หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
GDP ฟิลิปปินส์ ปี 63 ทรุด ติดลบต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

4 กุมภาพันธ์ 2021 (จำนวนคนอ่าน 936)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของฟิลิปปินส์ในปี 2563 ประสบภาวะหดตัวที่เลวร้ายที่สุด เป็นประวัติการณ์ติดลบร้อยละ 9.5 ผลจากการใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยืดเยื้อและภัยพิบัติ ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา

 

สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์ (Philippine Statistic Authority: PSA) รายงานตัวเลข ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 พบว่าหดตัวร้อยละ 8.3 จากที่ขยายตัวร้อยละ 6.7 ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2562 และส่งผลให้GDP เฉลี่ยทั้งปีในปี 2563 ติดลบอยู่ที่ร้อยละ 9.5 ซึ่งถือเป็นการหดตัวทาง เศรษฐกิจที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของฟิลิปปินส์นับตั้งแต่ PSA เริ่มมีการรวบรวมข้อมูลในปี 2490 โดยการหดตัวของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ที่เคยบันทึกไว้เกิดขึ้นในปี 1984 และ 1985 พบว่า GDP หดตัวร้อยละ 7 และร้อยละ 6.9 ตามลำดับ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ล่มสลายของระบบการปกครองของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส (Ferdinand Marcos ผู้นำเผด็จการที่ปกครองฟิลิปปินส์แบบเบ็ดเสร็จนานถึง 21 ปี) และในปี 2541 GDP หดตัว ร้อยละ 0.5 จากวิกฤตการเงินในเอเชีย 


อย่างไรก็ตาม อัตรา GDP ในปี 2563 ที่หดตัวแตะระดับต่ำสุดดังกล่าว เป็นไปตามที่หน่วยงาน Development Budget Coordination Committee (DBCC) คาดการณ์ไว้ว่า GDP ในปี 2563 จะหดตัวอยู่ที่ระหว่างร้อยละ 8.5 – 9.5

นาย Karl Kendrick T. Chua ตำแหน่ง Acting Secretary of National Economic and Development Authority (NEDA) กล่าวว่าปี 2563 ถือเป็นปีที่ยากลำบากที่สุดของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ และสถานการณ์ในปัจจุบันยังคงท้าทายแต่ก็มีความหวังเพิ่มมากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาฟิลิปปินส์เป็นประเทศหนึ่ง ที่มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์และมาตรการกักกันชุมชนที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและยืดเยื้อเป็นเวลา หลายเดือน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งต้องแลกกับความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล 


โดยพบว่าการใช้จ่ายภาคครัวเรือนในปี 2563 ลดลงมากถึง 8.01 แสนล้านเปโซ หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 2.2 พันล้านเปโซต่อวัน และการบริโภคที่หดตัวลงดังกล่าวส่งผลให้เกิดการสูญเสียรายได้รวมประมาณ 1.04 ล้านล้านเปโซ ในปี 2563 หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8 พันล้านเปโซต่อวัน ทั้งนี้ การบริโภคภาคครัวเรือนถือเป็นภาคส่วนสำคัญและมีการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมาซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 70 ของ GDP ประเทศ 


อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการบริโภค ภาคครัวเรือนยังคงประสบภาวะอ่อนแอ แม้ว่ารัฐบาลจะผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ลงอย่างมาก แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่เป็น อุปสรรคในการฟื้นตัวของการใช้จ่ายให้กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการห้ามเด็กออกจากบ้าน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ครอบครัวส่วนใหญ่ยังไม่จับจ่ายมากนัก 


โดยล่าสุดในไตรมาสที่ 4 พบว่าการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ยังคงหดตัวอยู่ที่ร้อยละ 7.2 นอกจากนี้ ภาคส่วนหลักอื่นๆ เกือบทั้งหมดก็พบว่ายังคงชะลอตัวในไตรมาสที่ 4 เช่นกัน โดยภาคอุตสาหกรรม หดตัวร้อยละ 9.9 ภาคบริการ หดตัวร้อยละ 8.4 และภาคเกษตรกรรม หดตัวร้อยละ 2.5 อย่างไรก็ตาม สำหรับภาคการลงทุนเริ่มมองเห็นสัญญาณการฟื้นตัวโดยพบว่าในไตรมาสที่ 4 มีการหดตัวลดลงจาก ไตรมาสที่ 3 ที่ติดลบร้อยละ 41.9 เหลือติดลบร้อยละ 29 


นอกจากนี้ ก็พบสัญญาณการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในภาค การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน แต่ข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างจังหวัดยังเป็นอุปสรรค ขัดขวางทำให้คนงานจำนวนมากไม่สามารถกลับไปทำงานได้ รวมทั้งภาคส่วนเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังคงดำเนินงานด้วย กำลังการผลิตที่จำกัด 


อย่างไรก็ดี สำหรับการใช้จ่ายโดยรวมของภาครัฐพบว่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 ในไตรมาส สุดท้ายของปี 2563 ในขณะที่ รายได้ประชาชาติมวลรวม (Gross National Income: GNI) และผลรวมของ GDP และ รายได้หลักสุทธิ (Net Primary Income: NPI) หดตัวร้อยละ 12 ในไตรมาสที่ 4 จากที่ขยายตัวร้อยละ 5.8 ในไตรมาส ที่ 4 ของปี 2562 สำหรับทั้งปี 2563 พบว่าหดตัวร้อยละ 11.1 จากการขยายตัวร้อยละ 5.2 ในปี 2562

ทั้งนี้ นอกจากฟิลิปปินส์จะเผชิญกับภาวะความยากลำบากจากผล
กระทบวิกฤต
COVID-19 แล้ว เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ยังได้รับผล
กระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยเฉพาะพายุไต้ฝุ่นที่มีกำลังรุนแรง
6 ลูก ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายแก่ผลผลิตทางเกษตรกรรมเป็นอย่างมากด้วย

 

การฟื้นตัวในปี 2564 เป็นไปด้วยความยากลำบาก

นาย Karl Kendrick T. Chua คาดว่าเศรษฐกิจฟิลิปปินส์จะยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดียวกับ ก่อนเกิดการแพร่ระบาดฯ ได้ภายในปี 2564 แต่มีแนวโน้มที่จะกลับสู่ระดับเดียวกับก่อนเกิดการแพร่ระบาดฯ ได้ ในปี 2565 ภายใต้เงื่อนไขการผ่อนคลายข้อจำกัดต่างๆ ลงมากขึ้น และการกระจายวัคซีนให้สามารถเข้าถึงประชาชน ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งการลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้อยู่ใน ระดับต่ำสุดเท่าที่เป็นไปได้ โดย NEDA ตั้งเป้าหมาย การเติบโตของเศรษฐกิจในปี2564 อยู่ที่ร้อยละ 6.5 - 7.5 และคาดว่าในปี 2565 จะขยายตัวที่ร้อยละ 8 – 10 


ทั้งนี้ การเปิดเศรษฐกิจในปี 2564 จะต้องใช้วิธีและการพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีความเสี่ยง จากการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส COVID-19 


อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้มาตรการกักกันชุมชนที่ยืดเยื้อและการ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับฟิลิปปินส์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทั้งนี้ NEDA ได้แนะนำให้รัฐบาล เพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการของระบบขนส่งสาธารณะในวงกว้างมากขึ้น การเปิดโรงเรียนอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการขยายให้กลุ่มคนอายุน้อยสามารถเดินทางออกนอกบ้านได้ภายใต้มาตรการสุขอนามัยที่เข้มงวดรวมทั้งเห็นว่า แผนการใช้จ่ายงบประมาณในปี 2564 ที่มีมูลค่ามหาศาลกว่า 4.5 ล้านล้านเปโซ และการเพิ่มงบประมาณสำหรับ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์

 

นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันต่างๆ ก็ออกมาให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกับหน่วยงาน NEDA โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจฟิลิปปินส์จะยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 ได้ในปีนี้ โดยคาดว่า GDP ในไตรมาสแรกของปี 2564 จะยังคงหดตัว แต่จะสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ในไตรมาสที่ 2 เนื่องจากมีฐานที่ต่ำมากในไตรมาสที่ 2 ของปีก่อน 


นอกจากนี้แนวโน้มการใช้จ่ายภาคครัวเรือนก็จะยังคงชะลอตัว เนื่องจากอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการขยายตัวของภาคการลงทุนจะยังไม่สามารถกลับมาฟื้นตัว ได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่มีปัจจัยสนันสนุนเพียงปัจจัยเดียวต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ในปีนี้ คือ การเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายของรัฐบาล จึงทำให้ยังไม่เห็นแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็วในกิจกรรมทางเศรษฐกิจในปีนี้ ส่งผลให้ขาดแรงผลักดันที่สำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดฯ ได้ 


อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้แต่จะต้องดำเนินการฉีดวัคซีนให้ได้เป็นวงกว้าง ภายในปีนี้ไปจนถึงปี 2565 เป็นอย่างน้อย ซึ่งจนถึงขณะนี้ ฟิลิปปินส์ยังไม่สามารถจัดหาวัคซีนได้เพียงพอครอบคลุม จำนวนประชากรของประเทศ และยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านระบบขนส่งโลจิสติกส์ที่ไม่ค่อยประสิทธิภาพมากนัก ในการดำเนินการกระจายวัคซีนไปยังหมู่เกาะต่างๆ จำนวนหลายพันเกาะของประเทศ

 

#aseanthai #aseannews #ข่าวสารอาเซียน #โควิด-19 #เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ #ฟิลิปปินส์ #เศรษฐกิจ 

ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์