หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
พาณิชย์ ปลดล็อก 6 ประเด็น พ.ร.บ. ต่างด้าวเปิดทางลงทุน

24 พฤศจิกายน 2014 (จำนวนคนอ่าน 1282)

น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงกรณีที่ต่างชาติมีความกังวลเกี่ยวกับการแก้ไข พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ว่า จะส่งผลกระทบต่อการลงทุน

กรมขอชี้แจงว่า ขณะนี้การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าต่างประเทศ ผู้ประกอบการและนักวิชาการ
ยังไม่ได้มีการแก้ไขกฎหมายแต่อย่างใด เพราะหลังจากรับฟังความคิดเห็นแล้ว ต้องสรุปผลการศึกษาก่อนว่าจะปรับปรุงแก้ไขอย่างไร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. 2557 จากนั้นจะนำเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พิจารณา ก่อนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ ในการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กรมได้ยึดเป้าหมายหลัก 4 ข้อตามนโยบายของรัฐบาล ได้แก่

1. เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ
2. ลดขั้นตอนการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ
3. อำนวยความสะดวกทางการค้าการลงทุน และ
4. ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจรายเดิม
และยึดตามนโยบายของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งส่งเสริมการค้าขายไปข้างหน้า ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน

ในการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กรมได้เปิดรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว 3 ครั้ง ในช่วงเดือน
ต.ค.-พ.ย. 2557 ซึ่งได้กำหนดประเด็นที่เห็นควรจะให้มีการปรับปรุง เช่น

1) เสนอให้ปรับปรุงนิยาม "คนต่างด้าว" จากกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 49 : 51 เสนอว่าควรเพิ่ม "สิทธิในการออกเสียง" และอำนาจในการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยกับคำนิยามเดิม และให้เพิ่มคำนิยามใหม่ เพื่อให้ดูแลการประกอบธุรกิจได้ดีขึ้น

2) การปรับลดคุณสมบัติของต่างชาติที่ไม่เหมาะสม เช่น การย้ายสำนักงานไม่แจ้ง ไม่ส่งงบการเงิน
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเล็ก ถือว่ามีความผิดแต่ไม่ถึงกับขาดคุณสมบัติ เป็นต้น ประเด็นนี้ถือเป็นการคลายนอต เพราะหากกำหนดให้ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม จะไม่มีสิทธิทำการค้าถึง 5 ปี

3) การทบทวนประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

4) พิจารณายกเว้นทุนขั้นต่ำให้สอดคล้องกับสนธิสัญญาและพันธกรณี หมายถึง ปกติต่างด้าวที่มาลงทุนในไทยต้องนาเงินทุนขั้นต่ำเข้ามาไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท แต่ในกรณีสนธิสัญญาไมตรีของสหรัฐ หรือการทำความตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (FTA) ต่าง ๆ ได้กำหนดให้ธุรกิจต่างชาติได้รับการปฏิบัติเหมือนกับคนในชาติ ซึ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำจึงผ่อนคลายโดยการยกเว้นทุนขั้นต่ำด้วย

5) การปรับลดระยะเวลาการให้บริการออกหนังสือรับรองการประกอบการธุรกิจของคนต่างด้าว เช่น ธุรกิจที่ผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ลดเวลาจาก 30 วัน เหลือ
14 วัน และธุรกิจที่เป็นคู่สัญญากับรัฐวิสาหกิจ และ

6) แก้ไขปรับปรุงอัตราโทษสำหรับตัวแทนอำพรางในลักษณะนอมินีให้เหมาะสม เช่น โทษในส่วนของตัวแทนอำพราง เป็นการปลดล็อกคุณสมบัติให้คลายออก

การพิจารณาทบทวนประเภทธุรกิจตามบัญชีแนบท้ายกฎหมาย ล่าสุดคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ได้พิจารณาให้ถอดธุรกิจบริการ 4 ธุรกิจ ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ สานักงานผู้แทนธนาคาร ประกันชีวิต และประกันวินาศภัย ออกจากบัญชีแนบท้าย 3 (21) เนื่องจากมีกฎหมายเฉพาะดูแลอยู่ และเพื่อเป็นการลดขั้นตอนในการประกอบธุรกิจ



ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ



กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์