หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
พม่าไม่สนกำไร สั่งห้ามส่งออกไม้ซุงตั้งแต่เม.ย. อนุรักษ์ทรัพยากรประเทศ

25 มีนาคม 2014 (จำนวนคนอ่าน 2719)
 
ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2557 คนงานขนไม้สักขึ้นรถบรรทุก ในเมืองเปงเลบู รัฐสะกาย ทางภาคเหนือของพม่า ทางการพม่าจะห้ามส่งออกไม้ซุงตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. นี้ ในความพยายามของรัฐบาลที่จะรักษาป่าไม้ของประเทศ แม้จะส่งผลกระทบกับผลกำไรในภาคส่วนดังกล่าวก็ตาม.-- Reuters/Soe Zeya Tun.

     รอย เตอร์ - พม่าจะห้ามส่งออกไม้ซุงตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. นี้ นับเป็นความเคลื่อนไหวที่จะกระทบกับผลกำไรในภาคส่วนดังกล่าวที่เป็นทุนสำคัญ ของบรรดาทหารอดีตผู้ปกครองประเทศมาเป็นเวลายาวนานหลายสิบปี เมื่อรัฐบาลนักปฏิรูปชุดใหม่พยายามที่จะรักษาป่าไม้ของประเทศ

     พม่ามีพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ตั้งแต่บริเวณที่ลาดเชิงเขาหิมาลัยในภาค เหนือไปจนถึงป่าฝนเขตร้อนในภาคใต้ แต่ป่าไม้เหล่านี้กำลังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว

     กระทรวงป่าไม้พม่าเปิดเผยข้อมูลระบุว่า พื้นที่ป่าลดลงเกือบ 1 ใน 5 เหลือพื้นที่ป่าเพียง 47% ในปี 2553 จาก 58% ในปี 2533 ขณะที่รัฐบาลระบุว่า ยอดการส่งออกไม้ในปีงบประมาณ 2555-2556 อยู่ที่ 1.24 ล้านลูกบาศก์ตัน ทำรายได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์

      ในขณะที่ไม้ยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญสำหรับบรรดาผู้ปกครอง แต่หลังจากรัฐบาลกึ่งพลเรือนเข้าบริหารประเทศในปี 2554 สิ่งนี้ดูจะไม่สำคัญเช่นเดียวกับเมื่อก่อน

     การดำเนินการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจของพม่า ทำให้สหภาพยุโรป สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอนุญาตการลงทุนจากต่างชาติเข้าสู่ภาคส่วนต่างๆ ของพม่า เช่น การโทรคมนาคม และการปฏิรูปก็ดำเนินมาถึงภาคส่วนป่าไม้ ที่รัฐบาลพร้อมจะให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มากกว่าผลกำไร

      การห้ามส่งออกไม้ซุงมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมป่าไม้ ที่รายได้ราว 90% มาจากการส่งออกไม้ซุงและไม้ที่ยังไม่ทำเป็นผลิตภัณฑ์ บาร์เบอร์ โช หัวหน้าสมาคมพ่อค้าไม้พม่า ที่มีบริษัทกว่า 900 รายร่วมเป็นสมาชิก ระบุ

 

 
     จากกฎหมายใหม่นี้ จะส่งผลให้รายได้ตกลง ที่เป็นการบังคับให้บรรดาบริษัทป่าไม้ต้องลงทุนกับโรงเลื่อยใหม่เพื่อให้ ธุรกิจยังอยู่ในการแข่งขันได้ แต่การออกกฎนี้ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น เมื่ออดีตรัฐบาลทหารปล่อยให้มีการ "ผลิตมากเกินความต้องการ" ซึ่งเป็นการทำลายป่าไม้ของประเทศมาเป็นเวลาหลายสิบปี

     การโดนคว่ำบาตร การจัดการเศรษฐกิจที่ผิดพลาด และความต้องการสกุลเงินที่แข็งค่า ส่งผลให้บรรดานายพลให้สัมปทานตัดไม้กับพวกพ้องเพื่อส่งออกไม้ซุงแลกเปลี่ยน กับเงินสดที่จำเป็นต้องนำมาใช้ค้ำการปกครองของตัวเอง

     นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ถือเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศถูกกฎหมายที่ สำคัญเป็นอันดับ 2 ของรัฐบาลเผด็จการทหาร ที่ทำรายได้จากการส่งออกถึง 428 ล้านดอลลาร์ ในช่วงปีงบประมาณ 2547-2548

     บริษัท Asia World บริษัท Htoo Group และ บริษัท Yuzana Co. จัดอยู่ในกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับป่าไม้ โดยที่บริษัท Htoo Group และบริษัท Yuzana เป็น 2 บริษัทน้ำมันปาล์มยักษ์ใหญ่ ในเขตตะนาวศรีทางภาคใต้ ขณะที่บริษัท Yuzana ดำเนินกิจการสัปทานเชื้อเพลิงชีวภาพในพื้นที่ราว 500,000 ไร่ ของรัฐกะฉิ่น ที่เป็นแหล่งอนุรักษ์เสือใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งทหารยังได้ทำสัญญากับบริษัท Asia World ที่จะสร้างถนนและเขื่อนในพื้นที่ดังกล่าว

     "บริษัทเหล่านี้ได้รับสิทธิตัดไม้ในพื้นที่โครงการของพวกเขา" กลุ่มอนุรักษ์ป่าไม้ที่มีสำนักงานในกรุงวอชิงตันระบุในรายงานเมื่อไม่นานนี้

       คำสั่งห้ามส่งออกไม้ของรัฐบาลระบุครอบคลุมต้นไม้ทุกชนิด ซึ่งจะยุติสถานะของพม่าในการเป็นประเทศเดียวที่ส่งออกไม้สักจากป่าธรรมชาติ มากกว่าป่าปลูก และเพียงเฉพาะการส่งออกไม้สักเพียงอย่างเดียวก็ทำรายได้ให้กับประเทศ 359 ล้านดอลลาร์ ในปีที่ผ่านมา

      ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป รัฐบาลวางแผนที่จะลดจำนวนไม้สักที่อนุญาตให้นำออกจากป่า ถึงร้อยละ 80.


ที่มา : manager.co.th

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์