หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เม็กซิโกเปิดตลาดนำเข้าผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดจากไทย

17 สิงหาคม 2021 (จำนวนคนอ่าน 557)

แมลง เป็นเทรนด์อาหารทางเลือกใหม่ที่กำลังมาแรง เป็นแหล่งโปรตีนแห่งอนาคตเนื่องจากมีโปรตีนสูงกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น มีกระบวนการเพาะเลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากใช้น้ำ อาหาร และพื้นที่ไม่มาก อีกทั้งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อย ผู้อ่านอาจเคยเห็นวลีที่ว่า "Eat insects to save the planet” โดยจิ้งหรีดเป็นหนึ่งในแมลงอุตสาหกรรมของไทยที่เป็นที่นิยมในขณะนี้ กอปรกับบริษัทวิจัย Meticulous Research ของอินเดีย ประเมินว่าธุรกิจแมลงจะเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 20% ใน
5 ปี ระหว่างปี 2561 – 2566 จึงเป็นโอกาสของไทยในการส่งออกแมลงไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีวัฒนธรรมนิยมรับประทานแมลงอย่าง "เม็กซิโก” ที่เพิ่งอนุมัตินำเข้าจิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีด จากประเทศไทย ที่นอกจากชาวเม็กซิกันจะนิยมนำแมลงทอดกรอบมาเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหาร ซึ่งกลายเป็นเมนู signature ในภัตตาคารหรูหลายแห่งแล้ว ยังนิยมแปรรูปเป็นยาแผนโบราณเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ อีกด้วย

 

จิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีดกำลังเป็นที่นิยมในเม็กซิโก เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปราศจากไขมัน และช่วยรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม อีกทั้งมีการแปรรูปจิ้งหรีดอบแห้งให้เป็นของทานเล่น และนำแป้งหรือโปรตีนผงจิ้งหรีดทำเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่ม อาหาร และขนมขบเคี้ยว ซึ่งแป้งจิ้งหรีดนี้จำหน่ายที่ราคากิโลกรัมละ 1,900 บาท มียี่ห้อที่เป็นที่นิยม เช่น Griyum Nutrinsectos และ Becrikets Engrillo Gricha Smartbites เป็นต้น

 

นอกจากนี้ บริษัทเม็กซิโกยังส่งออกผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีดไปจำหน่ายในประเทศแถบลาตินอเมริกา สหรัฐฯ แคนาดา และยุโรป อีกด้วย

 

ในเดือนพฤศจิกายน 2562 บริษัทที่ปรึกษา Fundes ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ในลาตินอเมริกา วิเคราะห์ว่า แป้งจิ้งหรีดจะเป็นสินค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคนิยมรับประทานแป้งโปรตีนจากแมลงมากกว่าเป็นตัว และคาดการณ์ว่าในปี 2573 ตลาดผลิตภัณฑ์แมลงกินได้ในลาตินอเมริกาอย่าง เม็กซิโก เอกวาดอร์ บราซิล และเวเนซุเอลา จะมีมูลค่าสูงถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่า 154 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอเมริกาเหนือ ซึ่งหากพิจารณาการเติบโตในแต่ละประเทศ จะพบว่า ภายในปี 2566 ตลาดสหรัฐฯ จะมีมูลค่า 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดแคนาดาและเม็กซิโกจะมีมูลค่า 54 และ 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ

 

สำหรับตลาดเม็กซิโกซึ่งมีศักยภาพและขนาดใหญ่นั้น ประเทศไทย โดยการประสานงานระหว่างสำนักงานแห่งชาติด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และคุณภาพการเกษตรและอาหาร (Servicio Nacional de Sanidad, Inocuidad y Calidad Agroalimentaria – SENASICA) เม็กซิโก กับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และกรมปศุสัตว์ ได้ร่วมกันจัดทำข้อมูลทางเทคนิคและจัดการเจรจาด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และคุณภาพของจิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีดไทย ซึ่งล่าสุด SENASICA ได้เห็นชอบคุณภาพและความปลอดภัยในกระบวนการผลิต ตั้งแต่ระดับการเพาะเลี้ยงจนถึงโรงงาน รวมทั้งมาตรการด้านสุขอนามัยและการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนส่งออกแล้ว ส่งผลให้ไทยสามารถส่งออกจิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีดไปยังเม็กซิโกได้ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป

 

ความสำเร็จในการเปิดตลาดจิ้งหรีดในเม็กซิโกถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมแมลงกินได้ของไทยสู่ตลาดมาตรฐานสูงซึ่งให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยทางอาหารในทุกกระบวนการผลิต และนับเป็นข่าวดียิ่งสำหรับผู้ประกอบการหรือเกษตรกรชาวไทยที่เพาะเลี้ยงจิ้งหรีดหรือแปรรูปผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีด ที่นอกจากจะเป็นการยกระดับมาตรฐานอาหารและภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยแล้ว ยังช่วยผลักดันให้ไทยเป็นผู้ส่งออกจิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีดของโลก สามารถต่อยอดไปสู่การขยายตลาดในภูมิภาคอเมริกาเหนือได้ในอนาคตอีกด้วย

 

ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรที่สนใจส่งออกจิ้งหรีดไปเม็กซิโกสามารถขอรับการรับรองมาตรฐานการเพาะเลี้ยงและเอกสารรับรองสุขอนามัยได้ที่ สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ (สพส.) กรมปศุสัตว์ หรือสอบถามรายละเอียด/กฎระเบียบการนำเข้าจิ้งหรีดของเม็กซิโกได้ที่ กองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร มกอช. โทรศัพท์ 0-2561-2277 ต่อ 1326

 

 

ที่มา ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก

 

ภาพ Posttoday.com


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์