หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> กัมพูชา (Cambodia)
ข้อมูลเศรษฐกิจกัมพูชา

15 พฤษภาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 27842)

ข้อมูลเศรษฐกิจกัมพูชา
 
นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 ภาวะเศรษฐกิจของกัมพูชาเริ่มดีขึ้นเมื่อสงครามภายในประเทศสงบลง และดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเปิดการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น สนับสนุนการท่องเที่ยว พัฒนาศักยภาพการผลิต พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภค มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ
 
ในปัจจุบันเศรษฐกิจกัมพูชามีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยในปี พ.ศ.2554 และปี พ.ศ.2555 การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของกัมพูชาเพิ่มสูงถึงร้อยละ 7.1 และร้อยละ 6.5 ตามลำดับซึ่งมากกว่าการเจริญเติบโตของ GDP กลุ่มอาเซียนที่มีการเติบโตเฉลี่ยเพียงร้อยละ 5.2 นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติยังให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในกัมพูชาเพิ่มขึ้น เพราะกัมพูชาเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ การเมืองในปัจจุบันมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพประกอบกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศของรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนอัตราค่าจ้างแรงงานที่อยู่ในระดับต่ำราว 61 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน จึงทำให้ประเทศกัมพูชาเป็นประเทศเป้าหมายที่ชาวต่างชาติสนใจเข้าไปลงทุนเพิ่มขึ้น ในระหว่างเดือนมกราคมจนถึงกันยายน พ.ศ.2555 มีการจดทะเบียนธุรกิจใหม่โดยชาวกัมพูชาและต่างชาติทั้งหมด 2,606 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 11.6 เมื่อเปรียบเทียบจากปีที่ผ่านมา โดยที่ธุรกิจใหม่นี้ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทเสื้อผ้า การก่อสร้าง และการค้า
 
กัมพูชาเปิดเสรีทางการตลาดทั้งในส่วนภูมิภาคและระดับโลก ดังเห็นได้จากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations หรือ ASEAN) ซึ่งสมาชิกอาเซียนได้ตกลงกันที่จะจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.2558 เพื่อที่จะให้อาเซียนรวมกันเป็นตลาดเดียว และมีฐานการผลิตร่วมกันระหว่างสมาชิกอาเซียน นอกจากนี้กัมพูชายังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญ เช่น องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) และองค์การแรงงานสากล (International Labour Organization:ILO)
 
กัมพูชายังเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เช่น อัญมณีเหล็ก ฟอสเฟส ซิลิคอน ถ่านหิน แมงกานีส น้ำมัน แก๊ส และไม้สัก นอกจากนี้ยังมีแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ บริเวณรอบทะเลสาบโตนเล (Tonle Sap) หรือทะเลสาบ เขมร ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพ ที่ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศกัมพูชา ล้อมรอบด้วยจังหวัดเสียมเรียบ จังหวัดพระตะบอง จังหวัดโพธิสัต จังหวัดกัมปงชนัง และจังหวัดกัมปงทมที่ปลายทะเลสาบด้านตะวันออกเฉียงใต้มีแม่น้ำโตนเลสาบไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขงและแม่น้ำบาสักที่กรุงพนมเปญ ซึ่งห่างจากปลายทะเลสาบ 100 กิโลเมตร บริเวณนี้กระแสน้ำโตนเลสาบจะสลับ ทิศทางการไหลตามฤดูกาล จนได้ชื่อว่าเป็น "River with Return” ปรากฎการณ์นี้ส่งผลให้ท้องน้ำโตนเลสาบในช่วงฤดูน้ำหลากขยายวงกว้างไปจนเกิดเป็นแหล่งเก็บน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ และจะค่อยๆ ระบายออกในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ การไหลสลับทิศทางของแม่น้ำยังช่วยให้เกิดการพัดพาตะกอนอันอุดมสมบูรณ์มาทับถมเป็นบริเวณกว้างก่อให้เกิดพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกบริเวณโดยรอบทะเลสาบ
 
จากธรรมชาติที่สร้างสมมาอย่างยาวนาน โตนเลสาบจึงมีความสำคัญในด้านต่างๆ ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและการพัฒนาประเทศกัมพูชาดังนี้
 
1.เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญต่อระบบนิเวศ เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีพันธุ์ปลามากกว่า 200 ชนิด และเป็นแหล่งกำเนิดทรัพยากรธรรมชาติประเภทอื่นๆ จำนวนมาก เช่น พืชพันธุ์ที่มีมากกว่า 200 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 46 สายพันธุ์และนกอีกกว่า 255 สายพันธุ์ ในจำนวนนี้มีหลายสายพันธุ์เป็นสัตว์ปีกอนุรักษ์ของโลก
 
2.เป็นแหล่งทรัพยากรประมงที่สำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะปลาน้ำจืดซึ่งเป็นสินค้าอาหารสำคัญอันดับ 2 ของกัมพูชารองจากข้าว และเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญของชาวกัมพูชา ปัจจุบัน กัมพูชาเป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลก รองจากจีน อินเดียและบังคลาเทศ โดยมีผลผลิตประมงน้ำจืดกว่า 4,000,000 ตันต่อปี (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10-20 ของ GDP) ซึ่งเป็นผลผลิตที่ได้จากโตนเลสาบประมาณ 230,000 ตันต่อปี หรือร้อยละ 60 ของผลผลิตประมงน้ำจืดทั้งหมดของกัมพูชา กัมพูชามีปลาน้ำจืดอย่างน้อย 300 ชนิด พบในโตนเลสาบกว่า 200 ชนิด ที่สำคัญ ได้แก่ Perch,Carp,Lungfish และ Smelt สาเหตุที่ทำให้ปลาชุกชุมมาจากการไหลของกระแสน้ำที่มีลักษณะเฉพาะ และระบบนิเวศที่มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเห็นได้จากปลาที่มีความสำคัญเชิงเศรษฐกิจ เช่น ปลาเตรเรียล (Trey Riel) โตนเลสาบจึงเป็นแหล่งทรัพยากรประมงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตของประชากรที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น การแปรรูปผลผลิตประมง (โดยเฉพาะปลาร้า และปลากรอบ)
 
3.เป็นแหล่งเพาะข้าวและพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สุดของกัมพูชาพื้นที่เกษตรกรรมของกัมพูชาที่มีอยู่ราว 2.8 ล้านเฮกตาร์ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวถึง 2.3 เฮกตาร์ การปลูกข้าวในกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นลักษณะ Rain fed lowland rice ที่มีมากถึงร้อยละ 86 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมดของกัมพูชา ซึ่งให้ผลผลิตค่อนข้างต่ำ ขณะที่การปลูกข้าวในลักษณะ Deep water หรือ Floating rice ซึ่งทำให้ได้เฉพาะบริเวณโตนเลสาบ และจำทำการเพาะปลูกในช่วงน้ำลดมีเพียงร้อยละ 4 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด แต่ให้ผลผลิตราวร้อยละ 12 ของผลผลิตข้าวทั้งหมด นอกจากข้าวแล้ว ยังมีพืชเศรษฐกิจสำคัญที่นิยมปลูกรอบบริเวณโตนเลสาบ ได้แก่ ยางพารา และพริกไทย
 
4.เป็นแหล่งทรัพยากรป่าไม้ ปัจจุบันกัมพูชามีพื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 60 ของพื้นที่ทั้งประเทศ ทรัพยากรป่าไม้มีสภาพค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ทั้งในพื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญของกัมพูชา นอกจากป่าไม้บริเวณเทือกเขาดังรักทางภาคเหนือ และเทือกเขาช้างทางภาคตะวันออก และพื้นที่ป่าไม้ทางภาคตะวันออกแล้ว บริเวณพื้นที่น้ำท่วมถึงโตนเลสาบ รวมถึงป่าชายเลนและป่าไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำบริเวณลุ่มน้ำโตนเลสาบก็เป็นพื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญเช่นเดียวกับป่าไม้บริเวณเทือกเขาในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ป่าไม้ของกัมพูชาได้เริ่มลดลงอย่างน่าเป็นห่วงจากอัตราการตัดไม้ทำลายป่าสูงถึง 300,000 เฮกตาร์ต่อปี เพื่อทำการค้าและน้ำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับหุงต้มในครัวเรือน
 
5.เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โตนเลสาบจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปชมความสวยงามของทะเลสาบและทัศนยภาพโดยรอบ รวมทั้งวิถีชิวตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้โตนเลสาบยังเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และมีระบบนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีพันธุ์ไม้ และสัตว์บางชนิดที่พบเห็นได้เฉพาะบริเวณโตนเลสาบเท่านั้น จึงถือเป็นจุดดึงดูงการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของกัมพูชา
 
6.เป็นปราการป้องกันน้ำท่วม โตนเลสาบเปรียบเสมือนปราการที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนใต้ โดยทำหน้าที่ดูดซับและเก็บกักน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก และปล่อยน้ำออกมาในช่วงฤดูแล้ง ทั้งนี้ พื้นที่ลุ่มน้ำโตนเลสาบสามารถดูดซับน้ำได้ประมาณ 46 ล้านลูกบาศก์เมตร ในจำนวนนี้ร้อยละ 62 เป็นน้ำที่ไหลจากแม่น้ำโขงส่วนที่เหลือเป็นน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำโตนเลสาบ
 
7.เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่เชื่อมจังหวัดต่างๆ รอบโตนเลสาบผ่านแม่น้ำบาสักไปยังกรุงพนมเปญ
 
จากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายของระบบนิเวศน์บริเวณโตนเลสาบจึงเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ และรากฐานสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชานับตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันที่มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 1.2 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ของประชากรกัมพูชาทั้งประเทศ ประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวประกอบอาชีพประมงและแปรรูปผลผลิตประมงเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็มีการทำเกษตรกรรม และเก็บของป่าขาย ประเทศกัมพูชานี้นอกจากมีความอุดมสมบูรณ์รอบโตนเลสาบแล้วยังมีทรัยพากรป่าไม้ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ทางภาคเหนือของประเทศ โดยการลงทุนในปี พ.ศ. 2554 นั้น ได้มีการลงทุนหลายภาคส่วน คิดเป็นด้านเกษตรกรรมร้อยละ 46.89 อุตสาหกรรมโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าร้อยละ 32 การท่องเที่ยวร้อยละ 5.13 การทำเหมืองแร่ร้อยละ 3.52 และการโทรคมนาคมร้อยละ 0.2
 
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์