หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
อีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ระหว่างสยาม-ปีนัง (2)

27 เมษายน 2015

โดย  อดิศักดิ์  ศรีสม
 
 
เสี้ยวหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ไทยในยุคที่ปีนังยังเป็นของอังกฤษ ภายหลังเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 เหตุการณ์ความวุ่นวายทำให้พระราชวงศ์และนักการเมืองจากสยามประเทศไทยจำนวนมากต่างเลือกที่จะหลบลี้หนีภัยการเมืองมายังปีนังหนึ่งในนั้นคือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่เสด็จยังปีนังในปี พ.ศ. 2476
 
จากการช่วยเหลือของตระกูล ณ ระนอง สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ได้ทรงเช่าบ้านหลังหนึ่งบนถนนเกลาไวเพื่อใช้เป็นที่ประทับ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อตำหนัก "ซินนามอน ฮอลล์” ตำหนักซินนามอลฮอลล์เคยเป็นที่รับเสด็จฯ พระราชวงศ์ไทยหลายพระองค์ เช่น ในปี พ.ศ. 2480 สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระวันวัสสาอัยิกาเจ้า ซึ่งเป็นสมเด็จย่าของรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ได้เคยเสด็จประทับ ณ ซินนามอน ฮอลล์ เป็นเวลานานถึง 9 วัน
 
อีกเหตุการณ์สำคัญคือเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2481 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลรัชกาลที่ 8 ได้ทรงแวะที่ปีนังก่อนจะเสด็จนิวัติพระนครพร้อมด้วยสมเด็จพระชนนีศรีสังวาลย์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช คราวนั้นพระราชวงศ์ทั้ง 4 พระองค์ ได้เสด็จฯ มายังตำหนักซินนามอนฮอลล์ด้วย
 
ตำหนักซินนามอน ฮอลล์ ได้ถูกรื้อทิ้งไปนานหลายสิบปีแล้ว ปัจจุบันกลายเป็นอาคารที่ทำการสโมสรนักบินแห่งเมืองปีนังไม่หลงเหลือร่องรอยใด ๆ แห่งความทรงจำในอดีตให้ผู้คนในรุ่นหลังสามารถรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้อีกต่อไปเลย เจ้านายสำคัญอีกพระองค์ที่ลี้ภัยการเมืองมายังปีนัง คือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ กรมพระสวัสดิวัฒนวิศิษฎ์ ต้นราชสกุลสวัสดิวัตน์พระองค์เป็นพระบิดาของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และยังเป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมพระองค์แรกของสยาม ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าพระตำหนักของสมเด็จฯกรมพระสวัสดิฯ อยู่ที่ใดแน่ รู้เพียงตั้งอยู่บนถนนพม่า หรือ Burmar Road เท่านั้น
 
สมเด็จฯ กรมพระสวัสดิฯ ประทับอยู่ที่ปีนังราว 2 ปี และสิ้นพระชนม์ลงในเดือนธันวาคม 2478 ด้วยพระอาการประชวรเป็นเวลานาน หลังสิ้นพระชนม์ได้เพียง 12 วัน ได้มีการจัดงานถวายพระเพลิงพระศพที่วัดบาตูลัน จังหรือวัดปิ่นบังอร วัดไทยเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอังกฤษยังปกครองปีนัง โดยมีสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ทรงเป็นองค์ประธาน ที่วัดปิ่นบังอรยังเป็นสถานที่ในอีกเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่น่าสนใจ เพราะที่นี่เคยเป็นที่บรรจุศพพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทยที่ต้องลี้ภัยการเมืองหลังจากคณะราษฎรทำการยึดอำนาจกลับคืน จนสุดท้ายต้องมาจบชีวิตลงที่ปีนัง
 
ในย่านถนน Baganjermal ซึ่งมีถนนสายเล็ก ๆ แยกเข้าไปคือที่ที่พระยามโนปกรณ์นิติธาดาซื้อที่ดินสวนเงาะเก่าและปลูกบ้านไว้เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว ปัจจุบันไม่มีบ้านเจ้าคุณมโนฯ เหลือให้เห็นแล้ว แต่ถนนสายเล็ก ๆ นี้ได้รับการตั้งชื่อว่า Jalan Mano หรือถนนมโน รวมทั้งมีซอยแยกที่เรียกว่า Solok Mano เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทย พระยามโนปกรณ์นิติธาดาถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2491 ศพถูกเก็บไว้ที่วัดปิ่นบังอรไม่นานก่อนลูกหลานจะนำกระดูกกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศไทย โดยอัฐิของเจ้าคุณมโนถูกนำไปบรรจุอยู่เคียงข้างภริยาที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร ตามความประสงค์ครั้งสุดท้าย
 
ในปีนัง ยังมีสถานที่ที่เชื้อพระวงศ์จากสยามเคยประทับหลงเหลืออยู่ให้สืบค้นได้เพียงไม่กี่หลังในปัจจุบัน เช่น บ้านเลขที่ 3 บนถนน Lorong Bangkok เป็นบ้านหลังเล็ก ๆ อันเคยเป็นที่ประทับของพระองค์เจ้าหญิงประเวศวรสมัย เมื่อแรกมาถึงปีนัง บ้านชั้นเดียวสไตล์แองโกล - มาเลย์ ที่ตั้งอยู่บนถนน Cantonment ในอดีตก็เคยเป็นที่ประทับของหม่อมเจ้าวิบูลย์ สวัสดิ์วงศ์สวัสดิกุล ราชเลขานุการในสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ต้องลี้ภัยการเมืองมาจากสยามเช่นกัน
 
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของปีนังในปัจจุบันกำลังทำให้ข้อต่อทางประวัติศาสตร์ระหว่าง 2 แผ่นดินค่อย ๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของคนรุ่นหลังทุกทีทั้งที่เรื่องราวในอดีตเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าที่จะขับเน้นให้เห็นความสัมพันธ์ที่ดูใกล้ชิดกันมากขึ้น อันจะเป็นเครื่องมืออย่างดีที่จะช่วยสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่ไทยและมาเลเซียกำลังจะเป็นประชาคมอาเซียนร่วมกันในไม่ช้านี้
 
 
 
ส่วนอาเซียน  สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์