หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
การศึกษาไทยรั้งท้ายกัมพูชา - ลาว

25 กันยายน 2014 (จำนวนคนอ่าน 2271)


นายภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)เปิดเผยว่า ข้อมูลเปรียบเทียบดัชนีคุณภาพการศึกษาของประเทศสมาชิกทั้งหมด 144 ประเทศทั่วโลก จากรายงานโกลบอล คอมเพทติทีฟ รีพอร์ท 2014-2015 (Global Competitiv Report 2014-2015) โดย เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (World Economic Forum-WEF) โดยสรุปปรากฏว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย อยู่เป็นอันดับที่ 31 ของโลก และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน ตามหลังประเทศสิงคโปร์ อยู่อันดับ 2 ของโลก และมาเลเซีย อันดับ 20 ของโลก

แต่ถ้าพิจารณาเฉพาะดัชนีด้านการศึกษาแล้ว จะเห็นว่ามีความน่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคุณภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยอยู่ที่ อันดับ 7 ของอาเซียน จากปีที่แล้วที่อยู่ในอันดับ 6 และเป็นอันดับที่ 86 ของโลก โดยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ขยับไปแทนที่ในอันดับที่ 6 ของอาเซียน และทิ้งห่างไทยไปอยู่ในอันดับที่ 79 ของโลก

ส่วนคุณภาพของระดับอุดมศึกษาของไทย อยู่ที่อันดับ 8 ของอาเซียน เป็นอันดับที่ 78 ของโลก ตามหลัง สปป.ลาว ที่อยู่อันดับ 6 ของอาเซียน และอันดับที่ 57 ของโลก

ส่วนประเทศกัมพูชา อยู่อันดับ 7 ของอาเซียน อันดับ ที่ 76 ของโลก แม้ว่าขีดความสามารถด้านคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ของไทยจะอยู่อันดับค่อนข้างดี คืออันดับ 5 ของอาเซียน แต่อยู่อันดับ 80 ของโลก

เมื่อวิเคราะห์ถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ต่อจำนวนประชากรของประเทศ พบว่า ไทยมีรายได้ต่อหัวอยู่อันดับ 3 ของอาเซียน และเป็นอันดับที่ 79 ของโลก เท่ากับว่าประเทศในอาเซียนที่มีจีดีพีต่ำกว่าไทย กลับจัดการศึกษาได้ดีกว่า
ประเด็นที่น่าสนใจคือ WEF จัดให้คุณภาพของการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ของสิงคโปร์ เป็นอันดับ 1 ของโลก นอกจากนี้ การศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่อันดับต่ำกว่าลาว ขณะที่อุดมศึกษาไทยแพ้ทั้งลาว และกัมพูชา

นายภาวิชกล่าวอีกว่า การศึกษาถือเป็นดัชนีหนึ่งในการชี้อนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว หากการศึกษาไม่ดี เศรษฐกิจก็อาจจะแย่ลง โดยเฉพาะความรู้ในเรื่องวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หากแย่ลงก็จะกระทบต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต

นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษากล่าวว่า WEF เป็นการรายงานข้อมูลโดยใช้ผลความพึงพอใจต่อคุณภาพบัณฑิตของนายจ้างมาเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ยอมรับว่าอุดมศึกษาไทยมีปัญหาว่าผลิตบัณฑิตออกมาแล้วไม่สามารถทำงานได้ทันที สถานประกอบการต้องเสียเวลาฝึกงานให้ระยะหนึ่ง อาจทำให้สถานประกอบการของไทย พึงพอใจต่อคุณภาพบัณฑิตค่อนข้างน้อย ส่งผลให้ถูกจัดอยู่ในอันดับท้ายๆ
ส่วนอันดับที่อยู่ท้ายๆ จนตามหลัง สปป.ลาว และกัมพูชานั้น อาจเป็นเพราะทั้ง สปป.ลาว และกัมพูชา ยังมีอุตสาหกรรมน้อยกว่าไทย จึงสามารถเลือกบัณฑิตที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการได้มากกว่า เป็นธรรมดาที่ต้องมีความพึงพอใจมากกว่าอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่พยายามส่งเสริมการเรียนในหลักสูตรทวิภาคี เรียนในสถานประกอบการ หรือเรียนไปทำงานไป เพื่อช่วยเพิ่มทักษะในการทำงานให้กับบัณฑิตมากขึ้น เรื่องนี้คงต้องมีการส่งเสริมในระยะยาวด้วย

credit : matichon





กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์