หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ผลการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

19 กุมภาพันธ์ 2021 (จำนวนคนอ่าน 223)

ผลการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 11.30  น. ผ่านการถ่ายทอดสด Facebook Live จากกระทรวงการต่างประเทศ


1. การหารือทวิภาคีระหว่างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับเอกอัครราชทูตมองโกเลีย และรัสเซีย ประจำประเทศไทย

มองโกเลีย - เมื่อวันที่11 กุมภาพันธ์ 2564 นายทูมูร์ อามาร์ซานา เอกอัคราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับมองโกเลียให้เกิดความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมถึงการเร่งรัดการจัดทำความตกลงและแผนงานต่าง ๆ ที่จะเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังช่วงโควิด-19 ตลอดจนสนับสนุนบทบาทที่สร้างสรรค์ของกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกรอบอาเซียนและกรอบภูมิภาค

รัสเซีย -  เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหารือกับนายเยฟเกนี โตมีฮิน เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ซึ่งเข้าเยี่ยมคารวะเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โดยทั้งสองฝ่ายหารือการดำเนินกิจกรรมในโอกาสครบรอบ 125  ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2564 และหารือภาพรวมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทย – รัสเซีย โดยจะมุ่งให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่รัสเซียมีศักยภาพ รวมถึงการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย - รัสเซีย ครั้งที่ 8 และการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union - EAEU)


2. ผลการหารือระหว่างปลัดกระทรวงการต่างประเทศกับเอกอัครราชทูต สปป.ลาว และฮังการี ประจำประเทศไทย

สปป.ลาว เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ หารือกับนายแสง สุขะทิว เอกอัครราชทูต สปป.ลาว ประจำประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายยินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ สปป.ลาว มีความใกล้ชิดในทุกระดับ และเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือและความเป็น "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

ประเด็นสำคัญที่หารือ อาทิ (1) ความร่วมมือด้านพลังงาน โดยจะส่งเสริมการซื้อ-ขายไฟฟ้าระหว่างไทยกับลาวให้ครบ 9,000 เมกะวัตต์ ตามบันทึกความเข้าใจที่ได้มีการลงนามระหว่างกัน (2) ความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่งตามเส้นทางถนนระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และ (3) การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในยุคหลังโควิด-19 โดยจะเพิ่มปริมาณการค้าการลงทุนระหว่างกัน นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้ขอให้เอกอัครราชทูต สปป.ลาว ผลักดันการแก้ปัญหาการนำเข้าอาหารทะเลจากไทยไป สปป.ลาว ด้วย

ในโอกาสที่ไทยและ สปป.ลาว ครบรอบ 70 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2564 ไทยมีกำหนดส่งมอบอาคารบำบัดยาเสพติดและอาคารผู้ป่วยฉุกเฉินโรงพยาบาลโพนโฮง แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว อย่างเป็นทางการด้วย

ฮังการี เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ปลัดกระทรวงการต่างประเทศหารือกับนายซิลเวสเตอร์ บุช เอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายหารือประเด็นสำคัญต่าง ๆ อาทิ การเข้ามาลงทุนด้านการบริหารจัดการน้ำในไทยของฮังการี การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกันในการส่งเสริมการค้า การขยายตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน การประชาสัมพันธ์ทุนการศึกษารัฐบาลฮังการี และความร่วมมือกันในองค์การระหว่างประเทศ ด้านเอกอัครราชทูตฮังการีฯ ยืนยันท่าทีที่เป็นมิตรต่อไทยในสหภาพยุโรปและในเวทีระหว่างประเทศ และพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยภายใต้หลักการเคารพซึ่งกันและกัน

3. สหรัฐฯ ติดตามทวงคืนทับหลังปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว และเตรียมส่งคืนสู่ประเทศไทย

กรณีการติดตามทวงคืนโบราณวัตถุ 2 รายการ ได้แก่ ทับหลังจากปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และทับหลังจากปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว ที่ถูกลักลอบนำออกจากประเทศไทยและถูกจัดแสดงอยู่ที่ Asian Art Museum นครซานฟรานซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย

รัฐบาลตระหนักในคุณค่าความสำคัญของโบราณวัตถุ จึงได้แต่งตั้ง คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2560 และกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อขอรับข้อมูลการศึกษาทางวิชาการพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวน จนสามารถพิสูจน์ได้ว่า โบราณวัตถุทั้ง 2 รายการนั้นมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยและได้ถูกลักลอบนำออกไปโดยผิดกฎหมาย

บัดนี้ คดีความเสร็จสิ้นแล้ว โดยฝ่ายจำเลยยินยอมให้รัฐบาลสหรัฐฯ ยึดทับหลังทั้งสองรายการ และเมื่อพิพิธภัณฑ์ฯ ดำเนินการถอดถอนรายการทับหลังทั้งสองออกจากบัญชีของพิพิธภัณฑ์ฯ เรียบร้อยแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ จะนำส่งทับหลังทั้งสองรายการคืนให้แก่ผู้แทนรัฐบาลไทยผ่านกรอบการดำเนินงาน Victim Remission Program ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ โดยจะมีพิธีส่งมอบโบราณวัตถุทั้งสองรายการให้แก่ฝ่ายไทย อย่างเป็นทางการต่อไป

กระทรวงการต่างประเทศขอขอบคุณสำนักงานอัยการสหรัฐฯ สำนักงานสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Investigations) สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ที่ผลักดันติดตามทวงคืนโบราณวัตถุสำคัญทั้ง 2 รายการกลับคืนสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ คดีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่างในการติดตามคืนโบราณวัตถุชิ้นอื่น ๆ ของไทยในสหรัฐฯ ต่อไป
 
4. การดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับรายงานผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์หรือ TIP Report ของไทยประจำปี 2563 โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 นายมนัสวี ศรีโสดาพล เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ได้หารือกับนางแครี่ จอห์นสโตน (Kari Johnstone) รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานติดตามและต่อต้านการค้ามนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ผ่านระบบทางไกล เกี่ยวกับรายงานผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์หรือ TIP Report ของไทยประจำปี 2563

เอกอัครราชทูตฯ ได้ย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นวาระแห่งชาติ และมุ่่งทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำรายงานนี้

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือถึงนาย David Hale ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ชูประเด็นการดำเนินการของไทยในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านนโยบาย และการปฏิบัติ พัฒนาการที่สำคัญในการปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทยใน 3 ด้านหรือ 3Ps ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้แก่ (1) Prosecution (การดำเนินคดีและบังคับกฎหมาย) เช่น การจัดตั้งคณะทำงาน (Task force) ระหว่างรัฐบาลไทยกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและรายงานความคืบหน้าการปราบปรามการค้ามนุษย์ การยกระดับคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต (Thailand Internet Crimes Against Children Task Force: TICAC) เป็นหน่วยงานถาวรในกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อการบังคับใช้กฎหมายแก้ไขการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กได้อย่างเป็นรูปธรรม (2) Protection (การคุ้มครองช่วยเหลือ) ให้ความช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์และแรงงานบังคับกว่า 148 ราย และปกป้องคุ้มครองพยานกว่า 51 ราย รวมถึงจัดสรรงบประมาณเพื่อเยียวยาผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (3) Prevention (การป้องกัน) อาทิ การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ เพื่อคุ้มครองแรงงานประมง การคุ้มครองแรงงานต่างด้าวให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิแรงงานอย่างเข้มงวด และการขยายใบอนุญาตการทำงานให้แรงงานเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ กว่า 240,572 ราย ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเผยแพร่รายงานการค้ามนุษย์ หรือ Trafficking in Persons Report ประจำปี ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนของทุกปี

5. การดูแลช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ

5.1 การดำเนินงานของ สอท. ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ส่งผลให้อัตราการติดโควิด-19 ของชุมชนไทยในนอร์เวย์ ต่ำกว่าชุมชนต่างชาติอื่น ๆ

รายงานข่าวของสถานีวิทยุ NPK P2 ของนอร์เวย์ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในนอร์เวย์ โดยระบุว่า ชุมชนไทยมีอัตราการติดเชื้อต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มชาวต่างชาติอื่น ๆ ในนอร์เวย์ รวมทั้งยังมีอัตราการติดเชื้อต่ำกว่ากลุ่มชาวนอร์เวย์โดยทั่วไป และชื่นชมการทำงานของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ในการให้ข้อมูลแก่ชุมชนไทยเกี่ยวกับมาตรการและข่าวสารโควิด-19 ในนอร์เวย์อย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเพจเฟซบุ๊ก "เรื่องแปล-ข่าวนอร์เวย์” ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสถานเอกอัครราชทูตฯ ในการแปลข่าวสารที่มีประโยชน์ รวมทั้งชุมชนไทยเอง ที่มีการแบ่งปันข่าวสารระหว่างกันมาโดยตลอด จากข้อมูลของสถานเอกอัครราชทูตฯ มีคนไทยในนอร์เวย์ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 15 - 20 คน และไม่มีผู้ใดมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต
 

5.2 การเตือนคนไทยที่จะไปทำงานในตุรกีในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

กรมการกงสุลแจ้งเตือนคนไทยไม่ให้หลงเชื่อคำชักชวนที่เกินจริงให้ไปทำงานที่ตุรกีในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และขอให้ตรวจสอบตำแหน่งงานที่ว่างจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เท่านั้น เนื่องจากการเดินทางเข้าและพำนักในตุรกีโดยผิดวัตถุประสงค์ของการตรวจลงตรา อาจทำให้ถูกจำคุกและถูกขึ้นบัญชีดำ โดยสั่งให้เดินทางออกนอกตุรกีและไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศอีก

ขณะนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่มีตำแหน่งงานว่างในตุรกี เนื่องจากมีมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจงานบริการ และหากติดเชื้อโควิด-19 ในตุรกี แต่ไม่แสดงอาการ และไม่มีประกันสุขภาพ โรงพยาบาลในตุรกีจะไม่รับตัวไว้รักษา
 

5.3 กรณีชาวไทยอายุ 84 ปี ที่ถูกทำร้ายเสียชีวิตที่นครซานฟรานซิสโก และการดูแลคนไทยในนครซานฟรานซิสโก

ตามที่มีกรณีการประทุษร้ายชาวไทยวัย 84 ปี จนเสียชีวิตในนครซานฟรานซิสโก เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 นั้น เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ได้เข้าร่วมในพิธีฌาปนกิจชาวไทยท่านดังกล่าว โดยได้แจ้งให้ครอบครัวและชุมชนไทยทราบว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้มีหนังสือแสดงความขอบคุณถึงนายกเทศมนตรีนครซานฟรานซิสโก ที่ให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้เรื่องดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนของสหรัฐฯ แล้ว ระหว่างวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2564 สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เข้าเยี่ยมนมัสการคณะสงฆ์และพบปะกับชุมชนไทยในนครซานฟรานซิสโกและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรับฟังสภาพความเป็นอยู่ในช่วงโควิด-19 รวมถึงการลงทะเบียนเข้ารับวัคซีน โดยได้รับทราบว่า ชุมชนไทยยังคงรับมือกับการแพร่ระบาดฯ ได้ดี และมีผู้สูงอายุเริ่มได้รับวัคซีนแล้ว
 

5.4 การให้ความช่วยเหลือลูกเรือบรรทุกสินค้า Lanna Naree ในมัลดีฟส์

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2564 ได้เกิดเหตุผู้โดยสารและลูกเรือของเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย ชื่อ Lanna Naree จำนวน 18 คน มีอาการอาหารเป็นพิษ และเสียชีวิต 1 คน ซึ่งเป็นพ่อครัว โดยเรือลำดังกล่าวอยู่ระหว่างเดินทางจากออสเตรเลีย ปลายทางศรีลังกา และต่อมาได้เปลี่ยนเส้นทางเข้าเทียบท่าที่กรุงมาเล่ ประเทศมัลดีฟส์

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ จึงได้ประสานงานกับบริษัทตัวแทนดูแลลูกเรือทั้งที่ประเทศไทยและที่มัลดีฟส์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งคนไทย 18 คนกลับประเทศ โดยทั้งหมดได้เดินทางถึงไทยแล้วเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 และจะประสานงานเพื่อดำเนินการส่งศพผู้้เสียชีวิตกลับไทยในลำดับต่อไป
 

6. ประชาสัมพันธ์รายการ Spokesman Live !!! ในวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลา 15.30 -16.00  น. รายการ "คุยรอบโลกกับโฆษก กต.” 
Spokesman Live! จะสัมภาษณ์นางสาวภัทรัตน์ หงษ์ทอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี อดีตอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ เรื่อง "บทบาทของไทยกับทิศทางความร่วมมือระหว่างประเทศ หลังยุคโควิด-19” สามารถติดตามรับชมได้ทาง Facebook "กระทรวงการต่างประเทศ” และ "Saranrom Radio”

 
7. ประชาสัมพันธ์ DLA Magazine นิตยสารออนไลน์จากกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้

กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ เตรียมเปิดตัว "DLA Magazine” นิตยสารออนไลน์ฉบับปฐมฤกษ์ ในเดือนมีนาคม 2564 ซึ่งมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับความร่วมมือ ไทย-ลาตินอเมริกา เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างยั่งยืน ตามแนวทางของวาระแห่งชาติ ซึ่งเน้นการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (ฺBCG) อันจะช่วยเพิ่มพูนความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจของคนไทยเกี่ยวกับภูมิภาคภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง และมีองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด DLA Magazine ได้ทางแอปพลิเคชัน Discover Latin America จาก App Store / Google Play Store หรือทาง discoverlatinamerica.net ได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป
 

8. ประชาสัมพันธ์งานเสวนา New Normal: New Coolture in Digital Age จัดขึ้นโดยกรมสารนิเทศ

ในวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.30 - 14.00 น. โดยผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วยคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญในสื่อดิจิตัล อาทิ คุณแท็บ - รวิศ หาญอุตสาหะ เจ้าของพอดคาสท์ Mission to the Moon, คุณเคน - นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ จาก The Standard, คุณมิ้นท์ - มณฑล กสานติกุล เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก I Roam Alone และคุณวิศ - วิศรุต สินพงศพร เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก วิเคราะห์บอลจริงจัง ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook "กระทรวงการต่างประเทศ” และ "Saranrom Radio”


ที่มา กระทรวงการต่างประเทศ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์