หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
กัลกัตตาประตู่สู่ชมพูทวีป

5 เมษายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 1737)

โดย  อดิศักดิ์  ศรีสม
 
 
"เบงกอลตะวันตก” หนึ่งในรัฐทางภาคตะวันออกของอินเดีย เมืองที่มีความหลากหลายทั้งทางด้านวัฒนธรรมและอารยะธรรมมากที่สุดอีกแห่งของชมพูทวีป
 
จากการทำสำมะโนประชากรในปี พ.ศ. 2554 พบว่า "รัฐเบงกอลตะวันตก” มีจำนวนประชากรกว่า 91 ล้านคน เฉพาะในเมืองหลักอย่างกัลกัตตาเพียงแห่งเดียวมีจำนวนประชากรมากกว่า 15 ล้านคน ซึ่งสูงเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ ทำให้กัลกัตตาจึงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันของความหลากหลายในวิถีชีวิตที่คนจำนวนมหาศาลได้อาศัยอยู่ร่วมกัน ความสำคัญของกัลกัตตาไม่ได้มีภาพแห่งความรุ่งโรจน์ในอดีตเมื่อครั้งอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษเท่านั้น แต่ปัจจุบันยังเปล่งประกายของความเป็นเมืองที่มีศักยภาพเต็มเปี่ยม นั่นเพราะกัลกัตตาตั้งอยู่ในรัฐเบงกอลตะวันตกที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจสูงยิ่ง โดยมีทำเลที่ตั้งเป็นจุดขนถ่ายสินค้าไปสู่ภาคกลางของอินเดียซึ่งไม่มีชายแดนติดทะเล อีกทั้งยังเป็นประตูเชื่อมต่อสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อไปยังบังกลาเทศ ภูฏาน และเนปาลได้
 
ที่สำคัญที่สุดคือการเป็นเส้นทางการค้ากับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน โดยเราสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง 15 นาที จากประเทศไทยถึงกัลกัตตา ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ภาพรวมการส่งออกจากไทยไปอินเดียในปี พ.ศ. 2558 น่าจะเติบโตในกรอบร้อยละ 6.5 ถึง 8.0 ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยมีมูลค่าการส่งออกที่ประมาณ 5,980 – 6,060 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
ทั้งนี้ ไทยอาศัยข้อได้เปรียบภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีตามกรอบ India-Thailand Free Trade Agreement (ITFTA) และ ASEAN-India Free Trade Agreement (AIFTA) เป็นตัวหนุนการค้าระหว่างสองประเทศให้มีการเติบโตขึ้นโดยลำดับ ปัจจุบันการลงทุนขนาดใหญ่ของไทยเริ่มรุกเข้าสู่อินเดียบ้างแล้ว โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการก่อสร้างสนามบินนานาชาติของเมืองกัลกัตตา "NetajiSubhash Chandra Bose International Airport” ที่บริษัท อิตาเลียนไทย ดิเวล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานให้ดำเนินการปรับปรุงในปี พ.ศ. 2551 ด้วยมูลค่าโครงการ 20,000 ล้านรูปี
 
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาคนไทยยังให้ความสนใจเข้าไปลงทุนในอินเดียไม่มากนัก อาจเพราะมีทัศนคติบางอย่างที่มองว่าอินเดียยังเป็นประเทศด้อยพัฒนาไม่น่าสนใจ ทั้งที่จริงแล้ววันนี้อินเดียได้พัฒนาตัวเองในหลายด้านไปไกลมากกว่าที่คิด เช่น การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี IT ที่รัฐบาลอินเดียมองว่าการเชื่อมต่อทางดิจิทัลควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงนำมาสู่การกำหนดวิสัยทัศน์ "Digital India” ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตและการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย ช่วยกระจายการพัฒนาลงไปจนถึงระดับรากหญ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
ทั้งหมดเป็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินเดียที่ได้รับการพัฒนาในทิศทางบวกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่นาย Narendra Modi ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาได้กำหนดวิสัยทัศน์อนาคตความสัมพันธ์ระหว่างเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้ว่าจะต้องเป็นไปอย่างใกล้ชิดกันมากขึ้น เพื่อก่อให้เกิดการรวมตัวกันอย่างแข็งแกร่งและนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า "Asia Century” ต่อไปในอนาคต
 
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์