หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
รมว.คมนาคมมาเลย์ปฏิเสธข่าว “นักบินที่ 2” ใช้โทรศัพท์ก่อน MH370 หายสาปสูญ

13 เมษายน 2014 (จำนวนคนอ่าน 1324)

ฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย เปิดแถลงความคืบหน้าในการค้นหาเที่ยวบิน MH370
ที่ ปุตรา เวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ กรุงกัวลาลัมเปอร์ วันนี้(13)
ฟาริก อับดุลฮามิด วัย 27 ปี นักบินที่ 2 ของเที่ยวบิน MH370
     เอเอฟพี – รัฐบาลมาเลเซียปฏิเสธข่าวนักบินผู้ช่วยบนเครื่องมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบินMH370 มีการใช้โทรศัพท์ติดต่อใครบางคนก่อนที่โบอิ้งลำนี้จะหายไปจากจอเรดาร์ ทว่ายังไม่ตัดความเป็นไปได้ใดๆ เกี่ยวกับชะตากรรมของเครื่องบินลำนี้ซึ่งหายสาปสูญไปนานกว่า 1 เดือนแล้ว

     เมื่อวานนี้(12) หนังสือพิมพ์นิวสเตรทไทม์สได้อ้างแหล่งข่าวสงวนนามซึ่งเปิดเผยว่า ฟาริก อับดุลฮามิด นักบินที่ 2 ได้โทรศัพท์ติดต่อใครบางคนก่อนที่สายจะถูกตัดไปอย่างกะทันหัน "ซึ่งอาจเป็นเพราะเครื่องบินได้แล่นผ่านเสา (สื่อสาร) ไปอย่างรวดเร็ว”

     นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันอีกว่า กัปตันซาฮารี อะหมัด ชาห์ ซึ่งเป็นนักบินที่ 1 ได้โทรศัพท์ติดต่อใครบางคน ก่อนหรือระหว่างที่นำเครื่อง MH370 ขึ้นบิน

     ฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย เปิดแถลงข่าวที่กรุงกัวลาลัมเปอร์วันนี้(13)ว่า รัฐบาลมาเลเซียไม่ได้รับข้อมูลว่าบุคคลในห้องนักบินใช้โทรศัพท์ติดต่อคนภาย นอก

     ฮิชามมุดดิน ยังชี้แจงด้วยว่า ขณะนี้ผู้โดยสารทุกรายยังอยู่ในข่ายต้องสงสัย แม้ก่อนหน้านี้ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซียจะออกมายืนยันว่าไม่พบพิรุธก็ตาม

     คอลิด อบูบาการ์ ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย ก็ได้ออกมาชี้แจงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ระหว่างที่การสอบสวนยังไม่สิ้นสุดผู้โดยสารทุกคนยังไม่ถือว่าพ้นข่ายต้องสงสัย

     ฟาริก และ ซาฮารี ถูกทางการสอบประวัติอย่างละเอียด นับตั้งแต่เที่ยวบิน MH370 หายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พร้อมกับคนบนเครื่อง 239 ชีวิต

     พนักงานสอบสวนแถลงเมื่อเดือนที่แล้วว่า เครื่องบินลำนี้น่าจะถูกใครบางคนจงใจบังคับให้ออกนอกเส้นทาง และปิดอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมด ก่อนที่เครื่องบินจะแล่นออกจากน่านฟ้ามาเลเซียไป

     การสูญหายของ MH370 นำมาซึ่งทฤษฎีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจี้เครื่องบิน หรือแม้กระทั่งนักบินก่อการร้าย ทว่าตลอด 1 เดือนของการค้นหาแทบพลิกมหาสมุทร เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่พบแม้แต่เศษซากของเครื่องบินที่คาดว่าจะตกลงทางตอนใต้ ของมหาสมุทรอินเดีย และยังปราศจากข้อมูลกล่องดำที่จะช่วยไขปริศนาได้ว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินลำนี้ต้องพบจุดจบ

    เรือ โอเชียน ชิลด์ ของออสเตรเลียซึ่งออกไปตระเวนค้นหานอกชายฝั่งเมืองเพิร์ทสามารถตรวจจับ สัญญาณ Ping ใต้ทะเลซึ่งมีความถี่ตรงกับสัญญาณกล่องดำได้หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันอังคารที่ 8 มีนาคม ซึ่งช่วยจุดประกายความหวังว่าทีมค้นหาอาจพบจุดตกของเครื่องบินในอีกไม่ช้า

     อย่างไรก็ตาม ศูนย์ประสานงานร่วมของออสเตรเลีย (JACC) ซึ่งควบคุมปฏิบัติการค้นหา MH370 แถลงล่าสุดวันนี้(13)ว่า ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมายังไม่พบสัญญาณใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าแบตเตอรีกล่องดำที่ส่งสัญญาณระบุตำแหน่งของมันเป็นเวลา 1 เดือนหลังเครื่องตก อาจจะหมดพลังงานไปแล้ว

     ภารกิจค้นหาเครื่องบินมาเลเซียในวันนี้(13) ครอบคลุมพื้นที่ 57,506 ตารางกิโลเมตรในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่งเมืองเพิร์ทไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 2,200 กิโลเมตร โดยมีเครื่องบินค้นหา 12 ลำและเรืออีก 14 ลำเข้าร่วมปฏิบัติการ รวมถึงเรือโอเชียนชิลด์ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ค้นหาสัญญาณกล่องดำ (towed pinger locator) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ไว้ด้วย
 
ที่มา : manager.co.th

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์