หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดให้บริการ พร้อมทั้งพัฒนา Digital Banking ในเมียนมา

1 กุมภาพันธ์ 2021 (จำนวนคนอ่าน 570)

ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดให้บริการทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบในประเทศเมียนมา ภายใต้ชื่อ "Siam Commercial Bank Myanmar หรือธนาคาร SCB เมียนมา” ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ไทยแห่งเดียว ในเมียนมาที่ได้รับใบอนุญาตประเภท Subsidiary Licence (โดยธนาคารไทยพาณิชย์ถือหุ้น 100%) ซึ่งสามารถ ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ได้เต็มรูปแบบเสมือนธนาคารท้องถิ่นในประเทศเมียนมา ทั้งนี้ ธนาคาร SCB เมียนมาสามารถให้บริการธุรกรรมทางการเงินแก่ลูกค้าทั้งแบบ Wholesale Banking (การทำธุรกรรมของลูกค้า ระดับองค์กร/กิจการ/ธุรกิจ ไม่สามารถเปิดบัญชีร่ายย่อยให้แก่บุคคลทั่วไป) และรูปแบบ Retail banking (ให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อย)

 

ธนาคาร SCB เมียนมาจะใช้ความเชี่ยวชาญและจุดแข็งด้านระบบ Digital Banking เพื่อพัฒนาศักยภาพ ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน บริการ และระบบการชำระเงินในเมียนมา เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ ในกลุ่มประเทศอาเซียน

 

การลงทุนในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถ ทำให้ธนาคาร SCB เมียนมาสามารถตอบสนอง ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มในประเทศเมียนมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ SMEs หรือลูกค้ารายย่อย ทั้งนี้ ธนาคาร SCB เมียนมาจะสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสาขาของ ธนาคารไทยพาณิชย์ในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนเข้ากับประเทศในกลุ่ม CLMV+2 ประกอบด้วย ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม จีน และสิงคโปร์

 

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับ ใบอนุญาตการจัดตั้งธนาคารไทยพาณิชย์เมียนมาจากธนาคารกลางเมียนมา และพร้อมให้บริการอย่าง เป็นทางการในวันที่ 15 มกราคม 2564 ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยุทธศาสตร์การขยายเครือข่ายต่างประเทศ ในกลุ่มประเทศ CLMV+2 ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์มุ่งมั่นมาตลอดหลายปีประสบความสำเร็จ ในขณะนี้ธนาคาร กำลังศึกษาตลาด เพื่อให้ชาวเมียนมาได้มีประสบการณ์การใช้บริการทางการเงินที่น่าพึงพอใจ โดยภารกิจของ ธนาคาร SCB เมียนมาจะเริ่มตั้งแต่การพัฒนาระบบการชำระเงินดิจิทัลทั้ง Corporate portal สำหรับภาคธุรกิจ และ Mobile Banking สำหรับลูกค้ารายย่อย ทั้งนี้ บริการต่างๆ คาดว่าจะพร้อมใช้งานในปี 2565 ซึ่งจะช่วย สนับสนุนการทำธุรกรรมทางการเงินในภาคธุรกิจ และลดการใช้เงินสด รวมถึงบริหารจัดการต้นทุน ต่างๆ ในประเทศ

ปัจจุบันประชากรเมียนมาประมาณร้อยละ 74 ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน รวมทั้งสินเชื่อ ในภาคธุรกิจที่มีเพียงร้อยละ 20 ของ GDP (Domestic credit to private as % of GDP) ที่สามารถเข้าถึงได้

 

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ได้กล่าวว่า เมียนมาถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์ (Strategic Country) ที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในภูมิภาค ทำให้เมียนมากลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักลงทุนจากทั่ว ทุกมุมโลก โดยเมียนมาตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากเชื่อมโยงระหว่าง 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ของภูมิภาค ได้แก่ จีน และอินเดีย ในขณะที่รัฐบาลเมียนมามีนโยบายสนับสนุนการเข้ามาลงทุนของต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลกตลอดจนเมียนมา รวมถึงประเทศไทยต่างกำลังเผชิญและต่อสู้กับ สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างไรก็ตามธนาคารไทยพาณิชย์ยังเชื่อมั่นว่าทิศทางการลงทุน ในเมียนมาจะยังคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เศรษฐกิจจะสามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง

 

สำหรับธนาคาร SCB เมียนมา ตั้งอยู่ที่ Sule Square Office Tower ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญใจกลาง กรุงย่างกุ้ง โดยมี Mr. Rajesh Ahuja ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ (General Manager) ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ เริ่มเข้ามาให้บริการในเมียนมาตั้งแต่ปี 2555 ในรูปแบบสำนักงานผู้แทนธนาคาร (Representative Office) จึงทำให้ธนาคารไทยพาณิชย์มีความเข้าใจตลาด วัฒนธรรม ตลอดจนกฎระเบียบในเมียนมาเป็นอย่างดี และพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจทุกภาคส่วนที่ต้องการเข้าไปขยายกิจการในเมียนมา รวมทั้งเป็นตัวกลาง ในการเชื่อมโยงการลงทุนระหว่างภูมิภาคให้กับนักลงทุนจากทุกชาติที่ต้องการขยายการค้าการลงทุนมายัง ประเทศในกลุ่ม CLMV+2

 

#aseanthai #aseannews #ข่าวสารอาเซียน #โควิด-19 #เมียนมา #อาเซียน #ธนาคารไทยพาณิชย์ #Digital Banking

ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์