หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ขับเคลื่อน SMEs ด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล

16 เมษายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 1828)

รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ประกาศนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลือนเศรษฐกิจ ยุคใหม่ โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร บอกว่า โลกทุกวันนี้ข้อมูลทุกอย่างอยู่บนเวิลด์ไวด์เว็บ (www) รัฐบาลจึงเดินหน้าผลักดันนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล โดยจะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตและใช้ข้อมูลจากเวิลด์ไวด์เว็บอย่างแพร่หลายด้วยต้นทุนที่ถูกลง พร้อมกับจัดทำฐานข้อมูลเพื่อรองรับการทำธุรกิจ มีผู้ให้คำแนะนำการใช้ระบบต่าง ๆ ซึ่งจะเอื้อต่อการเกิดธุรกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี
 
ทั้งนี้ การก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลจะต้องเตรียมการด้านต่าง ๆ ได้แก่
 
1. การสร้างบรอดแบนด์แห่งชาติ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึงในต้นทุนที่ถูกลงด้วยลากสายใยแก้วนำแสงเข้าถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จะดึงเอกชนและรัฐมารวมกันแล้วตั้งเป็นนิติบุคคลประเภทหนึ่ง เป็นเจ้าของเนชั่นแนลบรอดแบนด์ทั้งหมด เป็นการรวมสายไฟเบอร์ออปติกที่อยู่ในมือทั้งรัฐและเอกชน แปลงสินทรัพย์เป็นทุนแล้วเป็นเจ้าของตามสัดส่วนของทุน จากนั้น จ้างมืออาชีพมาบริหารคาดว่าจะใช้เวลาเตรียมการ 6 - 7 เดือน จากนั้น ใช้เวลาลากสายไปทุกหมู่บ้านอีกประมาณ 1 ปี นั่นหมายถึงอีกประมาณปีครึ่งจากนี้ทุกบ้านจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
 
2. เตรียมดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่จะรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กสอ. ทั้งข้อมูลด้านการตลาดการผลิต การบริหารจัดการ ระบบบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ รวมทั้งข้อแนะนำเกี่ยวกับการใช้ เช่น คำแนะนำการสร้างเว็บอีคอมเมิร์ซ การค้าขายออนไลน์ ฯลฯ
 
3. เพิ่มเนชั่นแนล เกตเวย์ที่เพียงพอ จากปัจจุบันประเทศไทยมีเพียง 2 เกตเวย์ ซึ่งทำให้การไหลของข้อมูลยังช้าอาจจะต้องลงทุนเพิ่มเป็น 10 เกตเวย์ เพื่อให้การไหลของข้อมูลเร็วขึ้นรองรับการส่งออก-นำเข้าข้อมูลที่มีมากขึ้น
 
4. เตรียมการด้านกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรม การค้า-ขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อเกิดประเด็นข้อขัดแย้งสามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ ซึ่งความคืบหน้าของกฎหมายขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
5. เรื่องของเงินทุน รัฐบาลจะผลักดันให้มีกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) เพื่อเข้าไปร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับประเทศเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ที่ใช้แนวทางดังกล่าวผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการใหม่จำนวนมาก
 
นอกจากนี้ รัฐบาลจะเตรียมการพัฒนาธุรกิจดิจิทัลให้ครบวงจร โดยตั้งคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมทำงาน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรม หอการค้าไทย สถาบันการเงิน ราชการทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม ไอซีที กระทรวงศึกษา ตัวแทนบริษัทเอกชน เพื่อระดมสมองพัฒนาสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาด
 
จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปี 2558 กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการภายใต้แนวคิดดิจิทัลเอสเอ็มอี ผ่านกิจกรรมหลัก 5 โครงการ ได้แก่
1. ส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ด้านดิจิทัล
2. เอสเอ็มอีอัจฉริยะ
3. การเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการโอท็อป
4. การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ด้วยดิจิทัล และ
5. การพัฒนาที่ปรึกษาธุรกิจโลกไซเบอร์
 
โดยตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 2,500 กิจการ และสามารถนำไปต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนทางธุรกิจได้จริง หัวใจหลักของการพัฒนาธุรกิจภายใต้เศรษฐกิจดิจิทัล คือ ผู้ประกอบการต้องมี knowledge economy และ Creative economy คือ ต้องมีทั้งพื้นฐานความรู้ และมีความคิดสร้างสรรค์ในการทาธุรกิจด้วย เมื่อรวมกันแล้วนำความรู้ดิจิทัลมาใช้ต่อยอดจะทำให้การดำเนินธุรกิจเกิดผลมากขึ้น
 
 
 
ที่มา : โพสต์ทูเดย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์