หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ดัน ตลาดทุนไทย ขึ้นผู้นำอาเซียน

3 ธันวาคม 2014 (จำนวนคนอ่าน 1572)

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า แผนงาน ก.ล.ต. ปีหน้า ตลาดทุนไทยต้องเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน โดยต้องเป็นศูนย์กลางและสร้างความน่าสนใจให้ต่างชาติที่อยากจะลงทุนในกลุ่มเออีซีให้นึกถึงตลาดหุ้นไทย โดยเราได้มีการปรับกฎเกณฑ์ให้มีเหมาะสมและเปิดรับ
กับการระดมทุนต่างชาติมากขึ้น

ยุทธศาสตร์ 6 ข้อ ที่จะเร่งผลักดัน ได้แก่
1. การยกระดับมาตรฐาน ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
2. เพิ่มประสิทธิภาพการป้องปราม และบังคับใช้กฎหมายให้มีความรวดเร็ว
3. มีเครื่องมือการลงโทษที่เหมาะสม รองรับการเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี
4. สร้างสินค้าและบริการทางการเงินให้หลากหลายมากขึ้น เชื่อมโยงตลาดหุ้นไทยกับภูมิภาค
5. เปิดช่องการระดมทุนของภาคเอกชนให้มีมากขึ้น
6. สร้างนักลงทุนให้มีคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของก.ล.ต. เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ก.ล.ต. มีเป้าหมายในการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนมากขึ้น แม้ไทยจะมีจุดเด่นที่มีคะแนนด้วยธรรมาภิบาลเป็น อันดับ 1 ในอาเซียน แต่ยังมีจุดอ่อนที่บทบาทผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทยังไม่ดีนัก โดย ก.ล.ต. จะมุ่งเน้นการพัฒนาให้กรรมการบริษัทให้มีบทบาทในการพัฒนาธุรกิจย่างยั่งยืนมากขึ้น รวมถึงผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมการต่อต้านคอร์รัปชันมากขึ้น ผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนไทย ได้รับการประมาณการต่อต้านคอร์รัปชันในระดับ 5 จากปัจจุบันที่มีบริษัทจดทะเบียนไทยได้รับการประเมินสูงสุดที่ระดับ 4 เท่านั้น และเพิ่มบริษัทที่ได้รับการรับรองจากโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทย ในการต่อต้านการทุจริต (ซีเอซี) จากปัจจุบันที่ 46 บริษัทให้มีมากขึ้น

ในการระดมทุนของภาครัฐบาลในการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานนั้น ยังมีความต้องการต่อเนื่อง โดยในช่วงสัปดาห์หน้าทางกระทรวงคมนาคมได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งบริษัทการท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) กรมทางหลวง และหน่วยงานอื่น ๆ ที่ต้องมีการระดมทุน จะเข้ามาหารือกับสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อหาแนวทางการระดมทุน โดยขนาดกองน่าจะอยู่ที่ 4 - 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการพูดคุย
ในรายละเอียดการดำเนินงาน โดยหวังว่าจะมีกองทุนที่สามารถเสนอขายได้ในปีหน้า

นางทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ตลาดทุนไทยเป็นตลาดที่
เหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางการระดมทุนของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง หรือ ซีแอลเอ็มวี เพราะตลาดทุน
ไทยมีการพัฒนาไปค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นประเทศเพื่อนบ้าน และอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการ
เติบโตสูงต้องการเงินทุนในการพัฒนาประเทศอย่างมาก

สิ่งที่จะผลักดันให้ตลาดหุ้นไทยเป็นศูนย์กลาง คือ การปรับให้ตลาดทุนไทยเปิดกว้างกับการลงทุน
มากขึ้น โดยเปิดให้บริษัทต่างประเทศสามารถเข้ามาระดมทุนในตลาดทุนไทยได้ หรือใช้ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่ 2 ในการระดมทุน การเปิดให้กองทุนรวมในประเทศไทยสามารถไปลงทุนในกองโครงสร้าง
พื้นฐานต่างประเทศ โดยคาดว่ากฎระเบียบดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ได้ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2558

นอกจากนี้ ในไตรมาส 2 จะมีการผ่อนคล้ายให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน สามารถลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงได้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 15% เป็น 100% แต่
ต้องมีการกระจายความเสี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์อื่น และการนำหุ้นในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงที่มีการ
เติบโตมาเป็นหลักทรัพย์อ้างอิงในตลาดหุ้นไทย หรือดีอาร์

นอกจาก สำนักงาน ก.ล.ต. ยังต้องการการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน เพื่อให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว อย่างในกรณีของการระดมทุนในตราสารหนี้ของต่างชาติเป็นรูปสกุลเงินบาท ยังมีการจำกัดวงเงินไว้ที่
5 หมื่นล้านบาท หรือการลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศของต่างประเทศ ยังไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเช่นเดียวกับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของไทย และต้องมีการพิจารณาเพื่อขอเข้ามา
ระดมทุนเป็นรอบลงทุนทำให้มีความล่าช้าและอาจไม่ทันการ ซึ่งต้องให้ภาครัฐบาลเข้ามาสนับสนุนให้
มีความรวดเร็วมากขึ้น



ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์