หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
กสิกรไทย ชี้น้ำมันร่วงดันเศรษฐกิจอาเซียนโต

8 มกราคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1611)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตรา
4.7 - 5.8% ซึ่งถือเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2557 โดยราคาน้ำมันดิบตลาดโลก
ที่ปรับตัวลดลงอย่างหนักในช่วงครึ่งหลังปี 2557 น่าจะส่งผลบวกต่ออาเซียนผ่านฐานะดุลบัญชี
เดินสะพัดและดุลการคลังที่ปรับตัวดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่ลดลง รวมถึงการเพิ่มโอกาส
ในการใช้นโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

การลดลงของราคาน้ำมันดิบที่ลดลงส่งผลบวกต่อดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าประเทศไทยจะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดราว 2% ของจีดีพีในปีนี้

นอกจากนี้ การลดลงของราคาน้ำมันย่อมส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจของจีน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิรายใหญ่ รวมทั้งยังเป็นตลาดส่งออกและตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ที่สำคัญของอาเซียน ดังนั้นการส่งออกและการท่องเที่ยวของอาเซียนโดยรวมคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น
"ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันสุทธิ ได้แก่ มาเลเซีย และบรูไน อาจประสบความท้าทายจากรายได้การส่งออกน้ำมันที่ลดลง อย่างไรก็ตาม มาเลเซียมีฐานะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสะสมต่อเนื่อง อันส่งผลให้ฐานะการเงินของประเทศยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล"

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงน่าจะส่งผลให้มีการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้น เนื่องจากครัวเรือนมีภาระค่าใช้จ่ายน้อยลง รวมทั้งต้นทุนของภาคธุรกิจในการผลิตและการขนส่งมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งจะช่วยชะลอการปรับราคาสินค้าในตลาดได้ และช่วยให้ในระยะนี้สถานการณ์เงินเฟ้อของอาเซียนอยู่ในภาวะผ่อนคลายมากขึ้น

ด้วยสภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลงตามระดับราคาน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ธนาคารกลางของแต่ละประเทศในอาเซียนมีพื้นที่สำหรับการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ที่น่าจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับนี้ หลังจากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด นับจากรัฐบาลประกาศลดการอุดหนุนราคาน้ำมันในประเทศ รวมไปถึงฟิลิปปินส์ที่ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4% ภายหลังเงินเฟ้อชะลอตัวลงจาก 4.3%
ในเดือนตุลาคม 2557 เป็น 3.7% ในเดือนพฤศจิกายน 2557 ซึ่งเป็นอัตราต่าสุดในรอบปี 2557
นับเป็นการลดความกังวลของธนาคารกลางฟิลิปปินส์ในการจัดการกับปัญหาเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม การที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงมีผลลบทางอ้อมต่อเศรษฐกิจอาเซียนเช่นกัน
ผ่านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและประเทศ ผู้ส่งออกพลังงานสุทธิรายใหญ่อย่างรัสเซียและกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปก ผลจากราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างหนักทำให้ค่าเงินรูเบิลของรัสเซียอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนการเงินและภาระหนี้ต่างประเทศของรัสเซียเพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อตราสารการเงินในประเทศเกิดใหม่ และอาจนำไปสู่ปัญหาด้านเสถียรภาพของค่าเงินในตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ เช่น อินเดีย และอินโดนีเซีย



ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ







กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์