หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ตลาดเออีซีมุมมองที่น่าลงทุน แต่ต้องมีความพร้อม

11 พฤษภาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1865)

โดย : วรกิตติ์ เครือศรี
 
นายสมบัติ สมบูรณ์เทอดธนา กรรมการผู้จัดการบริษัทมิตซูแสนรุ่งเรืองสุรินทร์และบุรีรัมย์ จำกัด เปิดเผยมุมมองเออีซีในฐานะนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบผลสำเร็จธุรกิจยานยนต์ในกัมพูชา สามารถขยายถึง 3 สาขา รุกตลาดเออีซี โดยกล่าวว่าหากเปิดเออีซี สิ้นปีนี้มุมมองของนักธุรกิจก็จะถือว่ามีทั้งจุดดีและจุดเสีย
 
จุดดีก็คือ เราจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นจากเดิม ในประเทศไทยเรามี 65 ล้านคน หากรวมเป็นประชาคมอาเซียนจะมีฐานลูกค้าถึง 600 กว่าล้านคน ซึ่งมองว่า การเดินทางและการเข้าออกเหมือนเขตยูโรโซน กำลังซื้อจาก 65 ล้าน ก็จะเป็น 600 ล้าน จุดนี้เราก็จะต้องเตรียมความพร้อมว่าจะมีใครเข้ามาในท้องถิ่นบ้านเรา จุดโฟกัสที่มองก็คือ กทม. และปริมณฑลเราจะต้องมีผู้คนและนักลงทุนเดินทางเข้ามาแน่นอน เพราะเป็นจุดศูนย์กลาง
 
จุดที่ 2 ก็คือ จังหวัดที่ติดชายแดนระหว่างประเทศของแต่ละประเทศ เช่น อ.สะเดา จ.สงขลา มีพื้นที่ติดกับมาเลเซียทาง อ.แม่สอด จ.ตาก ติดกับประเทศเมียนมา และ จ.หนองคาย ติดกับ สปป.ลาว ซึ่งมีผลตอบรับดีมากในเรื่องการค้าขาย ติดกับกัมพูชาก็ที่ อ.อรัญ ประเทศ และ จ.ตราด ซึ่งเป็นจุดใหญ่จะได้ผลดีเมื่อมีการเปิดเออีซี เนื่องจากว่ามีการค้าขายสะพัด รวมไปถึงจังหวัดที่มีพื้นที่ชายแดนที่ติดกับกัมพูชาที่ยังไม่เอ่ยถึงและยังไม่ได้เปิดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เช่น จ. สุรินทร์ เราก็จะต้องมีการเตรียมตัว เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่ติดกัน กับ จ.อุดรมีชัย และเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ซึ่งจะมีผู้คนเข้ามาในบ้านเราจำนวนมากเมื่อเปิดเออีซี จ.อุดรมีชัยห่างจาก จ.สุรินทร์ เพียง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที และเสียมเรียบ ห่างเพียง 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางก็เพียง 2 ชั่วโมง เท่านั้น
 
จุดนี้เองต่อไปก็จะมีกลุ่มลูกค้านักธุรกิจที่จะเดินทางเข้ามาค้าขายกับเราโดยง่าย เราก็มีโอกาสที่จะค้าขายมากขึ้นและเป็นจุดได้เปรียบของเรา ส่วนการเข้าไปทำธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านนั้น ตอนนี้บริษัทใหญ่เข้าไปหมดแล้ว ไปลงทุนทุกอย่างในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกลุ่มลงทุนกลุ่มนี้จะได้เปรียบโดยเฉพาะในกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเหมือนประเทศไทยเราและมีเสรีทางด้านการเงินเป็นอย่างมาก
 
นักลงทุนจากบ้านเราสามารถไปจดทะเบียนลงทุนได้ 100% โดยที่ไม่ต้องมีคนกัมพูชาถือหุ้นซึ่งเป็นจุดดีและจุดได้เปรียบของกัมพูชาเพียงแต่การถือครองที่ดินคนกัมพูชาจะต้องถือครอง 51% คนต่างชาติถือครองได้แค่ 49% จุดนี้หากเราไปลงทุนในเรื่องที่ดินเราจะถือครองร่วมกับชาวกัมพูชา แต่หากเรามองว่ากลุ่มที่ไปลงทุนเลยกลุ่มนี้จะได้เปรียบในช่วงนี้ จะพบตลาดที่ใหม่การแข่งขันก็ต่ำ และเราก็ได้เปรียบเรื่องของเทคโนโลยี ในแต่ละคนมีอยู่แล้ว อยากแนะนำว่าเรื่องของการค้า ซึ่งเศรษฐกิจในบ้านเราขณะนี้กำลังประสบปัญหา ในมุมมองของตนนั้น เรามีตลาดใหม่ ๆ ที่กำลังเติบโต และการแข่งขันยังต่ำแล้วมีเสรีทางด้านการเงิน และยังเปิดต้อนรับนักลงทุนก็อยากให้ไปลงทุน
 
นายสมบัติกล่าวอีกว่า ปัจจุบันตนได้ไปลงทุนเรื่องของรถยนต์ในประเทศกัมพูชา เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิแต่เพียงเจ้าเดียวในประเทศกัมพูชา เป็นดิสทริบิวเตอร์ จัดจำหน่ายทั้งหมด ปัจจุบันมีอยู่ 3 โชว์รูมและมีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มอีกในเร็ว ๆ นี้ และธุรกิจของคูโบต้า จำหน่ายรถไถเดินตามและเครื่องยนต์คูโบต้าในประเทศกัมพูชา
 
ในฐานะนักธุรกิจและนักลงทุนมองว่าในขณะนี้ประเทศกัมพูชากำลังมีความต้องการสินค้าจากประเทศไทยมาก ทำให้ไทยเราได้เปรียบและที่สำคัญประเทศอยู่ติดกัน ชาวกัมพูชามีความเชื่อมั่นในสินค้าไทยและมองว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าจากเวียดนามและจีน จุดนี้ก็เป็นจุดได้เปรียบที่ทำให้เราเข้าไปลงทุนในประเทศกัมพูชา แต่ในภาพรวมนักลงทุนจากไทยยังมีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับนักลงทุนจากประเทศอื่น ๆ ที่ไปลงทุน ที่ประเทศกัมพูชานำเข้ามาในขณะนี้ก็จะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรกลการเกษตร รถยนต์ รถจักรยานยนต์ อาหาร เครื่องดื่มและเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้กัมพูชายังต้องการเยอะมากเนื่องจากประเทศยังผลิตไม่ได้ ประกอบกับขณะนี้ประเทศกัมพูชากำลังลงทุนก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมในประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้าประเทศแล้วให้สิทธิพิเศษมากมาย
 
หากในอนาคตเขาสามารถผลิตและใช้จ่ายประเทศได้เองและตั้งตัวได้ การแข่งขันเราจะได้เปรียบน้อยลง เพราะเขาสามารถผลิตเองได้ต้นทุนถูกลง ตนถึงอยากแนะนำว่า หากไปลงทุนที่ประเทศกัมพูชาได้ต้องรีบไปลงทุนเพราะความต้องการสินค้ายังมีอีกมาก ที่สำคัญการผลิตยังไม่มี แต่เมื่อผ่านไปสักสิบปีมีการลงทุนเต็มที่ เขาอาจจะส่งสินค้ามาขายบ้านเราก็เป็นได้เพราะค่าแรงเขาถูกกว่าเรา จึงมองว่าในขณะนี้ กัมพูชาเป็นประเทศหนึ่งในอาเซียนที่น่าลงทุน
 
ที่ผ่านมามองว่านักลงทุนไทยเรายังมองภาพเก่า ๆ อยู่ เช่น การสู้รบที่เกิดขึ้น ตนอยากบอกว่าการสู้รบก็จะจำกัดอยู่ที่บริเวณชายแดนเวลาที่เราไปลงทุนไม่ได้ลงทุนที่บริเวณชายแดน ที่สำคัญก็ไม่มีเกิดขึ้นแล้ว เราไปลงทุนก็ไปลงทุน เช่น พนมเปญ เสียมเรียบ พระตะบอง กัมโปงโสม ซึ่งจุดนี้ไม่ใช่จุดที่จะเกิดการสู้รบ ไม่มีผลกับเราเลย ตนอยากให้มองว่าภาพการสู้รบกันก็เป็นเพียงภาพพื้นที่ชายแดนเท่านั้นไม่มีผลกระทบเลย ตนไปลงทุนที่กัมพูชานับสิบปีแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นเราเห็นมาหมดแล้ว และไม่เคยส่งผลกระทบเลย แต่กลับกันธุรกิจที่ไปลงทุนมีการตอบรับที่ดี การขายรถก็ดี โดยเฉพาะเครื่องจักรกลทางการเกษตรกัมพูชามีความต้องการเยอะมาก เพราะเป็นประเทศเกษตรกรรม ตรงนี้มีการตอบรับดีมากและรถยนต์ก็มีความต้องการสูงมากในอนาคต ที่กัมพูชามองว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ก็จะมีสูงมากเช่นกัน
 
สุดท้ายนี้การลงทุนต่าง ๆ ฝากถึงนักลงทุนและนักธุรกิจ มุมมองของนักลงทุนจะต้องมองและอ่านให้รอบด้านและจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน หากจะตัดสินใจลงทุน การเปิดเออีซีนับเป็นตลาดแห่งการลงทุนในอนาคตต่อไป.
 
 
 
credit : dailynews

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์