หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ปี 60 ใช้เอฟทีเอ 100% ลดต้นทุน 2.5 แสนล.

12 มกราคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1287)

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ. ตั้งเป้าให้สินค้าในกลุ่มที่ได้ประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรจากการเปิดเขตการค้าเสรี (FTA) ได้ใช้สิทธิประโยชน์เต็ม 100% อย่างช้าภายในปี 2560 โดยคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการลดภาษีในการส่งออก
252,789 ล้านบาท และภาษีในการนำเข้า 132,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถประหยัดภาษีเพิ่มขึ้น ทำให้
สินค้ามีต้นทุนลดลง และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

จากตัวเลขล่าสุดในปี 2556 ภาคส่งออกใช้สิทธิเอฟทีเอเพียง 41% รวมมูลค่าภาษีที่ประหยัดได้ 135,855 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่ส่งออกสินค้าไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนได้รับประโยชน์สูงสุดถึง 91,370
ล้านบาท โดยกลุ่มสินค้าที่สามารถประหยัดภาษีศุลกากรภายใต้ FTA มากที่สุดยังคงเป็นสินค้ากลุ่ม
ยานยนต์ รองลงมาคือกลุ่มอาหาร 18,327 ล้านบาท และกลุ่มพลาสติก ในขณะที่สถิติของปี 2557
ยังถือว่าอยู่ในภาวะทรงตัว เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นายอุดม กล่าว

ส่วนประเทศที่ใช้สิทธิประโยชน์เอฟทีเอต่ำที่สุด ได้แก่ เมียนมา 7.4% กัมพูชา 5.7% และ สปป.ลาว 3.8% ผู้ส่งออกจึงมีโอกาสอีกมากในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการส่งออกสินค้า หากแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรมพบว่า กลุ่มสินค้าที่มีอัตราการใช้สิทธิประโยชน์อยู่ในระดับต่ำ
และไม่ถึง 50% ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ 19.3% เหล็ก 22.5% เครื่องหนัง 31% ยา 35.9%
เครื่องใช้ไฟฟ้า 37.2% ปูนซีเมนต์ 41.1% กระดาษ 41.9% สิ่งทอ 43.1% และอาหาร 45.3%

ด้านกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอัตราการใช้สิทธิประโยชน์ฯ สูงแต่ไม่เต็ม 100% ได้แก่ พลาสติก 73.3%
ไม้และเฟอร์นิเจอร์ไม้ 71.3% เคมีภัณฑ์ 68.7% เครื่องนุ่มห่ม 64.9% และชิ้นส่วนยานยนต์ 52.4%
อุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิเอฟทีเอได้เต็มที่ เพราะผู้ประกอบการบางส่วนไม่เข้าใจข้อมูล
ที่แท้จริงว่าได้สิทธิประโยชน์ในสินค้าชนิดใดบ้าง ทำให้ผู้ประกอบการบางรายยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล
อย่างครบถ้วน และไม่พร้อมในการดำเนินการเพื่อขอใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และในรายที่ได้สิทธิ
ประโยชน์แล้วแต่ยังใช้ไม่ถึง 50% เพราะมีความพอใจในสิทธิที่ได้รับอยู่แล้ว หรือได้รับอุปสรรคทาง
การค้าที่ไม่ใช่ภาษี เช่น มาเลเซีย ที่ยังกีดกันการนำเข้าสินค้าบางประเภทจากไทย เป็นต้น

ซึ่งถ้าเราสามารถผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามกรอบเอฟทีเอได้มากขึ้น เรามีโอกาสเติบโตมากในกลุ่มประเทศเออีซี แต่ทั้งผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้าในกลุ่มประเทศเหล่านี้
ยังไม่ค่อยจะเข้ามาขอใช้สิทธิ์ คงจะต้องมีมาตรการกระตุ้นมากขึ้น

ปัจจุบันการใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรจาก FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้วของไทย จำนวน 11 ฉบับ กับ 15 ประเทศ คือ 1. อาเซียน 2. ออสเตรเลีย 3. ญี่ปุ่น 4. อินเดีย 5. เปรู 6. นิวซีแลนด์ และ 7.
ความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน กับประเทศคู่เจรจาต่าง ๆ อีก 5 ฉบับ ได้แก่ 1. จีน 2. อินเดีย
3.ญี่ปุ่น 4. เกาหลีใต้ และ 5. ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ในปี 2558 จะขยายตัวได้ถึง 4% ตามเป้าที่คาดไว้ เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเติบโตกว่าปีก่อน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหาร โดยปี 2558 การส่งออกยานยนต์จะขยายตัวมากขึ้นจากโครงการอีโคคาร์ และอุตสาหกรรมอาหารที่จะขยายตัวจากแนวโน้ม เศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มฟื้นตัว ส่วนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า
จะขยายตัวจากการเข้าสู่เออีซี





ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ







กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์