หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ครม.ไฟเขียว จีทูจี จีนสร้างรถไฟ หนองคาย-มาบตาพุด

20 พฤศจิกายน 2014

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ความร่วมมือระหว่างไทย - จีน 2 เรื่อง คือ

1. เห็นชอบกรอบการจัดทำร่างเอ็มโอยู ไทย - จีน ในการพัฒนาเส้นทางรถไฟรางคู่ ที่มีขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร มีระยะทางจากหนองคาย - แก่งคอย - มาบตาพุด ระยะทาง 734 กม. และแก่งคอย - กรุงเทพ ระยะทาง 133 กม. เริ่มดำเนินการได้ในปี 2558 มีความเร็ว 160 - 180 กม./ชม.
รวมระยะทาง 2 ช่วง 867 กม.
2. เอ็มโอยูในการซื้อข้าวและสินค้าการเกษตร ในโอกาสฉลองครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต การประสานความร่วมมือลงนามเอ็มโอยูกระทรวงต่างประเทศเป็นผู้ดูแล โดยหลังจากนี้ให้ไปจัดทำรายละเอียดของเอ็มโอยูร่วมกับประเทศจีนและนำกลับมาเสนอ ครม. ใหม่อีกครั้งเพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้

การที่ ครม. เห็นชอบในหลักการให้จีนเข้ามาสร้างรถไฟราง 1.435 เมตร ในลักษณะรัฐต่อรัฐเป็นไปตามผลการหารือระหว่างประธานาธิบดี สี จิ้น ผิงของจีนกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในระหว่างการหารือทวิภาคี ในช่วงที่นายกฯ เดินทางเยือนจีนเพื่อเข้าร่วมประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิปิกหรือ
เอเปค

ขณะเดียวกัน จีนเองมีแผนที่จะพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อลงมายังกลุ่มประเทศอาเซียน โดยต้องการให้เป็นเส้นทางการค้าใหม่ โดยเฉพาะเส้นทางจากจีนผ่านมาทางประเทศลาวก่อนเข้าไทยที่ จ.หนองคาย ลงมากรุงเทพฯ และไปสิ้นสุดที่สิงคโปร์ ตามยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงจีน-อาเซียน ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

นอกจากการอนุมัติให้จีนเข้ามาสร้างทางรถไฟแล้ว ในประเด็นความร่วมมือกับจีนจะมีเซ็นสัญญาขาย
ยางพาราในสต็อกรัฐบาลจำนวน 2.08 แสนตัน จากโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราให้กับจีน
โดยจะมีการเซ็นสัญญาขายในวันพฤหัสบดีที่ 20 พ.ย. นี้

ทั้งนี้ ร่างสัญญาซื้อขายยางดังกล่าว ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว การส่งมอบสินค้าจะต้องมีการเปิด Letter of Credit (L/C) มาก่อน และจะมีการตั้งคณะกรรมการที่มีทั้งฝ่ายรัฐบาลไทยและเซอร์เวเยอร์ของผู้ซื้อในการตรวจสอบยางพาราแบบก้อนต่อก้อน เพื่อให้ถูกต้องตามเกณฑ์การคัดคุณภาพยางพาราที่ตกลงกัน ซึ่งอาจจะมียางมิดเชพ มีราแห้ง ราเปียกบ้าง ทำให้ราคาต่ำกว่าที่ให้แก่ยางคุณภาพดี แต่คู่ค้าจะรับซื้อแน่นอนเพราะคุณภาพยางยังนำไปใช้งานได้

นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) กล่าวว่า มีการเจรจาของกระทรวงพาณิชย์กับ บริษัท คอฟโก รัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งรัฐบาลไทยเสนอขายแบบจีทูจีเป็นข้าว 2 ล้านตัน และยางพารา 2 แสนตันนั้น ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการทำธุรกิจเพราะกระทรวงพาณิชย์เปรียบเหมือนฝ่ายการตลาดของบริษัทหนึ่ง ควรหาช่องทางทุกทางที่จะขายได้ไม่ว่าจะเป็นวิธีบาร์เตอร์เทรดหรือวิธี
ใด ๆ




ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ



กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์