หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ไทยเสนออาเซียน+3ระดมเงินทุนสร้างศก.แข็งแกร่ง

14 พฤศจิกายน 2014 (จำนวนคนอ่าน 1328)

เมื่อวานนี้ เวลา 16.00 น. ณ ห้อง Ruby Hall ชั้น 2 ศูนย์การประชุมนานาชาติเมียนมา (MICC 1) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม โดยกล่าวว่าเพื่อบรรลุเป้าหมายในการส่งเสริมความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสามให้ยั่งยืน นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือ 3 ประการดังนี้ 1การระดมเงินทุนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ในปัจจุบัน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีเงินทุนสำรองจำนวนมาก โดยจีนและญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่มีเงินทุนสำรองมากเป็นลำดับต้นของโลก แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่สามารถระดมเงินทุนเหล่านี้ในการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เงินทุนสูง ในขณะเดียวกัน บทบาทของภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อยจำนวนมากในภูมิภาคนี้ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ภาคธุรกิจเหล่านี้ยังมีปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรจึงจะสามารถระดมเงินทุนจากแหล่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของตลาดทุน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงการออกพันธบัตร เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ เราจึงควรร่วมมือกันใช้ประโยชน์จากกลไกอาเซียน+3 ที่มีอยู่ โดยเฉพาะหน่วยงานค้ำประกันเครดิตและการลงทุน ภายใต้มาตรการริเริ่มตลาดพันธบัตรเอเชีย ซึ่งได้มีการขยายวงเงินเพิ่มขึ้นเป็น 1,750 ล้านเหรียญในปีนี้อย่างเต็มที่ ดังนั้น ภาครัฐของประเทศอาเซียน+3 ควรชักชวนให้ภาคเอกชนได้รับรู้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเงินทุนนี้ให้มากขึ้น เพื่อเป็นหนึ่งในแหล่งเงินทุนที่สามารถเข้าถึงได้ 2. เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เหตุการณ์ภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ล้วนแต่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการผลิต ซึ่งมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค ที่ผ่านมา คลังสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียน+3 ได้ทำหน้าที่ ในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินจากภัยพิบัติเป็นอย่างดี ดังนั้นควรเสริมสร้างขีดความสามารถให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการปรับปรุงกระบวนการแจกจ่ายข้าวสำรองให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เพื่อป้องกันการผันผวนของตลาดและสภาพแวดล้อมที่เหนือความคาดหมาย อาจมอบให้ที่ประชุมรัฐมนตรีเกษตรอาเซียน+3 ศึกษาความเป็นไปได้ของการสำรองพืชผลชนิดอื่นด้วย อีกส่วนสำคัญที่จะนำมาซึ่งความมั่นคงทางอาหาร คือ การสร้างแรงจูงใจในการผลิตให้กับภาคการเกษตร ควรร่วมมือกันเพื่อที่จะดูแลให้ภาคเกษตรมีความแข็งแกร่ง และได้รับความเป็นธรรมด้านราคา ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้เกษตรสามารถเพิ่มผลิตผลและหาลู่ทางในการเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตรให้มากยิ่งขึ้น โดยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการเกษตรและการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าของสินค้าการเกษตร จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดียี่งขึ้น ประการที่สาม การรับมือภัยคุกคามข้ามแดนในรูปแบบต่าง ๆ ปัจจุบันนี้ ทุกคนมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของอีโบลา ไทยจึงสนับสนุนให้รัฐมนตรีสาธารณสุข อาเซียน+3 และเจ้าหน้าที่อาวุโส หารือเรื่องการเตรียมพร้อมและแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยไทยพร้อมจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวในเดือนธันวาคมปีนี้ นอกจากนี้ การระบาดของอีโบลา ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาสุขภาพและสาธารณสุขพื้นฐานในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค และเป็นหลักประกันชีวิต และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ไทยจึงให้การสนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอาเซียน+3 และพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศในกรอบอาเซียน+3 เพื่อขยายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ครอบคลุมทุกประเทศในภูมิภาค ในตอนท้าย ไทยยืนยันความมุ่งมั่นในการผลักดันกรอบความร่วมมืออาเซียน+3 อย่างเต็มที่ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนของเรา และบรรลุการเป็นประชาคมเอเชียตะวันออกที่สงบสุข เจริญรุ่งเรือง และมีความก้าวหน้า

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์