หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> รอบรู้อาเซียนทั่วไป
แนวทางของกระทรวงกลาโหมในการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

8 ตุลาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 3408)

ภายหลังจากที่ได้มีการจัดทำกฎบัตรอาเซียนหรือธรรมนูญอาเซียนในปี ๒๕๕๑ เพื่อวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กร ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ในทั้ง ๓ เสาหลัก คือ เสาการเมืองและความมั่นคง เสาเศรษฐกิจ และเสาสังคมและวัฒนธรรม โดยมีเป้าหมายหลักในการรวมตัวที่สำคัญ คือ การสร้างประชาคมที่มีความแข็งแกร่ง สามารถสร้างโอกาสและรับมือกับสิ่งท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีจุดมุ่งหมายให้อาเซียนเป็นประชาคมที่มีความสุข ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงประชาชนในอาเซียนมีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งหากกระทรวงกลาโหมสามารถสนับสนุนให้การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ประสบความสำเร็จ เป็นประชาคมที่มีกฎเกณฑ์และบรรทัดฐาน และการดำเนินการร่วมกัน รวมทั้งเป็นภูมิภาคที่มีความเป็นเอกภาพ สงบสุข และมีความเข้มแข็ง พร้อมทั้งมีความรับผิดชอบร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงที่ครอบคลุมทุกมิติแล้ว ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์โดยตรงก็คือประชาชนชาวไทย และประเทศไทยนั่นเอง และหากมองในเสาหลักเศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรมแล้ว ประเทศไทยถือว่าได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์มากที่สุด ดังนั้นจึงยิ่งส่งผลดีให้กับประเทศไทยมีการพัฒนายิ่งขึ้นตามไปอีกด้วย
 
วัตถุประสงค์
 
ในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียน จึงมีความจำเป็นที่กระทรวงกลาโหม ต้องเร่งจัดทำแนวทางปฏิบัติของกระทรวงกลาโหมในการรองรับการจัดตั้งเป็นประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบหรือแนวทางในการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งได้กำหนดวัตถุประสงค์ โดยพิจารณาจากประเด็นยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหมในด้านการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไว้ดังนี้
 
๑. เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่น และลดความหวาดระแวงระหว่างประเทศในภูมิภาค
 
๒. เพื่อสร้างความโปร่งใสในด้านการป้องกันประเทศ อันจะนำไปสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศ
 
๓. เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือทางทหารกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศในกลุ่มอาเซียน มิตประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อจัดระเบียบสภาวะแวดล้อม สร้างสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคง ความมั่งคั่ง ความก้าวหน้า และความสงบสุขร่วมกัน และเพื่อเป็นส่วนหนึ่ง ในการนำไปสู่การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘
 
๔. เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติ และลดโอกาสของการใช้กำลังในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง อาทิ ปัญหาความขัดแย้งเรื่องพรมแดนทั้งทางบกและทางทะเล และความขัดแย้งในการ อ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น
 
๕. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในภารกิจระหว่างประเทศ และการขยายบทบาทในเวทีระดับนานาชาติของกองทัพ อันจะเป็นการเสริมสร้างเกียรติภูมิของชาติ อาทิ การเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพของสหประชาชาติ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ และการรักษาความมั่นคงทางทะเล เป็นต้น
 
 
เป้าหมายในการดำเนินการ
 
กระทรวงกลาโหมสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการวางแผนในการเตรียมการ ด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ งบประมาณ และการบริหารจัดการต่าง ๆ ได้อย่างสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง และรองรับในการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘
 
แนวทางปฏิบัติของกระทรวงกลาโหมในการรองรับการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ มีการดำเนินการที่สำคัญ ๓ ด้าน ดังนี้
 
๑. การพัฒนาด้านกำลังพล
 
พัฒนาการฝึกและศึกษา การใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาของชาติในอาเซียนของกำลังพลในกองทัพให้สามารถบูรณาการองค์ความรู้ได้อย่างประสานสอดคล้องเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน เช่น การพัฒนารูปแบบในการฝึกร่วมผสม หรือการปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพเพื่อให้รองรับนายทหารนักเรียนต่างชาติในอาเซียนได้มากขึ้น เป็นต้น
 
๒. การพัฒนาด้านการจัดทำงบประมาณ
 
ปรับปรุงแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี ของกระทรวงกลาโหม และหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม (ปี ๒๕๕๕ – ๒๕๕๘) และแผนปฏิบัติราชการประจำปีให้สามารถตอบสนองและสามารถรองรับต่อภารกิจในความรับผิดชอบ และสนับสนุนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ได้อย่างเป็นรูปธรรมการพัฒนาด้านการบริหารจัดการ
 
๓. การพัฒนาด้านการบริหารจัดการ
 
๓.๑ บูรณาการในกิจกรรมต่าง ๆ ของอาเซียนที่ได้มีการจัดทำไว้อยู่แล้ว เช่น การประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ การประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพอาเซียน การแข่งขันยิงปืนอาเซียน การประชุมเจ้ากรมข่าวทหารอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ การประชุมเจ้ากรมยุทธการทหารอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ เป็นต้น โดยให้รายงานผ่านกองบัญชาการกองทัพไทย และนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อกรุณาทราบ
 
๓.๒ ดำเนินการตามเอกสารแนวความคิดในกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting: ADMM) และกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ASEAN Defence Ministers’ Meeting - Plus : ADMM – Plus) ทั้ง ๙ ฉบับ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยการจัดทำแผนงานงบประมาณเพื่อรองรับทั้ง ๙ ด้าน กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี ของกระทรวงกลาโหม และหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม (ปี ๒๕๕๕ – ๒๕๕๘) และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกระทรวงกลาโหม และหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม (ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ และ ปี ๒๕๕๘)
 
๓.๓ จัดตั้งกลไกในการดำเนินการขับเคลื่อนความร่วมมือในกรอบอาเซียน และพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกลไกหรือกฎระเบียบต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วให้มีความเหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงอาจจัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวกับการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สถาบันด้านการศึกษาและวิจัยงานด้านอาเซียนเพิ่มเติม หรือมีการปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ล้าสมัยเพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน เป็นต้น
 
๓.๔ ปรับปรุงแผนป้องกันประเทศ และภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดนให้สอดคล้องกับการเป็นประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ด้วยการเตรียมความพร้อมของหน่วย ยุทโธปกรณ์ บุคลากร ให้มีความเป็นสากลและสามารถรองรับการแก้ไขปัญหาร่วมกันของอาเซียนในภาพรวมได้
 
๓.๕ สนับสนุนการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนด้วยการใช้ศักยภาพและขีดความสามารถที่มีอยู่ของกระทรวงกลาโหม โดย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
 
 
 
 
 
โดย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
 
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์