หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน

8 พฤษภาคม 2015

โดย  เติมธรรม  สิทธิเลิศ
 
 
การดำเนินการตามพิมพ์เขียวการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้นั้น ได้มีการดำเนินการในหลายด้านพร้อมกัน ซึ่งการดำเนินการต่าง ๆ มีการขับเคลื่อนโดยกลไกสำคัญประการหนึ่ง คือ การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Ministers (AEM) Meeting)
 
การประชุม AEM ถือเป็นกลไกการดำเนินงานระดับรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจของอาเซียน โดยมีการจัดประชุมปีละ 1 ครั้ง เพื่อกำกับดูแลและพิจารณาขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจของอาเซียนตามแนวทางที่ผู้นำอาเซียนกำหนด และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ รวมทั้งการขยายความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจา นอกจากนี้ ยังมีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) อีกปีละ 1 ครั้ง เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการและแก้ไขปัญหาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่จำเป็นหรือเร่งด่วน
 
การประชุม AEM ครั้งที่ 46 ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 28 สิงหาคม 2557 ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมา โดยมี H.E. Dr. Kan Zaw เป็นประธานการประชุม ซึ่งนอกจากการประชุมดังกล่าวยังมีการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Council : AECC) คณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area (AFTA) Council) คณะมนตรีเขตการลงทุนอาเซียน (ASEAN Investment Area (AIA) Council) ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจกลุ่ม CLMV องค์การความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอาเซียนและลุ่มน้ำโขง (ASEAN-Mekong Basin Development Cooperation : AMBDC) องค์การว่าด้วยความร่วมมืออย่างบริบูรณ์ระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP) การหารือกับประเทศคู่เจรจาของอาเซียน คือ ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ รัสเซีย สาธารณรัฐเกาหลี และสหรัฐอเมริกา
 
นอกจากนี้ ยังมีการหารือกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN Business Advisory Council) และสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน (EU-ASEAN Business Council) อีกทั้งมีการประชุมคู่ขนานของภาคเอกชนอีก 2 รายการ ได้แก่ การประชุมเจรจาภาครัฐและเอกชนว่าด้วยอุตสาหกรรมใหม่ ครั้งที่ 1 (1st Public-Private Dialogue on New Industries) และการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-อาเซียนด้านธุรกิจ ครั้งที่ 2 (2nd US-ASEAN Business Summit) โดยสามารถสรุปผลการประชุมอย่างย่อได้ ดังนี้
 
1. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ดำเนินงานตามแผนงานได้แล้ว 82.1% ของแผนการที่กำหนดไว้ทั้งสิ้น 229 รายการ ภายในสิ้นปี 2013 และถึงกลางเดือนสิงหาคม 2014 ได้ทำเสร็จเพิ่มเติมอีก 52 รายการ ของงานที่ตั้งเป้าหมายให้สำเร็จในช่วงปี 2014 - 2015
 
2. ผลงานสำคัญที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม สามารถแบ่งออกเป็น 4 เสาหลักประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คือ
เสาหลักที่ 1 การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน
- ดำเนินการโครงการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification) ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมและเพื่อส่งเสริมความสะดวกในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม
- สรุปกรอบคุณวุฒิอาเซียนซึ่งจะช่วยให้เกิดมาตรฐานการอ้างอิงของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติระหว่างรัฐสมาชิกอาเซียน
- ความสำเร็จของการจัดทำคู่มือประกอบอุปกรณ์ทางการแพทย์อาเซียน ส่งผลให้เกิดการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ในภูมิภาค
- ภาระผูกพันภายใต้กรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการค้าบริการ (AFAS) ใกล้เสร็จสมบูรณ์สะท้อนให้เห็นขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเคลื่อนย้ายบริการเสรีภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2015
- การลงนามพิธีสารแก้ไขความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน (ACIA) เพื่อให้เกิดกลไกในการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงของความตกลง
- การสรุปข้อตกลงยอมรับร่วมด้านวิชาชีพอาเซียน (MRA) ฉบับใหม่ด้านการบัญชี
 
เสาหลักที่ 2 การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถสูง
- รัฐสมาชิกของอาเซียนส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านนโยบายการแข่งขันและกฎหมายในภูมิภาคผ่านเครื่องมือต่าง ๆ เช่น ทางเว็บไซต์
- คณะทำงานอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาได้มอบหมายให้มีการศึกษาเพื่อประเมินการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน 2011 - 2015
- ตั้งหน่วยเฉพาะกิจด้านเครื่องหมายการค้าเพื่อให้การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับแผนปฏิบัติการด้านเครื่องหมายการค้าสำเร็จภายใน 2015
- นำปฏิญญาร่วมสหภาพยุโรป-อาเซียน ความร่วมมือด้านการบิน มาใช้ในช่วงการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป-อาเซียนด้านการบิน (EAAS) ที่จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2014 ที่ประเทศสิงคโปร์
- จัดตั้งกรอบความร่วมมือของสภาผู้ควบคุมด้านการสื่อสารโทรคมนาคม (ATRC)
- จัดทำร่างหลักการอาเซียนสำหรับกรอบ PPP (Public Private Partnerships)
 
เสาหลักที่ 3 การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเท่าเทียมกัน
- ให้ความสำคัญกับการริเริ่มการดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการ SME 2010 - 2015
- หารือเกี่ยวกับวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และเป้าหมายสำหรับแผนปฏิบัติการหลังปี 2015
- จัดทำบทบัญญัติของกองทุนบูรณาการญี่ปุ่น-อาเซียน (JAIF), GIZ และโครงการสหรัฐในการเชื่อมต่ออาเซียนว่าด้วยการค้าและการลงทุน (ACTI)
- หารือกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) ในการสนับสนุนโปรแกรมด้าน SME
- ร่างกรอบการทำงานแรกของรายงานการตรวจสอบด้านการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม (AFEED) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก
 
เสาหลักที่ 4 การบูรณาการสู่เศรษฐกิจโลก
- ลงนามในพิธีสารครั้งแรกเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA)
- มีความคืบหน้าจากการเจรจาเกี่ยวกับองค์การว่าด้วยความร่วมมืออย่างบริบูรณ์ระดับภูมิภาค (RCEP)
- มีการเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับเขตการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง
 
3. ที่ประชุมยังได้รายงานถึงความคืบหน้าในการหารือกับประเทศคู่เจรจาของอาเซียน อันได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ รัสเซีย สาธารณรัฐเกาหลี และสหรัฐอเมริกา ภายใต้กรอบความร่วมมือต่าง ๆ
 
4. ประเด็นท้าทายสำคัญในอนาคต
1) แม้จะมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามแผนไปอย่างมาก แต่มีปัญหาติดขัดในเสาหลักที่ 1 การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อการค้าในภูมิภาค การลงทุน และโอกาสการเจริญเติบโต จึงจำเป็นต้องเร่งทางแก้ไขเพื่อลดและขจัดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน
2) ระยะสุดท้ายของการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนคือตั้งแต่ในขณะนี้จนถึงสิ้นปี 2015 จะต้องเร่งทำเรื่องต่อไปนี้ (1) เร่งปฏิบัติการในเรื่องที่กำหนดไว้ในรายการที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวางและมีความสำคัญสูง (2) สื่อสารให้เกิดความรับรู้และเข้าใจกับวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม ประชาชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอาเซียน และ (3) จัดทำวาระอาเซียนหลังปี 2015 ให้เสร็จ โดยจุดเน้นสำคัญอยู่ที่การดำเนินการในประเด็นค้างคาจาก AEC 2015 ให้แล้วเสร็จ
3) รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเห็นว่าโดยภาพรวมภูมิภาคอาเซียนเดินหน้าไปได้อย่างเข้มแข็งในภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความท้าและและมีความผันผวน ขณะที่ภูมิภาคอื่นของโลกมีข้อจำกัดด้านการเจริญเติบโต อาเซียนยังเป็นตลาดที่น่าสนใจเนื่องจากอัตราการเติบโตที่สูงกว่า และด้วยเหตุผลพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจที่ดีกว่า แต่ความท้าทายคือการร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นต่อไป
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์