หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

ข่าวเด่นอาเซียน
3 ประเด็นนายกฯ เสนอเวทีเอเปค ส่งเสริมการเชื่อมโยง/เติบโตแบบยั่งยืน/พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

23 พฤศจิกายน 2020 (จำนวนคนอ่าน 221)

(20 พ.ย. 2563) เวลา 19.00 น. ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 27 (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) ผ่านระบบประชุมทางไกล

 
ตัน ซรี ดาโตะ ฮาจี มุฮ์ยิดดิน บิน ฮาจี โมฮัมมัด ยัซซิน นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานกล่าวว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรกผ่านระบบทางไกล เอเปคเป็นกรอบการประชุมที่ส่งผลให้เกิดความร่วมมือทางการค้าการลงทุน ด้านเศรษฐกิจ และสังคม และอื่น ๆ บนพื้นฐานของฉันทามติร่วมกัน ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ผลกระทบที่เกิดจากความท้าทายต่าง ๆ เช่น โควิด-19 ได้มีผลลดลง นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือกันจะก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปได้ โดยการกำหนดหัวข้อหลักในปีนี้เพื่อ ย้ำให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจตระหนักถึงหน้าที่ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชน และแบ่งปันให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจร่วมกัน ยกระดับคุณภาพชีวิตร่วมกัน ทั้งนี้

 

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้นำเสนอ 3 เเนวคิด ได้แก่

1. การค้าพหุภาคีที่ตั้งอยู่บนกฎระเบียบที่ชัดเจน

2. ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจเเละสร้างความเข้มเเข็งให้กับประชาชน

3. ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่ครอบคลุม เพื่อไม่ให้มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
 
นายกรัฐมนตรีไทย ได้กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมว่าบริบทของโลกในวันนี้ได้แตกต่างจาก
เอเปคในอดีต ทั้งช่องว่างทางการค้า กระแสปกป้องทางการค้า และความท้าทายต่าง ๆ ในระบบ
พหุภาคี จึงต้องปรับตัวบนพื้นฐานของการค้าและการลงทุน ซึ่งถือเป็นหัวใจของเอเปคและเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวในภูมิภาค


นายกรัฐมนตรีย้ำว่า เอเปคต้องมีบทบาทผลักดันการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน การรวมตัวกันทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบการค้าพหุภาคี โดยได้นำเสนอ 3 ประเด็นหลักที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่

1.
ส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติ โดยเฉพาะในด้านดิจิทัลเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เช่น ส่งเสริม MSMEs พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับขีดความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัลใหม่ๆ
2.
การเจริญเติบโตที่ครอบคลุมและยั่งยืน จะเป็นวาระเร่งด่วน และเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของเอเปคอย่างแท้จริงในยุคหลังโควิด-19 โดยทุกภาคส่วนของสังคมจะได้รับประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมจากการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน มีการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่ทั่วถึงและเป็นธรรม
3.
สร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ยืดหยุ่นต่อ disruptions ต่าง ๆ โดยมองว่า วิกฤตของโควิด-19 ถือเป็นโอกาสที่แฝงอยู่ เปรียบเสมือนการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเตรียมพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่งไทยยินดีแบ่งปันประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 กับประชาคมระหว่างประเทศ

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันว่า จะผลักดันให้เอเปคสามารถเดินต่อไปได้อย่างไม่หยุดชะงัก ท่ามกลางอุปสรรคและความท้าทายในปีนี้

 

พร้อมเน้นย้ำว่า ไทยยินดีและพร้อมที่จะร่วมงานกับนิวซีแลนด์และทุกเขตเศรษฐกิจในปีหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในปี 2565 โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกประเทศจะสานต่อความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์เพื่อถ่ายทอดเจตนารมณ์ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมบนพื้นฐานของเอเปคที่ยึดมั่นมาตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษ และนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาคต่อไป
 
อนึ่ง ในช่วงการกล่าวถ้อยแถลงของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนกล่าวถึงความสำคัญของการเปิดตัววิสัยทัศน์ภายหลังปี 2020 ซึ่งจีนพร้อมร่วมสร้างอนาคตร่วมกัน โดยมีข้อเสนอ 4 ประการ ดังนี้

1.
ต้องเปิดกว้างและทั่วถึง เพื่อส่งเสริมการค้าพหุภาคี ผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยจีนยินดีกับการลงนาม RCEP ที่ผ่านมา

2. ผลักดันการเติบโตบนพื้นฐานการพัฒนาทางดิจิทัล และนวัตกรรม เพื่อผลักดันเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งส่งเสริมการค้าอิเล็กทรอนิกส์

3. ส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกันผ่าน APEC Connectivity Blueprint เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ โดยเฉพาะการส่งเสริมการเดินทางของคน สินค้า เงินทุนและการส่งต่อข้อมูลอย่างปลอดภัย ซึ่งจีนยินดีที่จะให้ความร่วมมือผ่านโครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 Belt and Road Initiative (BRI) กับทุกฝ่าย

4. ผลักดันความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย บนพื้นฐานของประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านสาธารณสุข วัคซีน MSMEs ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการรับมือกับโควิด-19 ได้
 
ส่วนสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เน้นย้ำว่าโลกกำลังต่อสู้กับโรคระบาดในขณะนี้ ซึ่งสหรัฐฯ ได้สนับสนุนทางเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะการผลิตวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพ และยืนยันที่จะกระจายวัคซีนให้ทั่วถึง โดยสหรัฐฯได้เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อการกลับมาอย่างมั่งคั่งอีกครั้งในภูมิภาค ผ่านการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มการจ้างงาน ส่งเสริมการผลิตเพื่อแก้ไขปัญหา และลดผลกระทบ รวมถึงสร้างความมั่นใจในการบริโภค

นอกจากนี้ ยังได้เน้นนโยบายที่ส่งเสริมการเจริญเติบโต โดยได้ลดภาษีและตัดระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการทำธุรกรรม พร้อมทั้งเพิ่มรายได้ต่อครัวเรือนให้มากขึ้น ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่า ขอให้ทุกประเทศสนับสนุนนโยบายของสหรัฐฯ ที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างโอกาสร่วมกันมากขึ้น ทั้งสหรัฐฯ และทั่วโลก

 

 

ที่มา www.thaigov.go.th


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์