หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
มือมืด “จงใจปรับอุปกรณ์หลัก” ในห้องนักบิน หวังก่อการร้ายจี้ MH370

30 มิถุนายน 2014 (จำนวนคนอ่าน 1198)

เอเจนซีส์ - สื่อต่างชาติ เช่น ซิดนีย์มอร์นิงเฮอราล์ด รายงานวันนี้(30)ว่า มีหลักฐานใหม่บ่งชี้ว่า อาจมีกลุ่มจี้เครื่องบินได้แอบปรับอุปกรณ์สำคัญในห้องนักบินของMH370 ที่ได้หายไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2014 เพื่อป้องกันการถูกจับสัญญาณจากระบบเรดาร์ ผู้เชี่ยวชาญการบินของสำนักงานกลางควบคุมความปลอดภัยทางขนส่งของออสเตรเลีย หรือ ATSB แถลง
สำนักงานกลางควบคุมความปลอดภัยทางขนส่งของออสเตรเลีย หรือ ATSB ได้ออกแถลงการณ์ แสดงหลักฐานการเกิดระบบพลังงานล่มของเครื่องบินโบอิ้ง777 ที่ "ไม่ปกติ” เกิดขึ้นภายใน 90นาทีหลังบินออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานกลางควบคุมความปลอดภัยทางขนส่งของออสเตรเลีย หรือ ATSB เปิดเผยว่า หลังจากที่พลังงานของMH370 ล่ม ระบบsatellite data unit (SDU) ของเครื่องบินพยายามที่จะล็อกออนเชื่อมกับดาวเทียมอีกครั้ง ที่ในแวดวงอุตสาหกรรมการบินเรียกว่า "แฮนด์เชค” (handshake)

"ความพยายามที่จะล็อกออนเชื่อมกับดาวเทียมในระหว่างการเดินทางนั้นไม่ปกติ และพบว่าเกิดได้ในไม่กี่กรณีเท่านั้น” ผู้เชี่ยวชาญของMH370 แถลง และเพิ่มเติมว่า "จากการวิเคราะห์พบว่า ลักษณะและช่วงเวลาที่ระบบ SDUของMH370 พยายามที่จะต่อเชื่อมกับดาวเทียมอีกรอบนั้นสอดคล้องกับระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้SDUขัดข้อง”

และชี้ได้ว่าเหตุที่เกิดระบบพลังงานขัดข้องของMH370 อาจเกิดมาจากความพยายามที่จะก่อการร้ายจี้เครื่องบิน ปีเตอร์ มารอสซีกี (Peter Marosszeky ) ผู้เชี่ยวชาญการบินประจำมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส ให้ความเห็น "และถ้าเกิดมาจากที่ลูกเรือพยายามที่จะทำอะไรสักอย่างนั้นถือเป็นการมุ่งร้าย หรืออาจมีกลุ่มก่อการร้ายจี้เครื่องบินอยู่บนเครื่องโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินสูญหาย ที่ได้ทำการปิดพลังงานของเครื่องบิน โดยการเปิดbus-tie เบรกเกอร์ และสวิตควบคุมแบตเตอร์รี ซึ่งเป็นเหตุทำให้เหมือนกับว่าMH370นั้นประสบปัญหาระบบพลังงานล้มเหลวในทุกระบบของเครื่องบินยกเว้นระบบเครื่องยนต์” และมารอสซีกีอธิบายว่า "ทั้งนี้ระบบเครื่องยนต์นั้นมีระบบคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กของตัวเองและแหล่งพลังงานที่มาจากเจนเนอเรเตอร์และเกียร์บ็อกซ์แยกออกต่างหาก” มารอสซีกีแถลงในรายละเอียด

และผู้เชี่ยวชาญการบินออสเตรเลียได้เปิดเผยต่อว่า "มีทางที่จะสามารถรีเซตระบบพลังงานใหม่ได้ ซึ่งจะเป็นเหตุให้เครื่องบินทำงานไม่ได้นานเท่ากับระยะการติดต่อกับดาวเทียมหรือข้อมูลที่ถูกส่งโดยทรานสปอนเดอร์ และหลังจากนั้นผู้ควบคุมสามารถเริ่มต้นระบบคอมพิวเตอร์ที่จัดการไฟลต์ของเครื่องในห้องนักบินใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งต้องเป็นนักบินที่ฉลาดมากๆที่เชี่ยวชาญในระบบอุปกรณ์ของห้องนักบิน และรู้ว่าวิธีนี้จะยังคงทำให้เครื่องบินทำงานต่อไปได้”

การล่มของระบบพลังงานอาจเกิดมาจากผลของความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อจะใช้ระบบเครื่องบินให้น้อยที่สุด เดวิด กลีฟ ( David Gleave) ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยการบินจากมหาวิทยาลัย Loughborough ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เทเลกราฟต์ สื่ออังกฤษ "มีมือมืดป้วนเปี้ยนห้องค็อกพิตของMH370 และทำให้เกิดการขัดข้องในระบบพลังงานของเครื่อง และอาจเป็นความจงใจที่จะปิดเครื่องยนต์คู่ของเครื่องบินในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และเพราะการที่ได้เข้าไปป้วนเปี้ยนกับอุปกรณ์ในห้องนักบิน อาจเป็นผลทำให้ปิดระบบพลังงานชั่วคราว และเปิดระบบอีกครั้งเพื่อต้องการให้ระบบอื่นบังคับเครื่องบิน”

ด้านคริส แมคลาฟลิน(Chris McLaughlin) จากบริษัทอินมาร์แซท (Inmarsat) ซึ่งเป็นเจ้าของและควบคุมระบบเครือข่ายดาวเทียมของโลกให้ข้อมูลกับเทเลกราฟต์ว่า "เหมือนว่ามีระบบพลังงานล่ม 2 ครั้ง...ซึ่งยังคงเป็นปริศนาอีกชิ้นที่ทางเรายังไม่สามารถอธิบายได้ ทางเราไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเกิดขึ้น แต่พบว่าเกิดขึ้นเท่านั้น”

โดยทาง ATSB ได้รายงานถึงปรากฏการณ์ "แฮนด์เชค” ครั้งที่สองของMH370ในอีกเกือบ 6 ชั่วโมงหลังจากนั้น ซึ่งทาง ATSB คาดว่าอาจเกิดมาจากน้ำมันเชื้อเพลิงหมด และเกิดสูญเสียพลังงานก่อนที่MH370จะตกลงยังมหาสมุทรอินเดียใต้

นอกจากนี้ในวันศุกร์(27)ล่าสุด ทางออสเตรเลียได้ประกาศพื้นที่การค้นหารอบใหม่ที่ครอบคลุมพื้นที่ท้องมหาสมุทร60,000 ตารางกม. ที่ห่างจากฝั่งเพิร์ทของออสเตรเลียไปทางตะวันตกราว1,800 กม. โดยการเริ่มค้นหารอบใหม่จะมีขึ้นในเดือนสิงหาคม



credit : manager.co.th



กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์