หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ภาพรวมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA และ GSP ปี 63

2 มีนาคม 2021 (จำนวนคนอ่าน 236)

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยการใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ในปี 2563 โดยมูลค่าการใช้สิทธิฯ เท่ากับ 62,338.86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 76.06 แบ่งเป็นมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) 58,077.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) 4,261.68 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยภาพรวม การใช้สิทธิประโยชน์ฯ ปี 2563 ลดลงร้อยละ 10.46

การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงทางการค้าเสรี (FTA) ระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม 2563 มีมูลค่า 58,077.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 11.41มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 76.53 โดยตลาดที่ไทยส่งออกโดยมีมูลค่าการใช้สิทธิฯ ภายใต้ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) อาเซียน (มูลค่า 19,337 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) 2) จีน (มูลค่า 18,955.57 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) 3) ออสเตรเลีย (มูลค่า 6,987.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) 4) ญี่ปุ่น (มูลค่า 6,495.44 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)และ 5) อินเดีย (มูลค่า 3,306.88 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) สำหรับกรอบความตกลงการค้าเสรีที่มีอัตราการใช้สิทธิ-ประโยชน์ฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ไทย-ชิลี (ร้อยละ 98.87) 2) อาเซียน-จีน (ร้อยละ 89.77) 3) ไทย-เปรู (ร้อยละ 86.38) 4) ไทย-ญี่ปุ่น (ร้อยละ 82.06) และ 5) อาเซียน-เกาหลี (ร้อยละ 70.72)

การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ GSP ทั้ง 4 ระบบ สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซียและเครือรัฐเอกราช และนอร์เวย์ ในปี 2563 มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 4,261.68 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 5.03 และมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 70.12 ตลาดส่งออกที่ไทยมีมูลค่าการใช้สิทธิฯ มากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 3,825.94 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.57 และมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 71.24 อันดับสองคือ สวิตเซอร์แลนด์ มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 270.80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 18.02 และมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 52.46 อันดับสามคือ รัสเซียและเครือรัฐเอกราช มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 133.92 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.81 และมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 81.23 และนอร์เวย์ มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 31.02 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.37 และมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 100

โดยภาพรวมทั้งปี 2563 การใช้สิทธิประโยชน์ฯ ภายใต้ FTA และ GSP ลดลง มีสาเหตุสำคัญมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทั่วโลกที่เริ่มระบาดมาตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตาม แม้สินค้าบางรายการมีการส่งออกได้น้อยลง แต่มีสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออกไปในหลายประเทศที่ไทยมีความตกลงฯ คือ สินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เกษตร/เกษตรแปรรูป ถือเป็นสินค้าส่งออกดาวเด่นของไทยปี 2563 สะท้อนว่าไทยเป็นครัวของโลก สำหรับสินค้ากลุ่มดังกล่าว ที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง ภายใต้ความตกลง FTA และขยายตัวได้ดีตั้งแต่ต้นปี 2563 อาทิ ทุเรียนสด (อาเซียน-จีน) ผลไม้อื่นๆ เช่น ลำไย เงาะ ลางสาด (อาเซียน-จีน) ผลไม้แห้ง เช่น ลำไย มะขาม (อาเซียน-จีน) ผลไม้สด (อาเซียน) เนื้อและเครื่องในไก่แช่แข็ง (อาเซียน-จีน, อาเซียน-เกาหลี) กุ้ง (อาเซียน-เกาหลี) เครื่องดื่มที่ไม่เติมแก๊สประเภทนมหรือนมถั่วเหลือง (อาเซียน) อาหารปรุงแต่ง (อาเซียน, ไทย-ชิลี) น้ำผลไม้ (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) เต้าหู้ปรุงแต่ง (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) ซอสปรุง-แต่ง (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ก และปลาโบนิโตชนิดซาร์ดากระป๋อง (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์, ไทย-ชิลี) ปลาทูน่าปรุงแต่ง (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) อาหารปรุงแต่งที่ทำจาก-ธัญพืช (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) สับปะรดปรุงแต่ง (ไทย-ชิลี) นอกจากนี้ ยังมีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วนที่ขยายตัวได้ดีท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ตอบสนองการ Work From Home อาทิ ตู้เย็นหรือตู้แช่แข็ง (อาเซียน, ไทย-อินเดีย, อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) เครื่องซักผ้า (อาเซียน-เกาหลี, ไทย-ชิลี) เครื่องปรับอากาศ (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) เป็นต้น

สินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เกษตร/เกษตรแปรูป ที่มีการใช้สิทธิ GSP สูง และขยายตัวทั้งปี 63 อาทิ อาหารปรุงแต่ง (สหรัฐอเมริกา, สวิตเซอร์แลนด์) ซอสและของปรุงแต่งสำหรับทำซอส (สหรัฐอเมริกา, รัฐเซียและเครือรัฐเอกราช, สวิตเซอร์แลนด์) สับปะรดกระป๋อง (รัฐเซียและเครือรัฐเอกราช, นอร์เวย์) ผลไม้และลูกนัต (รัสเซียและเครือรัฐเอกราช) น้ำสับปะรดและสับปะรดแปรรูป (สวิตเซอร์แลนด์) เนื้อปลาแบบฟิลเลสด แช่เย็น แช่แข็ง (รัฐเซียและเครือรัฐเอกราช) มะนาว (รัฐเซียและเครือรัฐเอกราช) พาสต้า (นอร์เวย์) ข้าว (นอร์เวย์, สวิตเซอร์แลนด์) ธัญพืชคั่ว อบ หรือปิ้ง (นอร์เวย์) ปลาทูน่ากระป๋อง (สวิตเซอร์แลนด์) เป็นต้น หากผู้ประกอบการมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าสามารถค้นหาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th หรือโทร สายด่วน 1385 รวมถึงไลน์แอปพลิเคชั่นชื่อบัญชี "@gsp_helper”

ที่มา กรมการค้าต่างประเทศ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์