หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเลาไคระยะยาว 15 ปี พร้อมตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวปี 2558

17 เมษายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 1300)

เวียดนามเปิดยิ่งใหญ่อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่เชื่อมสะพานขึงใหญ่ที่สุดในประเทศ
 
 
สนามบินนานาชาติโหน่ยบ่าย ( Sân bay Quốc tế Nội Bài) กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เป็นสนามบินนานาชาติใหญ่ที่สุดในเวียดนามตอนเหนือ ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมือง 45 กิโลเมตร การเดินทางจากเมืองโดยรถแท็กซี่ใช้เวลา 30-45 นาที
 
สนามบินแห่งนี้ เพิ่งเปิดใช้อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 เมื่อเดือนมกราคม 2558 เนื่องจากมีผู้ใช้บริการมากขึ้น ปัจจุบันมีสายการบินนานาชาติ 36 แห่งเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 340 เที่ยวบินต่อวัน โดยอาคารผู้โดยสารหลังเก่่าใช้สำหรับรองรับเที่ยวบินภายในประเทศเท่านั้น
 
การเดินทางเข้าเมืองต้องนั่งรถข้ามแม่น้ำแดงบนสะพานเญิ่ตเติน (Nhat Tan) ซึ่งเป็นสะพานขึงยาวที่สุดในเวียดนามความยาวรวม 8.9 กิโลเมตร ซึ่งเปิดใช้พร้อมกับอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ภายในเดือนเดียวกัน ซึ่งทั้งสนามบินนานาชาติแห่งใหม่และสะพานเญิ่ตเติน ล้วนเป็นยุทธศาสตร์ของเวียดนามในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อรองรับการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม การลงทุน การอำนวยความสะดวกในเดินการทางเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
 
โดยเฉพาะนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเวียดนามที่วางแผนระยะยาวถึง 15 ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2555-2563 มีวิสัยทัศน์ถึงปี พ.ศ.2573 เพื่อหวังที่จะนำการท่องเที่ยวมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และตั้งเป้าหมายให้เวียดนามกลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีชื่อเสียงในภูมิภาคและโลก ด้วยเวียดนามมีความโดดเด่นเรื่องท่องเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่นำความเก่าแก่และความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรม ของเมืองที่มีความเป็นมาทางด้านประวัติศาสตร์มากมาย หรือจุดขายในเรื่องการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น ฮาลองเบย์ ที่ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก
 
โดยสะพานดังกล่าวตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสนามบิน เป็นสะพานข้ามแม่น้ำแดงแห่งที่ 7 ที่จะช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางจากใจกลางเมืองไปยังสนามบินลงครึ่งหนึ่ง
 
จังหวัดเลาไค เป็นจังหวัดพื้นที่สูงติดชายแดนทางภาคเหนือ มีพรมแดนติดกับประเทศจีน จังหวัดเลาไคประกอบด้วย 1 นคร และ 8 อำเภอ คือนครเลาไค อ.บ๋าวทั้ง อ.บ๋าวเอียน อ.บ๊าตชาต อ.บั๊กห่า อ.เหมื่องเคือง อ.ซา อ.ซีมากาย และอ.วันบ่าน เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อของเวียดนาม และรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวพร้อมทั้งตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวของจังหวัดเลาไคจาก 1,240,000 คน เป็น 1,800,000 คน ในปี 2558 และคาดว่าจังหวัดเลาไคจะมีการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามแผนการท่องเที่ยวระยะยาวที่วางไว้ 15 ปี
 
เดินทางไปเลาไค 1 วัน เป็น 4 ชม.
ด้วยจังหวัดเลาไคมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติขึ้นชื่อ อย่างอ.ซาปา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเลาไคประมาณ 38 กิโลเมตร ซาปามีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ทำให้เพาะปลูกพืชผักผลไม้เมืองได้ดี และเป็นดินแดนแห่งขุนเขาที่มีความหลากหลายทางชาติพันธ์มากที่สุดในเวียดนาม ในอดีตเมืองซาปาถูกสร้างให้เป็นเมืองตากอากาศของชาวฝรั่งเศสสมัยเข้ามาปกครองเวียดนามในยุคล่าอาณานิคม เมืองซาปาโอบล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่จึง ทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี และยังมีภูเขาฟาน ซี ปัง ยอดเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีนไว้ให้ผู้คนมาพิชิต 
 
อีกทั้งเสน่ห์จากความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมือง และสีสันจากเอกลักษณ์การดำเนินชีวิต ประเพณีที่แตกต่างกันไปของแต่ละชนเผ่า การแต่งกายซึ่งแต่ละชนเผ่าก็จะแตกต่างกันออกไป ภาษาพูดเฉพาะ การเที่ยวชมทัศนียภาพสวยจากการทำนาขั้นบันไดของชนเผ่าไต ทำให้เกิดการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์เพื่อสัมผัสบรรยากาศวิถีการใช้ชีวิตของชุมชนชาวเขาซึ่งทำรายได้เป็นอันดับหนึ่งของซาปา รวมทั้ง การจำหน่ายสินค้าจากฝีมือการตัดเย็บของชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า หมวก เป็นต้น
 
นอกจากซาปาจะเป็นเมืองตากอากาศชั้นยอดและมีสีสรรแล้ว ยังเป็นเมืองที่เคยมีหิมะตกในบางปี เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ซาปามีแนวโน้มปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างเห็นได้ชัด ด้วยนักท่องเที่ยวหวังสัมผัสบรรยากาศความหนาวเย็นบนหิมะและภาพหิมะปกคลุมท้องนาขั้นบันได ยิ่งเมื่อเวียดนามได้เปิดใช้ทางหลวงจากเมืองฮานอย-เมืองซาปา เดือนกันยายน 2557 ที่ผ่านมา ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น และใช้เวลาการเดินทางจาก 1 วัน เหลือเพียง 4 ชั่วโมง เท่านั้น
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนอาเซียน
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์