หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ไทผาเก คนไทนอกอาเซียน

15 เมษายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 2354)

โดย   อดิศักดิ์  ศรีสม
 
 
ในรัฐทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียที่ติดชายแดนจีน เมียนมาและบังคลาเทศ เป็นแหล่งที่ประกอบไปด้วยกลุ่มชนต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะมีคนกลุ่มหนึ่งที่รียกตัวเองว่า "ไท” (Tai) อาศัยอยู่ที่นี่มาเนิ่นนานแล้ว โดยมีทั้งหน้าตา ผิวพรรณ วัฒนธรรม ลักษณะบ้านเรือนและการดำรงชีพใกล้เคียงกับผู้คนในเมียนมา ไทย ลาว ชนเผ่าไทตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนดังกล่าวอย่างน้อย 6 กลุ่มด้วยกัน
 
โดยในรัฐอัสสัม ได้แก่ ไทอาหม ไทผ่าเก และไทอ้ายตอน ส่วนในรัฐอรุณาจัลประเทศที่ติดกับชายแดนจีน มีกลุ่มไทคำตี้ ไทตุรัง และไทคำยัง หมู่บ้านนำผาเก (Nam phake) เมืองนะหารกาติยะริมฝั่งแม่น้ำบุริดิหิงของรัฐอัสสัม เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวไทผาเก (Tai Phake) ชุมชนที่มีตำนาน ประเพณีและวิถีชีวิตที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ไทเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
 
เดิมพวกไทผาเกอาศัยอยู่ที่โหกอง (Hukawng) ทางภาคเหนือของเมียนมา จนเมื่อต้นคริสต์ศรรตวรรษที่ 13 ได้อพยพข้ามเขาปาดไก่ล่องเรือมาตามลำน้ำต่าง ๆ ที่เป็นสาขาของแม่น้ำพรหมบุตรในรัฐอัสสัม โดยตั้งถิ่นฐานครั้งแรกที่เมืองดอนสวนคำ แต่พอครั้นอังกฤษเข้ายึดครองที่นี่แล้วก็ต้องพากันอพยพมาตั้งรกรากใหม่อยู่ที่บ้านนำผาเกเมื่อ 165 ปีที่แล้ว
 
 บ้านนำผาเกมีบ้านเรือนอยู่ประมาณ 150 หลังคาเรือน เป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตเรียบง่ายตามแบบฉบับสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม บ้านเรือนมีใต้ถุนสูงเช่นเดียวกับชาวไทในถิ่นต่าง ๆ หลังคามุงด้วยจากและสร้างด้วยไม้ไผ่ทั้งหลัง ที่น่าสนใจคือแม้บ้านหลายหลังจะมีอายุมากถึง 40 – 50 ปีแล้ว แต่โครงสร้างหลัก ๆ ที่เป็นไม้ไผ่ยังคงทนอยู่ได้ไม่ผุพังไปตามกาลเวลา
 
ด้านภาษาพูดของชาวไทผาเกที่ใช้ยังคงเป็นภาษาตระกูลไท ใกล้เคียงกับภาษาไทยล้านนาหรือไทใหญ่ จึงสามารถสื่อสารกับคนไทยภาคกลางจากประเทศไทยได้ไม่ยาก ชาวไทผาเกนับถือศาสนาพุทธ โดยมีวัดพุทธนำผาเกที่ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2393 เป็นวัดประจำหมู่บ้านเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจ
 
ปัจจุบันมีพระนิกายสยามวงศ์จำพรรษาจำนวน 2 รูปและสามเณรอีก 4 รูป วัดแห่งนี้ยังเป็นแหล่งรวมของเอกสารซึ่งเขียนด้วยตัวหนังสือไทโบราณที่เก็บรักษาไว้ประมาณ 200 เล่ม ทุกเล่มมีหมายเลขกำกับเอกสารและถูกจัดเก็บไว้สัดส่วนอย่างดีเพื่อใช้เป็นแหล่งในการศึกษาด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
 
ปัจจุบันมีคนไทยจากประเทศไทยแวะเวียนไปที่หมู่บ้านนำผาเกอยู่เป็นระยะ ๆ ส่วนใหญ่เป็นนักวิจัยที่เข้าไปศึกษาถึงวิถีความเป็นอยู่ของชาวไทกลุ่มนี้ ทำให้พวกเขาต่างคุ้นเคยและสนิทสนมกับคนไทยเป็นอย่างดี อีกทั้งบางคนยังเคยเดินทางมาประเทศไทยด้วย ชาวไทผาเกรู้สึกผูกพันกับประเทศไทยอย่างยิ่งนับตั้งแต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จฯ เยือนหมู่บ้านไทผาเกอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2552 หลังจากนั้นในเดือนพฤศจิกายน 2556 วัดพุทธหมู่บ้านนำผาเกยังได้รับกฐินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย
 
นอกจากนี้ ผู้แทนชาวไทผาเกยังได้เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย สาธารณรัฐอินเดียอย่างสม่ำเสมอ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งงานสำคัญทางศาสนาต่าง ๆ นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีการกระจายตัวอยู่ทั่วไปในภูมิภาคอาเซียนและยังเลยออกไปจนถึงบริเวณขอบนอกของภูมิภาคอย่างในอินเดียและจีนด้วย
 
ดังนั้น การศึกษาเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์จึงไม่อาจนำวิธีคิดเรื่องดินแดนหรือเขตแดนเข้ามาใช้ในการอธิบายความสัมพันธ์ของผู้คนได้เลย มิเช่นนั้นอาจทำให้มองเห็นแต่รัฐชาติเพียง 10 ประเทศ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นประชาคมอาเซียนเท่านั้น
 
 
 
ส่วนอาเซียน  สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์