว่างกันเริ่มซาลงนับตั้งแต่สงครามเย็นเริ่มปะทุขึ้น แต่เมื่ออาเซียนเริ่มเปิดไปมาหาสู่กันมากขึ้นท่ามกลางโลกเสรีทุนนิยม ทำให้สมาชิกหลายชาติไม่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตไปอย่างเท่าเทียมกัน นำไปสู่การไหลออกของแรงงาน เพื่อออกแสวงหาความมั่งคั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
 
ดั่งเหตุสลดครั้งล่าสุดเกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติอย่างเหตุเรือไม้สองชั้นสภาพผุพังที่บรรทุกชาวอินโดนีเซียทั้งหมด 97 คน รวมทั้งเด็กและสตรี ข้ามฝั่งจากมาเลเซียไปยังอินโดนีเซีย ล่มนอกชายฝั่งห่างจากมาเลเซียไป 20 กิโลเมตร โดยสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ชาวอินโดนีเซียที่โดยสารมากับเรือลำดังกล่าวเป็นแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย โดยมีตัวเลขผู้สูญหายทั้งสิ้น 37 คน ส่วนอีก 60 คนได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยของมาเลเซียแล้ว ขณะเดียวกันผู้รอดชีวิตบางส่วนสามารถว่ายนํ้าขึ้นฝั่งเพื่อเอาชีวิตรอด และได้รับการช่วยเหลือจากเรือขนส่งสินค้า
 
นายโมฮัมเหม็ด ฮัมบาลี ยากุม หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการพื้นที่จากหน่วยลาดตระเวนชายฝั่งมาเลเซีย กล่าวว่า ผู้รอดชีวิตจากเรือลำดังกล่าวกว่า 60 คนที่ได้รับการช่วยเหลือในเบื้องต้น ถูกจับภายใต้ข้อหาลักลอบเข้าเมือง กระนั้นก็ตาม เหตุการณ์การหลบหนีเข้าออกประเทศมาเลเซียโดยเรืออย่าผิดกฎหมายมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยในจาการ์ต้าโพสต์ยังระบุอีกว่า จำนวนแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายในมาเลเซียสูงขึ้นถึง 2 ล้านคน โดยอาศัยช่องทางการเดินทางดังกล่าว
 

 
มาเลเซีย หนึ่งในประเทศร่ำรวยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแม่เหล็กดึงดูด แรงงานเถื่อนจากอินโดนีเซีย รวมไปถึงประเทศที่ยากจนกว่าในอาเซียนเข้ามาแสวงโชค โดยแรงงานส่วนใหญ่ของอินโดนีเซียที่เข้าไปทำงานจะอยู่ในส่วนของการปลูกปาล์มน้ำมัน และแม่บ้าน
 
เว็บไซต์ business-in-asia.com ระบุค่าแรงขั้นต่ำในมาเลเซียอยู่ประมาณ 318 บาท ขณะที่ค่าแรงของอินโดนีเซียที่เพิ่งจะมีการปรับขึ้นเฉพาะในกรุงจาการ์ต้า เมื่อปีที่ผ่านมาอยู่ประมาณ 137-251 บาท หมายความว่าในจังหวัดอื่น ๆ ของอินโดนีเซีย จากการรวบรวมผ่านเว็บไซต์ wageindicator.org อยู่ที่ประมาณ 82-171 บาทต่อวัน ไม่น่าแปลกใจนักที่ชาวอินโดนีเซียเลือกแสวงโชคเสี่ยงตายไปยังมาเลเซีย
นอกจากมาเลเซียแล้ว สิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้หลายแรงงานจากหลายประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคต่างมุ่งหมายที่จะเข้าไปหางานในประเทศแห่งนี้ จนทำให้กระแส "เกลียดต่างชาติ" ปะทุขึ้นในประเทศ ที่ชาวสิงคโปร์กลัวว่าต่างชาติจะเข้ามาแย่งงานและมาเบียดบังสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่พวกตนสมควรได้รับ เช่น การบริการขนส่งมวลชน แต่อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ยังต้องพึ่งแรงงานต่างชาติอยู่ ไม่ว่าจะเป็นงานในภาคส่วนการก่อสร้าง งานจำพวกแม่บ้าน หรืองานที่ใช้แรงงานหนัก
 
ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยเองที่เป็นศูนย์รวมของแรงงานจากประเทศอนุลุ่มน้ำโขง อย่าง กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่มีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 65 บาท 108 บาท 18 บาท และ 103 บาทต่อวันตามลำดับ ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไทยรุดหน้าไปมากกว่าทำให้ไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ดึงดูดแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านด้วยค่าแรงที่สูงกว่าโดยแรงงานส่วนใหญ่จากประเทศ CLMV จะเข้ามาอยู่ในภาคการประมง ภาคการเกษตร ภาคการก่อสร้าง และภาคบริการ อย่างการเป็นบริกรตามร้านอาหารต่างๆ
 
ทั้งนี้ เกือบทุกประเทศในอาเซียนต่างมีความต้องการแรงงานจากประเทศสมาชิกทั้งสิ้น อาทิ อุตสาหกรรมประมงไทย ที่พึ่งพิงแรงงานต่างด้าวกว่า 90% เมื่อใดก็ตามที่ภาครัฐ หรือเกิดเหตุการณ์ใดก็ตามที่บีบให้แรงงานเหล่านั้นกลับประเทศ นอกจากนี้ หากรัฐแก้ไขไม่ถูกจุด เกาไม่ถูกที่คันในเรื่องแรงงาน ผลเสียก็จะตกอยู่กับเศรษฐกิจของไทยเอง
 
ไม่เว้นกระทั่งมาเลเซียเองที่แม้ว่าจะมีความเกลียดชังแรงงานอินโดนีเซียแต่ภาคอุตสาหกรรมที่ยังใช้แรงงานอย่างการปลูกปาล์มน้ำมัน อุตสาหกรรมยางพารา กลับต้องการแรงงานข้ามชาติเหล่านี้อย่างไม่ขาดสาย ที่สำคัญแรงงานจำนวนไม่น้อยเข้ามาหางานในมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทยอย่างผิดกฎหมาย และการเดินทางก็เสี่ยงด้วยชีวิตทั้งสิ้น ตลอดจนสวัสดิภาพการเป็นอยู่ที่ไม่ดีนัก
 
 
 
หากมองไปถึงปี 2558 กับการเปิดประชาคมอาเซียน การเปิดเสรี 7 สาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย แพทย์ ทันตแพทย์ นักบัญชี วิศวกร สถาปนิก พยาบาล และนักสำรวจ อาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของอาเซียนมากนัก
 
ด้วยความหวงแหนของแต่ละประเทศที่ต้องการปกป้องตำแหน่งงานให้กับคนในชาติ และน่าสังเกตว่า 7 สาขาวิชาชีพดังกล่าว ในแต่ละประเทศล้วนมีกฎหมายรับรองที่แตกต่างกัน อย่างกฎหมายแพทย์ในไทยที่ระบุชัดเจนว่า แพทย์ต้องสื่อสารภาษาไทยได้ จึงเป็นข้อจำกัดของแพทย์จากประเทศอาเซียนอื่นๆ ที่ต้องการเข้ามาทำงานในไทย เป็นต้น
 
 
อย่างไรก็ตาม การเปิดเสรีด้านแรงงานที่ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นเปิดเสรีในการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง แต่การปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อเอื้อให้แรงงานต่างด้าวสามารถเข้ามาทำงานได้อย่างถูกกฎหมายง่ายมากขึ้น โดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิตหรือเสี่ยงต่อการถูกหลอกจากนายหน้าเถื่อน ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกรัฐบาลอาเซียนต้องให้ความสนใจ
 
 
 
โดย www.matichon.co.th
 
 
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์