หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
สะเดา ขยับรับค้าชายแดนเป้า 10 ปี แตะ 8 แสนล้าน

31 ตุลาคม 2014 (จำนวนคนอ่าน 1978)

การเดินหน้าพัฒนาด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย บริเวณด่านสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับกาเติบโตของการค้าชายแดนอันดับหนึ่งของประเทศที่มีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยปัจจุบันมีถึง 2 โครงการที่ต้องเดินหน้าอย่างเร่งด่วน โครงการแรกปัจจุบันเริ่มมีการปรับพื้นที่คือ โครงการขยายด่านสะเดาจากเดิม 10 ไร่ ขยายพื้นที่ด้านข้างฝั่งผู้โดยสารขาออกเพิ่มอีก 20 ไร่ รวมเนื้อที่ 30 ไร่ ภายใต้
งบประมาณ 77 ล้านบาท เพื่อลดความแออัดบริเวณด่านสะเดา รองรับการเติบโตของการค้าชายแดนได้

ในช่วง 5 ปีนับจากนี้ ยังต้องรอความชัดเจนการสร้างด่านพรมแดนสะเดาแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ถัดออกไป
ในพื้นที่โซนเดียวกันเนื้อที่ 600 ไร่ คาดต้องใช้งบลงทุนกว่า 1,5000 ล้านบาท ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งเป็น 1 ใน 5 พื้นที่นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. )

นายกรีชา เกิดศรีพันธุ์ นายด่านศุลกากรสะเดา กล่าวว่าโครงการปรับปรุงด่านพรมแดนสะเดา จะใช้พื้นที่บริเวณด้านข้างฝั่งผู้โดยสารขาออกเนื้อที่ 20 ไร่ มีบริษัทฟอร์คอน จำกัด เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง
เริ่มสัญญาวันที่ 17 มิถุนายน 2577 ถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2558 คาดจะช่วยลดปัญหาความแออัดบริเวณด่านสะเดาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเพิ่มช่องทางการตรวจสอบหนังสือเดินทางและช่องทางรถที่มีถึง 20 ช่อง เพื่อรองรับการขยายตัวและการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ

การรองรับการเติบโตของการค้าชายแดนซึ่งสงขลามี 2 ด่าน คือ ด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์
แต่ละปีมีมูลค่าการค้าสูงสุดของประเทศ โดยปี 2556 มีมูลค่าการค้าสูงถึง 4.16 แสนล้านบาท
เมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าของทั้งประเทศอยู่ที่ 7.6 แสนล้านบาท คาดว่าจะแตะ 6 แสนล้านบาท ในปี 2558 ที่จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

สำหรับด่านสะเดาแห่งใหม่เป็นความคาดหวังที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพของการค้าชายแดนให้โตขึ้น ตามแผนยุทธศาสตร์จะมีการแยกพื้นที่ชัดเจนในการดำเนินการ โดยเฉพาะเป็นพื้นที่รองรับระบบ
โลจิสติกส์ และพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่จะมีทั้งการตรวจสินค้า ณ จุดเดียว (One Stop Service )
รวมถึงการปรับระเบียบพิธีการศุลกากรและเอกสาร ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันระหว่างไทยและมาเลเซีย
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรออนุมัติจาก ครม. ในการเดินหน้าโครงการ หลังจากที่ได้ข้อยุติการเวรคืนที่ดิน
เฉลี่ยไร่ละ 1.3 ล้านบาท

สินค้าที่นำเข้าเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ โทรทัศน์ วีดิโอ วิทยุ และส่วนประกอบ และวงจรรวม และ หม้อสะสมไฟฟ้า

สินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับ ประกอบด้วย ยางธรรมชาติ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ เครื่องจักร ยางผสม
ถุงมือยางและวงจรรวมที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์

ขณะเดียวกันในส่วนของหน่วยงานท้องถิ่นที่มีพื้นที่ใกล้เคียงด่านชายแดน ก็เริ่มเห็นความสำคัญของพื้นที่เขตเศรษฐกิจ จึงเริ่มมีการขยับและปรับตัวในการพัฒนาและขยายระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับการให้บริการและการเติบโตของพื้นที่บริเวณด่านพรมแดนด้วยเช่นกัน

นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์ การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ขณะนี้ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อพัฒนาให้รองรับการความเจริญที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะ
การพัฒนาถนนเลียบชายแดนเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างด่าน 2 แห่ง คือด่านสะเดาและด่านปาดัง
เบซาร์ให้เป็นเส้นทางการจราจร สามารถอำนวยความสะดวกให้ได้ทั้งภาคการขนส่งและการท่องเที่ยว



ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ



กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์