หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
มาเลเซียเปิดรายงานเที่ยว MH370 ไม่ได้เผยเงื่อนงำใหม่ แต่ให้ “แผนที่เส้นทางบิน”

2 พฤษภาคม 2014 (จำนวนคนอ่าน 1414)

แผนที่แสดงให้เห็นเส้นทางที่เที่ยวบิน MH370 ของมาเลเซียแอร์ไลน์ อาจจะใช้ ก่อนที่มันจะสูญหายไปโดยสันนิษฐานกันว่าคงตกลงในบริเวณตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย รัฐบาลมาเลเซียนำแผนที่นี้ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในวันพฤหัสบดี (1 พ.ค.)
รัฐบาลมาเลเซียนำรายงานฉบับย่อว่าด้วยเที่ยวบิน MH370 ออกมาเผยแพร่แล้วในวันพฤหัสบดี (1 พ.ค.) โดยที่มีการเรียงลำดับเวลาการสนองตอบต่างๆ ต่อการหายไปของเครื่องบินโดยสารลำนี้ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นไปอย่างล่าช้า ตลอดจนแผนที่เส้นทางบินที่ MH370 น่าจะใช้ แต่ไม่ได้บรรจุร่องรอยเงื่อนงำใหม่ใดๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโบอิ้ง 777 ของมาเลเซียแอร์ไลน์สลำนี้ ขณะเดียวกับก็เสนอแนะให้หน่วยงานยูเอ็นที่กำกับดูแลด้านการบินทั่วโลก พิจารณานำเอาระบบในการติดตามเครื่องบินพาณิชย์แบบเรียลไทม์มาใช้

ในรายงานขนาดสั้นความยาว 5 หน้าฉบับนี้ซึ่งลงวันที่ 9 เมษายน และได้ยื่นต่อองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ มีเนื้อหาเป็นการปะติดปะต่อข้อมูลซึ่งส่วนใหญ่ได้มีการเผยแพร่ให้ทราบกันไปแล้ว

รายงานนี้พร้อมด้วยเอกสารประกอบจำนวนหนึ่งซึ่งทางการมาเลเซียส่งเป็นอีเมลไปถึงองค์การข่าวสารต่างๆ นั้น ไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสำคัญใดๆ ที่จะเป็นเงื่อนงำชี้ถึงสาเหตุของเหตุการณ์คราวนี้ซึ่งยังคงเป็นเรื่องปริศนาลึกลับขนาดใหญ่โตที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์การบินของโลก

กระนั้นก็มีข้อมูลที่ยืนยันว่า หลังจากที่สังเกตเห็นกันว่าเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สลำนี้ได้หายไปในเวลาประมาณ ตี 1.38 น.ของวันที่ 8 มีนาคม พวกเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบใช้เวลาอยู่อีก 4 ชั่วโมงจึงได้เริ่มต้นดำเนินมาตรการตอบสนองฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ

ในเวลาเดียวกัน กองทัพอากาศมาเลเซียก็ใช้เวลาราว 8 ชั่วโมง กว่าที่จะแจ้งอย่างเป็นทางการให้พวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบของทางฝ่ายพลเรือนทราบว่า ทางกองทัพอากาศได้ตรวจพบเครื่องบินลำหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นเที่ยวบิน MH370 กำลังบินกลับเข้ามายังน่านฟ้าของมาเลเซีย จากนั้นก็บินเลยออกไปยังมหาสมุทรอินเดีย

รายงานฉบับนี้ยืนยันว่า เรดาร์ทหารตรวจพบเครื่องบินขณะที่มันเลี้ยวกลับและบินมุ่งสู่ทิศตะวันตก ตัดข้ามน่านฟ้าเหนือคาบสมุทรมาเลเซีย ทว่าไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ เนื่องจากเห็นว่าเครื่องบินลำนี้ดูมีท่าที "เป็นมิตร”

ในคำแถลงที่ส่งมาพร้อมกับรายงานนี้ รัฐมนตรีกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีคมนาคม ฮิชัมมุดดิน ฮุสเซน บอกว่า ได้มีการนำเอาบันทึกข้อมูลเรดาร์ของฝ่ายทหารมาศึกษาทบทวนใหม่ในเช้าวันนั้น หลังจากนั้นตัวเขาและนายกรัฐมนตรี ราจิบ ราซัค จึงได้รับรายงานถึงความเป็นไปได้เรื่องที่เครื่องบินเลี้ยวกลับมา และมีการส่งเรือของฝ่ายทหารหลายลำตลอดจนเครื่องบินลำหนึ่งไปค้นหา MH370 ที่บริเวณช่องแคบมะละกา




รายงานฉบับนี้ยังได้บรรยายให้เห็นสภาพที่ดูเหมือนเป็นความพยายามอย่างหวาดหวั่นลนลานเพื่อติดตามหาเครื่องบินที่หายไปนี้ โดยที่หอบังคับการบินในกัวลาลัมเปอร์ ได้ทำการติดต่อกับหอบังคับการบินทั้งในสิงคโปร์, ฮ่องกง และพนมเปญ เมื่อทำท่าจะเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากลขึ้นมา

สำหรับข้อมูลในรายงานนี้ที่เพิ่งถูกนำออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ได้แก่บันทึกเสียงสนทนาระหว่างห้องนักบินของ MH370 กับหอบังคับการบินกัวลาลัมเปอร์ และแผนที่หลายฉบับซึ่งแสดงให้เห็นเส้นทางบินที่ MH370 อาจจะใช้ในตอนเกิดเหตุ

จากแผนที่เหล่านี้บ่งชี้ว่า หลังจาก MH370 หันหัวเลี้ยวกลับขณะอยู่เหนือทะเลจีนใต้แล้ว ก็ได้บินตัดข้ามส่วนใต้สุดของประเทศไทย ใกล้ๆ พรมแดนติดต่อรัฐกลันตันของมาเลเซีย จากนั้นจึงบินข้ามคาบสมุทรมาเลเซีย

เครื่องบินได้เลี้ยวไปทางตะวันตกเมื่อบินเหนือช่องแคบมะละกาที่บริเวณใกล้ๆ กับเมืองปีนัง แล้วจึงบินต่อไปจนกระทั่งเลยขีดจำกัดการติดตามของเรดาร์ทหารของมาเลเซีย

ภายหลังออกพ้นพื้นที่ครอบคลุมของเรดาร์ทหารมาเลเซียแล้ว MH370 ได้เลี้ยวลงใต้และบินไปยังตอนเหนือของเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ก่อนที่จะบ่ายหน้าไปทางใต้ของมหาสมุทรอินเดีย บริเวณนอกชายฝั่งตะวันตกของออสเตรเลีย อันเป็นพื้นที่ซึ่งกำลังมีการรวมศูนย์ค้นพาใต้ทะเลกันอยู่ในเวลานี้

รายงานของมาเลเซียนี้ยังได้เผยแพร่ใบแจ้งสินค้าที่ MH 370 บรรทุกไป ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเครื่องบินลำนี้กำลังลำเลียงมังคุดกว่า 4.5 ตัน และแบตเตอรี่ลิเธียมอิออนอีกเกือบๆ 2.5 ตัน

ตราประทับบนใบแจ้งสินค้าสำหรับการขนส่งแบตเตอรี่ ระบุยืนยันว่าแบตเตอรี่เหล่านี้ได้รับการบรรจุหีบห่ออย่างถูกต้องตามกฎระเบียบของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA)

รายงานฉบับนี้ถึงบทสรุปโดยที่กระทรวงคมนาคมมาเลเซียชี้ว่า การสูญหายไปของเที่ยวบิน MH370 และของเที่ยวบิน AF447 ของสายการบินแอร์ฟรานซ์เมื่อปี 2009 เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ICAO ควรพิจารณากำหนดให้เครื่องบินขนส่งเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ต้องติดตั้งอุปกรณ์ติดตามแบบเรียลไทม์โดยถือเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ตามระเบียบของ ICAO นั้น ภายในเวลา 30 วันหลังเกิดเหตุเครื่องบินตก ประเทศผู้รับผิดชอบจะต้องส่งรายงานฉบับหลัก และพวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบของมาเลเซียยืนยันว่าได้ส่งไปตามกำหนดเวลา

อย่างไรก็ดี พวกเขาต้องรออยู่เป็นเวลา 3 สัปดาห์ก่อนที่จะเผยแพร่รายงานฉบับย่อนี้ต่อสาธารณชน โดยที่นายกรัฐมนตรีราซัคแถลงในสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาต้องการให้ทีมผู้เชี่ยวชาญ "ภายใน” ศึกษาทบทวนเนื้อหาดูอีกชั้นหนึ่งก่อน
รัฐมนตรีกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีคมนาคม ฮิชัมมุดดิน ฮุสเซน
นอกจากรายงานฉบับย่อนี้แล้ว มาเลเซียยังออกคำแถลงแนบฉบับหนึ่งซึ่งกล่าวว่า "ตราบเท่าที่การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเฉพาะเจาะจงชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ไม่ได้เป็นการรบกวนก่อให้เกิดอุปสรรคแก่การสอบสวน หรือแก่การปฏิบัติการค้นหาแล้ว ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวก็ควรที่จะนำออกมาเผยแพร่ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่การเปิดกว้างและความโปร่งใส”

มาเลเซียยังยืนยันในสัปดาห์นี้ว่ายังคงดำเนินการสอบสวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับ MH370 โดยได้แต่งตั้งอดีตอธิบดีกรมการบินพลเรือนของมาเลเซียเป็นประธานของการสืบสวนสอบสวนทั้งหมด ทั้งนี้ในการสืบสวนสอบสวนก็มีการเชื้อเชิญเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างประเทศเข้าร่วม ทั้งสมาชิกของคณะกรรมการความปลอดภัยในการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ (US NTSB) และหน่วยงานด้านการบินของประเทศอื่นๆ


ที่มา : manager.co.th



กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์