หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เริ่มต้นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

4 พฤษภาคม 2015

โดย  เติมธรรม  สิทธิเลิศ
 
 
ก่อนจะกล่าวถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ควรกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่มีชื่อว่า อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 1967 (พ.ศ. 2510) ตามปฏิญญากรุงเทพฯ โดยเมื่อเริ่มมีประเทศสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ต่อมามีประเทศสมาชิกเพิ่มอีก 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (หรือกลุ่มประเทศ CLMV) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาค นำมาซึ่งเสถียรภาพทางการเมืองและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ต่อมาการค้าระหว่างประเทศมีแนวโน้มกีดกันการค้ากันรุนแรงมากขึ้น อาเซียนจึงมุ่งเน้นในการกระชับและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านการค้ามากขึ้น โดยยังดำรงวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาค รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาค และใช้เป็นเวทีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาค
 
นับจากอาเซียนก่อตั้งขึ้นได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจมาโดยลำดับ อาทิ เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA ในปี ค.ศ. 1992) ความตกลงด้านการค้าบริการของอาเซียน (AFAS ในปี ค.ศ. 1995) ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมของอาเซียน (AICO ในปี ค.ศ. 1996) และเขตการลงทุนอาเซียน (AIA ในปี ค.ศ. 1998)
 
ทั้งนี้ ผู้นำอาเซียนได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการเพื่อนำไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC) ภายในปี พ.ศ. 2558 โดยที่ประชาคมอาเซียนประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน โดยมีกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) เป็นกรอบพื้นฐานทางกฎหมาย
 
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) เป็นเสาหลักที่จะขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจของอาเซียน เพื่อนำไปสู่การเป็นตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน (Single Market and Single Production Base) และมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน เงินลงทุน ตลอดจนแรงงานฝีมืออย่างเสรี อีกทั้งผู้บริโภคสามารถเลือกสินค้า/บริการได้หลากหลาย การเดินทางในอาเซียนมีความสะดวกและเสรีมากขึ้น
 
ที่กล่าวมานั้นนับเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับสมาชิกอาเซียนที่จะต้องร่วมมือกันผลักดันให้อาเซียนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ในการดำเนินการนี้ได้กำหนดการเร่งรัดการรวมกลุ่ม 12 สาขาสำคัญของอาเซียน (12 Priority Integration Sectors)ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์เกษตร ผลิตภัณฑ์ประมง อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ สุขภาพ การท่องเที่ยว การบิน และโลจิสติกส์
 
โดยที่มีการกำหนดประเทศผู้ประสานงานหลักในแต่ละสาขา ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ประสานงานหลักสำหรับ 2 สาขา ได้แก่ การท่องเที่ยวและการบิน การรวมกลุ่ม 12 สาขาสำคัญมีการกำหนดแผนงาน คือ
 
1. การเร่งขจัดภาษีใน 9 สาขาหลัก ได้แก่ เกษตร ประมง ไม้ ยาง สิ่งทอ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และสุขภาพ ให้เร็วกว่ากรอบความตกลง AFTA
 
2. การขจัดมาตรการที่มิใช่ภาษี โดยได้มีการจัดทำหลักเกณฑ์การจำแนกมาตรการเหล่านี้ของประเทศสมาชิกโดยใช้พื้นฐานตาม WTO ตลอดจนมีการเห็นชอบแผนงานการขจัดมาตรการที่มิใช่ภาษี
 
3. การปรับปรุงกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าให้มีความโปร่งใส มีมาตรฐานเป็นสากล และอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคเอกชนมากขึ้น โดยมีการใช้กฎ 40% value-added content การคิดแหล่งกำเนิดสินค้าโดยวิธีแปรสภาพอย่างเพียงพอ (substantial transformation) และการคิดคำนวณแหล่งกำเนิดสินค้าแบบสะสมบางส่วน
 
4. การค้าบริการ ได้มีการเปิดเสรีใน 5 สาขาบริการสำคัญ ได้แก่ สาขาการท่องเที่ยว เทคโนโลยีสารสนเทศ สุขภาพ การบิน และโลจิสติกส์ โดยเน้นการเร่งเจรจาและทำข้อผูกพันในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเข้าสู่ตลาด และการให้การปฏิบัติเยี่ยงคนชาติ (National Treatment)  (ความหมายแรกคือ การปฏิบัติต่อสินค้านำเข้าเช่นเดียวกับสินค้าที่ผลิตในประเทศ หรือการปฏิบัติต่อคนต่างชาติเช่นเดียวกับคนในชาติของตน ถือเป็นพันธกรณีภายใต้ความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า หรือ GATT ขององค์การการค้าโลก ความหมายที่สองคือ การปฏิบัติต่อบริการหรือผู้ให้บริการที่เป็นคนชาติของประเทศอื่นเช่นเดียวกับที่ให้การปฏิบัติต่อบริการหรือผู้ให้บริการที่เป็นคนชาติของตนเอง ซึ่งถือเป็นข้อผูกพันภายใต้ความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการ หรือ GATTS ขององค์การการค้าโลก)
 
5. การลงทุน มีการส่งเสริมการลงทุนภายในภูมิภาคในสาขาอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และสร้างเครือข่ายการลงทุน ตลอดจนมีการจัดทำรายชื่อเขตส่งเสริมการลงทุนพิเศษและเขตนิคมอุตสาหกรรมในอาเซียนเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงได้มากขึ้น
 
6. การอำนวยความสะดวกด้านพิธีการด้านศุลกากรโดยการจัดทำความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว และกำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนพัฒนาระบบ National Single Window และเชื่อมโยงเป็นระบบ ASEAN Single Window ต่อไป
 
7. การพัฒนามาตรฐานและความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์ เริ่มต้นด้วยการจัดทำมาตรฐานการยอมรับร่วมของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยจะมีการขยายความครอบคลุมไปยังสาขาอื่น ๆ
 
8. การเคลื่อนย้ายของนักธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบวิชาชีพ แรงงานมีฝีมือ และผู้มีความสามารถพิเศษ โดยเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสำหรับนักธุรกิจภายในภูมิภาค การพัฒนามาตรฐานการยอมรับร่วมสำหรับบุคลากรในวิชาชีพต่าง ๆ และ
 
9. การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางภายในอาเซียน ซึ่งมีการปรับและประสานกระบวนการ/พิธีการในการตรวจลงตราของนักเดินทางภายในอาเซียน ตลอดจนการยกเว้นการตรวจลงตราให้กับผู้เดินทางสัญชาติอาเซียนที่เดินทางภายในอาเซียน

 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์