หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
แบรนด์เนมดังแห่ใช้หนังฟอกของไทย

26 มีนาคม 2014 (จำนวนคนอ่าน 1130)
 
     นาง ปราณี คุรุเวฬุกรณ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดโลกต้องการหนังฟอกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากแบรนด์สินค้าดังระดับโลก หันมาสนใจใช้หนังในการผลิตสินค้า ทดแทนวัสดุประเภทพีวีซีมากขึ้น ส่งผลให้หนังฟอกจากไทย มีความต้องการสูงขึ้นเช่นกันเพราะได้เปรียบในเรื่องคุณภาพ การส่งมอบที่ตรงเวลาและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่สูงกว่าคู่แข่ง ทำให้ผู้ผลิตแบรนด์ดังระดับโลก เช่น หลุยส์วิตตอง ปราด้า ลองชอง นำหนังจากไทยไปผลิตสินค้าชนิดต่างๆ ส่งผลให้ทั้งปีคาดว่า อุต ฯ ฟอกหนังของไทย มีมูลค่าการส่งออกไม่ต่ำกว่า33,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5 % เทียบกับปี 56
 
     อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักของอุตสาหกรรมฟอกหนัง คือ การขาดแคลนวัตถุดิบแรงงาน และเทคโนโลยีการผลิต โดยวัตถุดิบจะต้องนำเข้าหนังดิบโค กระบือจากต่างประเทศกว่า 70% แหล่งนำเข้าที่สำคัญจะมาจากประเทศสหรัฐฯออสเตรเลีย บราซิล อาเจนตินา แอฟริกาใต้ ส่วนเอเชียจะนำเข้าจากประเทศเวียดนามและจีน ซึ่งหนังดิบที่ได้จากเอเชียจะมีจำนวนลดลงเรื่อย เนื่องจากอุต ฯ หนังในประเทศจีนและเวียดนามขยายตัวมากขึ้น ส่วนแหล่งหนังดิบภายในประเทศยังมีคุณภาพต่ำเพราะมีรอยตำหนิบนผิวหนัง จึงต้องใช้เทคโนโลยีในการฟอกย้อม เพื่อปกปิดร่องรอย "อุตสาหกรรมฟอกหนังปัจจุบันได้ปรับตัวโดยการบริหารสต็อกวัตถุดิบหนังดิบ เพื่อลดเงินลงทุนไม่ให้จมไปกับวัตถุดิบ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และนำเข้าเครื่องจักรมาทดแทนแรงงานไร้ฝีมือซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมฟอกหนังไทย แข่งขันในตลาดโลได้ในอนาคต โดยตลาดหลัก ยังเป็นอาเซียนมีสัดส่วน 30% รองลงมาเป็นสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา”
 
     ส่วนปัญหาขาดแคลนแรงงาน ได้หันไปพึ่งพาแรงงานต่างด้าว 25% หรือ 8,000คน จากแรงงานทั้งสิ้น 30,000 คน จากโรงงานทั้งหมด 110 แห่ง ส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานจากประเทศเมียร์ม่า และลาว ผลิตหนังฟอกได้ปีละ 15,000 ตัน ส่วนเทคโนโลยีการผลิตนั้นได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) และวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการในการผลิตช่างฝืมือที่เชี่ยวชาญ และเทคนิคการผลิตใหม่ ๆ ให้โรงงานทำให้ลดการใช้แรงงานขั้นต่ำได้บางส่วน

     นางอรรชกา  สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่าปัจจัยสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เมื่อเปิดประตูการค้า (เออีซี) คือการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ซึ่งเมื่อเข้าสู่เออีซี จะดึงแรงงานต่างด้าวกลับประเทศมากขึ้นเนื่องจากต้องการแรงงานในภาค อุตสาหกรรมสูงจึงต้องเตรียมพร้อมนำเครื่องจักรเข้ามาทดแทนแรงงานพื้นฐานรวม ทั้งปัจจุบันประเทศคู่แข่งได้พัฒนาเทคโนโลยีและนำความรู้ใหม่ ๆเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตและการออกแบบมากขึ้น ซึ่ง กสอ.ก็ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรมาอย่างต่อเนื่องหากบุคลากรมีความ รู้ความสามารถย่อมมีโอกาสสูงในการขยายกิจการของภาคอุตสาหกรรมเพราะบุคลากร ที่มีคุณภาพไม่ว่าจะอยู่ในภาคอุตสาหกรรมใดถือเป็นรากฐานสำคัญต่อการเจริญ เติบโตของอุตสาหกรรมไทยทั้งสิ้น

 
ที่มา : เดลินิวส์


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์