หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ทุเรียน ทูตวัฒนธรรมแห่งอาเซียน

11 เมษายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 2654)

โดย  อดิศักดิ์  ศรีสม
 
 
เชื่อกันว่าทุเรียนเป็นพืชพื้นเมืองของอินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน ที่มีการเพาะปลูกต่อเนื่องมายาวนานหลายศตวรรษและยังได้รับการขนานนามว่าเป็น "ราชาแห่งผลไม้" เพราะเป็นที่ชื่นชอบของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยทั่วไป
 
สำหรับประเทศไทยมีหลักฐานแสดงถึงการปลูกทุเรียนในภาคกลางของประเทศมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยปัจจุบันมีพันธุ์ที่ได้รับความนิยม เช่น ชะนี ก้านยาว และหมอนทอง ซึ่งเชื่อว่าการปลูกทุเรียนคงรับสายพันธุ์มาจากทางภาคใต้ของไทย
 
ในมาเลเซียมีทุเรียนที่ได้รับความนิยมคือพันธุ์คุนยิต (Kunyit) มีรสหวานจัดและกลิ่นฉุน ได้รับฉายาว่าเป็น "ราชาทุเรียน” ของมาเลเซีย
 
ฟิลิปปินส์มีการปลูกทุเรียนกันมาในเกาะมินดาเนา โดยเฉพาะที่เมืองดาเวา จนได้รับการขนานนามให้เป็น "นครแห่งทุเรียน”
 
ส่วนที่ จ. กัมปอต ของกัมพูชา คือแหล่งผลิตทุเรียนใหญ่ที่สุดและมีรสชาติดีเยี่ยมแม้จะเป็นการนำพันธุ์ทุเรียนจากประเทศไทยเข้าไปปลูก แต่ด้วยคุณลักษณะของดินที่มีความพิเศษจึงได้ทุเรียนที่ให้ผลผลิตคุณภาพดีเลิศ
 
เวียดนามมีการปลูกทุเรียนกันมาทางภาคใต้ของประเทศในบริเวณดินแดนปากแม่น้ำโขง โดยพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับว่าให้ผลผลิตทุเรียนดีที่สุดอยู่ใน จ.ด่องนาย ซึ่งส่วนใหญ่ชาวเวียดนามจะนิยมรับประทานทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมือง
 
ส่วนทุเรียนในเมียนมาแม้จะได้รับความนิยมไม่น้อย แต่ยังมีข้อมูลไม่มากนักเกี่ยวกับที่ไปที่มาของทุเรียน เช่นเดียวกับลาวที่เพิ่งเริ่มมีการปลูกทุเรียนอย่างกว้างขวางในเขตพื้นที่ของเมืองปากซ่องทางตอนใต้ของลาว
 
ขณะที่อินโดนีเซียซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของสายพันธุ์ทุเรียนมากที่สุด ซึ่งมีทั้งพันธุ์ทุเรียนป่าและสายพันธุ์ที่ปลูกทั่วไป แต่ผู้คนมักจะนิยมรับประทานทุเรียนที่มีกลิ่นฉุนจัดซึ่งเป็นคุณลักษณะของทุเรียนป่ามากกว่า
 
แม้หลายคนจะไม่ชื่นชอบกับกลิ่นของทุเรียนเท่าใดนัก แต่ทุเรียนเป็นสิ่งที่เข้าไปแทรกซึมอยู่ในวัฒนธรรมและความเชื่อของคนในอาเซียนมาเนิ่นนานแล้ว เช่น ชาวอินโดนีเซียเชื่อว่าทุเรียนมีคุณสมบัติกระตุ้นความต้องการทางเพศได้ หรือแม้การที่คนไทยบางส่วนนิยมปลูกทุเรียนสำหรับเป็นไม้มงคล
 
ในฐานะผลไม้เพื่อการส่งออกของไทยที่มีการส่งทุเรียนแช่แข็งไปขายในต่างประเทศปีละประมาณ 3 แสนตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท ทำให้การพัฒนาสายพันธุ์ทุเรียนดูจะได้รับความสนใจอย่างยิ่งในประเทศไทย เช่น การนำพันธุ์ทุเรียนไร้หนามของฟิลิปปินส์เข้ามาผสมกับสายพันธุ์ทุเรียนดั้งเดิมเพื่อให้มีหนามน้อยลงและสร้างความสะดวกการบรรจุหีบห่อในการส่งออก หรือแม้กระทั่งการวิจัยพัฒนาให้ทุเรียนมีกลิ่นไม่แรงจนเกินไป เพื่อให้ขยายฐานของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันมีตลาดใหญ่ ๆ สำหรับการส่งออกทุเรียนของไทยอยู่ที่ประเทศจีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา ตามลำดับ
 
อย่างไรก็ตาม อาจไม่ใช้ความสำเร็จของประเทศไทยเพียงประเทศเดียวในฐานะที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก เพราะเมื่อเรามองย้อนกลับไปถึงรากเหง้า ที่มา และวัฒนธรรมที่ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ให้ความสำคัญและช่วยกันอนุรักษ์ผลไม้ชนิดนี้เอาไว้แล้ว ความสำเร็จนี้จึงควรเป็นของทุก ๆ ประเทศร่วมกันและอาจกล่าวได้ว่า "ทุเรียน” คือ "ราชาแห่งผลไม้” ที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นทูตวัฒนธรรมของอาเซียนโดยแท้
 
 
 
ส่วนนอาเซียน  สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์